ข่าว

เกมชิงอำนาจยังไม่จบ

เกมชิงอำนาจยังไม่จบ

26 พ.ค. 2553

ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาก่อการร้าย ตามที่ดีเอสไอยื่นคำร้อง แล้วคำถามที่เกิดขึ้นตามมานอกเหนือจากข้อกังขาที่ว่า แล้วจะตามจับทักษิณได้อย่างไร ก็คือ ทักษิณมีช่องทางไหนที่จะต่อสู้

 หมายจับทักษิณครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 5 อย่างเป็นทางการที่ถิ่นกำเนิดอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้มีคำสั่งจากฝ่ายยุติธรรมให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

 คดีก่อการร้ายนับเป็นคดีสากล ที่ทุกประเทศจะต้องให้ความร่วมมือ นั่นย่อมหมายความว่า โลกอันกว้างใหญ่ไพศาล ก็หดแคบลงจนแทบจะไม่มีที่ยืนแล้วสำหรับทักษิณ

 ไม่แปลกที่ภายหลังมีหมายจับคดีก่อการร้าย ทักษิณถึงได้พล่าน เขียนข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ไม่รู้กี่หน แถมออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า หมายจับที่ออกมาไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เป็นเพียงจิกซอว์ตัวหนึ่งของภาพใหญ่ที่เริ่มจากรัฐประหาร 19 กันยา

 ยืนยันว่า ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ไม่เคยสนับสนุนการก่อการร้าย แต่ยึดมั่นในแนวทางสันติ อหิงสามาโดยตลอด

 นี่คือส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงของทักษิณ ในวันที่เขาถูกออกหมายจับในคดีก่อการร้าย

 เป็นคดีที่ทักษิณเองก็รู้ดีว่า เมื่อทำสงครามแย่งชิงอำนาจทางการเมืองพ่ายแพ้ ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหานี้แน่

 เป็น "สงครามชิงอำนาจการเมือง" ภายใต้วาทกรรม "เอาประชาธิปไตยคืนมา"

 ใครก็รู้ว่า สงครามชิงอำนาจทางการเมืองครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายก่อการเชื่อว่า คน พรรค และนักการเมืองพร้อมแล้ว แต่สำหรับกรณีนี้ มีมากกว่านั้นก็คือ "เงิน" ที่มีมากจนเกินพอ จนพูดได้ว่า เพื่อให้ถึงเป้าหมายแล้ว "เท่าไหร่เท่ากัน"

 มีกำลังคนที่มากพอที่จะชุมนุมใหญ่ มีพรรคการเมือง มี ส.ส.กระหายที่จะกลับมาสู่การควบคุมอำนาจบริหารประเทศ

 ที่สำคัญมีอาณาเขตคร่าวๆ ซึ่งได้จากความนิยมในพรรค ในตัวนักการเมือง และตัวทักษิณเอง เอาเฉพาะภาคอีสานตอนบน 11 จังหวัดก็มากพอที่จะเขย่ารัฐบาลกลางแล้ว

 เพราะตัวแทนอำนาจรัฐในพื้นที่ก็มีแนวโน้มที่จะเอนเอียงไปด้วยกันได้หมด

 สถานการณ์นับจากนี้ไป หากบ่มเพาะจนได้ที่ ก็น่าจะประกาศ "เฉือนคมขวานทอง" ได้ในทันที

 ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝัน แต่เหตุการณ์ที่สี่แยกราชประสงค์ ก็ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า สุดท้ายแล้วจะจบลงด้วยความหายนะ เผาบ้านเผาเมือง...แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

 นั่นคือการต่อสู้ของทักษิณ ภายในประเทศที่น่าเชื่อว่าทักษิณ ยังไม่เลิกราจากสมรภูมิรบ ควันไฟและความเสียหายที่แยกราชประสงค์อาจเป็นเพียงแค่หนังตัวอย่าง หรือจุดเริ่มของสงครามที่แท้จริง

