
เจาะ "ตลาดมืด" หาทรัพย์สินขู่ซื้อของโจรฉกห้าง...โดนหนัก
ความกริ่งเกรงเรื่องทรัพย์สินในห้างสรรพสินค้าใหญ่แวดล้อมสี่แยกราชประสงค์ จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ปะปะอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ยามต้องสลายการชุมนุมกลายเป็นความจริงขึ้นมาทันทีทันใด หลังสิ้นเสียงนกหวีดของแกนนำเสื้อแดงที่ประกาศมอบตัวต่อตำรวจ เมื่อวันที่ 19 พ
ยิ่งมาสำทับด้วยภาพเร่ขายโทรศัพท์แบล็กเบอรี่รุ่นล่าสุดในราคาที่ศูนย์ได้ยินแล้วต้องน้ำตาร่วง ไม่มีแบตเตอรี่ 600 บาท ถ้ามีแบตครบครันอยู่ที่ 1,200 บาท ช่วยฉายภาพให้เห็นถึงขบวนการ "นักโจรกรรม" ในกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเห็นได้ชัด
"พี่น้องครับ เราจะไม่กลับบ้านมือเปล่า"
ถ้อยแถลงของแกนนำเสื้อแดงยามนี้ถูกตีความอย่างประชดประชันแกมขบขัน หมายถึง มีทรัพย์สิ่งของมีค่าติดไม้ติดมือกลับไป หาใช่ประชาธิปไตยใบใหม่ หรือนายกรัฐมนตรีหน้าใส อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกอย่างที่ตั้งใจไม่
นับตั้งแต่ผ่านพ้นค่ำคืนวิปโยค (19 พ.ค.) เป็นต้นมา เพลิงสงบ ควันคลายระอุ และมั่นใจว่าโครงสร้างตัวอาคารจะแข็งแรงทนทานไม่ถล่มลงมา ก็ถึงคิวชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ?!!
ระหว่างนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้สั่งพนักงานสอบสวนเตรียมความพร้อม รอรับแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหายในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องวางเพลิงกับทรัพย์สินสูญหาย
"ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่การสืบสวนสอบสวนจะต้องทำเป็นขั้นตอน แสวงหาพยานหลักฐานให้ชัดเจน แล้วดำเนินการติดตามจับกุม ผมและตำรวจเห็นใจผู้เสียหายนะ จะพยายามติดตามทรัพย์สินที่สูญหายกลับคืนมาอย่างเต็มที่" พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ห้างเซ็นเตอร์วันย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กล่าว
แต่อุปสรรคที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ชุดสืบสวนในจุดนี้ คือ โทรทัศน์วงจรปิดของห้างเซ็นเตอร์วันไม่สามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุได้เลย ตรงกันข้ามบางตัวกลับได้รับความเสียหายจากเพลิงไหมจนยากจะซ่อมแซม
จากเซ็นเตอร์วันมาถึงคิวเซ็นทรัลเวิลด์ จุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ทั้งเรื่องของเพลิงไหม้และทรัพย์สินสูญหาย พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ศส.บช.น.และ พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งหาพยานหลักฐานมาติดตามตัวมิจฉาชีพที่เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินรอบสถานที่ชุมนุมเป็นการด่วน
เชื่อว่าหลายคนคงจำกันได้ ภาพผู้ชุมนุมจากอีสานกำลังถูกส่งกลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้นกระเป๋าถือพบโทรศัพท์ไอโฟนจำนวนมากอยู่ในกระเป๋า เป็นการยืนยันถึงแผน "ปล้นเมือง" ควบคู่ไปกับแผนปฏิบัติการ "เผาชาติ" และการการันตีว่า "เราจะไม่กลับบ้านมือเปล่า" ในเชิงเย้ยหยันเต็มกำลัง
"ตอนนี้แนวทางการสืบสวนพบอุปสรรคมากพอสมควร โดยเฉพาะกรณีของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ถูกไฟไหม้เสียหายเป็นวงกว้าง กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย ส่วนกล้องวงจรปิดตามสี่แยกต่างๆ ก็ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำลาย บ้างก็ใช้ถุงดำคลุมไว้" พล.ต.ต.ฉันทวิทย์กล่าว
ด้วยเหตุนี้ทำให้การติดตามตัวคนร้ายทั้งในคดีลักทรัพย์และวางเพลิงทำได้ยาก !?!
เพราะปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของทหาร มีการตัดน้ำตัดไฟ ทำให้บริษัทห้างร้านอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงไม่มีไฟฟ้าใช้ อุปกรณ์บันทึกภาพก็ทำงานไม่ได้ ชุดสืบสวนของนครบาลจึงจะพยายามหาพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
"ผมอยากแนะนำและฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะรับซื้อสิ่งของมีค่าจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม หากมีคนนำทรัพย์สินมีค่ามาขาย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยทอง แหวนเพชร หรือโทรศัพท์มือถือ อย่าได้รับซื้อเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานรับซื้อของโจร ขณะเดียวกันก็ขอให้แจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบทันที" ผบก.ศส.บช.น.ฝากเตือน
จากการตรวจพบเพชรเจียระไนแล้วจำนวนหนึ่งในห่อผ้าบนรถที่จอดอยู่ในวัดปทุมวนารามหลังการเผาเมือง ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนมีเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้ง ที่จะฉวยโอกาสตอนเกิดจลาจล "ขโมย" ทรัพย์สินมีค่าติดมือกลับบ้านเป็นกำนัลมือ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชุดสืบสวนตำรวจนครบาลได้รับการประสานงานจากผู้เสียหายหลายราย กำลังรวบรวมตำหนิรูปพรรณสิ่งของมีค่า หมายเลขเครื่อง อีมี่ และอื่นๆ ที่แสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น นำมามอบให้ตำรวจใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนขยายผลกับนักโจรกรรมจำแลงเหล่านี้
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบตามแหล่งรับซื้อสินค้ามือสอง ได้รับคำตอบว่าระหว่างนี้มีคนกลุ่มหนึ่งนำสิ่งของแบรนด์เนมมาเสนอขาย เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า แว่นตา และสิ่งของมีค่าอื่นๆ อีกมากมาย
"มีคนพูดกันว่าวันที่ยุติการชุมนุม มีผู้ชุมนุมบางส่วนซุกซ่อนของมีค่าติดตัวออกมาจากห้างเซ็นทรัลเวิลด์ด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง เอาไอโฟนซ่อนไว้ที่เอวเดินออกไป ตำรวจทหารก็ไม่กล้าค้นตัว" ผู้ประกอบการร้านขายของมือสองให้ความเห็น
อย่างไรก็ดี มีทหารบางส่วนสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้ชุมนุม เช่น แต่งตัวดูไม่ดีสักเท่าไร แต่กลับสวมรองเท้าใหม่มียี่ห้อเข้ากันไม่ได้กับเสื้อผ้า ที่สำคัญป้ายราคายังไม่ได้แกะออก ซึ่งในช่วงชุลมุนไม่สามารถทำอะไรได้
"ตอนนี้นะมีของในตลาดออกมาเป็นระยๆ เช่น ไอโฟน บีบี กล้องถ่ายรูป ฯลฯ ราคาถูกมาก แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ขายในกรุงเทพฯ เพราะคนรับซื้อส่วนใหญ่รู้สึกเห็นใจคนกรุงเทพฯ ด้วยกัน พวกนี้เลยเอาออกไปขายต่างจังหวัด ราคาก็จะถูกบีบลงอีก" ผู้ค้ารายเดิมระบุ