 เพราะทันทีที่มีหมายจับในคดีก่อการร้าย ก็เท่ากับบีบให้ทักษิณ ต้องสู้เยี่ยงสุนัขจนตรอก

 ถึงแม้ว่า หมายจับนี้จะมีนักกฎหมายอธิบายความว่า เป็นฐานความผิดก่อการร้ายตามกฎหมายไทย ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายสากล ทั่วโลกไม่จำเป็นต้องจับตัวส่งให้ไทย

 นอกจากนี้ ขั้นตอนนี้ ยังเป็นเพียงแค่ขั้นออกหมายจับ ยังขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้

 ขั้นตอนที่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ยังต้องรอให้อัยการสั่งฟ้องเสียก่อน

 แต่มีหรือ คนอย่างทักษิณจะเอามือซุกหีบ แล้วรอให้กระบวนการยุติธรรมจากแผ่นดินเกิดครบถ้วนสมบูรณ์แล้วค่อยเคลื่อนไหว

 เพราะการชุมนุมใหญ่ที่สี่แยกราชประสงค์นั้น ก็มีขึ้นเพราะหวังต่อรองเรื่องการยึดทรัพย์ บีบให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด เพื่อการหวนคืนสู่อำนาจเร็วที่สุด

 มีคนเคยบอกว่า ความเสียหายและความรุนแรง เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน

 ในกรณีที่เกิดขึ้นก็คือบทพิสูจน์

 แต่เมื่อแตกพ่ายเพราะจำนวนคน อุดมการณ์ และความรุนแรงนั้น ไม่อาจล้มล้างรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 ความเสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิตประชาชน ไม่อาจเร่งเร้าแรงบีบคั้นจากพลังเงียบ และพลังจากภายนอกประเทศขับไล่รัฐบาลนี้ไปได้

 ซีเอ็นเอ็น สื่อระดับโลกยังมาตกม้าตายที่เมืองไทย เพราะรายงานข่าวผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง

 นี่คือการบ้านที่ฝ่ายคนเสื้อแดง และทักษิณ ก็รู้ดีและต้องเร่งแก้ไข และรีบไปบ่มเพาะขุมกำลังเหมือนเมื่อครั้งก่อนเข้ามาชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ต่อเนื่องมาแยกราชประสงค์

 บ่มเพาะจนมั่นใจแล้วว่า โรงเรียนเสื้อแดงผลิตอุดมการณ์จนแข็งแกร่งที่จะต่อสู้กับรัฐบาลได้อย่างเข้มแข็ง

 "สึนามิ" แม้จะเป็นอภิมหาคลื่นยักษ์ที่เกิดแบบฉับพลันทันที แต่ก็ใช่ว่า ก่อนจะก่อตัวจะไม่มีสิ่งบอกเหตุ

 ความเคลื่อนไหวของทักษิณ และเสื้อแดงที่มาถึงวันนี้ สิ่งบอกเหตุชัดเสียยิ่งกว่าชัดแล้ว หากยังปล่อยให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีกครั้ง ประชาชนคนไทยก็คงหนีไม่พ้นต้องลุกขึ้นจับอาวุธเพื่อปกป้องตนเองและประเทศชาติกันแล้ว

 ที่สำคัญส่วนของ 11 จังหวัด ที่อยู่ในส่วน "คมขวานทอง" จะต้องไม่ให้ใครมาหักเอาไปได้เด็ดขาด!

5 คดี “ทักษิณ“ ถูกหมายจับ

 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับในข้อหาก่อการร้ายในวันที่ 25 พ.ค.นับเป็นคดีที่ 5 แล้ว

 ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับรวม 4 คดีด้วยกัน ดังนี้

 1.คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทเศษ ตามคำพิพากษาที่ให้จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 2 ปี

 2.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้แก่รัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท เป็นการออกหมายจับเนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีคดี เพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาฟังการพิจารณาของศาลนัดแรก

 3.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) เป็นการออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาพิจารณาคดีนัดแรก

 4.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เป็นการออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาพิจารณาคดีนัดแรก