ข่าว

ธปท.นัดถกสรุปความเสียหายแบงก์

ธปท.นัดถกสรุปความเสียหายแบงก์

26 พ.ค. 2553

ธปท.นัดหารือผู้บริหารแบงก์พาณิชย์ 26 พ.ค.นี้ สรุปความเสียหายของแบงก์และลูกหนี้ เล็งขอข้อมูลลูกหนี้รายย่อยเพิ่ม เบื้องต้นพบลูกหนี้รายใหญ่เหยื่อเหตุรุนแรงสัดส่วน 0.3% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ

 นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ธปท.ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งมาหารือร่วมกันเกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสถาบันการเงิน รวมไปถึงผลกระทบที่มีต่อลูกค้าของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง อีกทั้งจะเปิดรับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะจากทางธนาคารพาณิชย์ด้วยว่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมจาก ธปท.บ้าง เพื่อที่จะได้นำไปพิจารณาว่าสามารถให้ได้หรือไม่

 "การหารือกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ในรอบนี้ จะขอข้อมูลการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ให้แก่ลูกค้าแต่ละรายด้วย เพื่อนำไปพิจารณาเป็นภาพรวมทั้งระบบ โดยข้อมูลที่ ธปท.ต้องการ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลการปล่อยสินเชื่อที่ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีวงเงินการให้สินเชื่อต่ำกว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีข้อมูลของลูกค้ากลุ่มนี้" นายสรสิทธิ์กล่าวและว่า

 อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้สำรวจยอดการปล่อยสินเชื่อเบื้องต้นของธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยให้แก่ผู้ประกอบการในย่านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรง เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีวงเงินการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ที่สูงกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป พบว่ามีวงเงินรวมประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.3% ของวงเงินสินเชื่อรวมทั้งระบบ และถึงแม้ว่ายอดวงเงินเหล่านี้จะเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งหมด ก็คงกระทบกับอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของแบงก์พาณิชย์ทั้งระบบเพียง 1% เท่านั้น

 อย่างไรก็ตามเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์มีวิธีดูแลกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว และเกณฑ์ของ ธปท. ก็อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกค้าได้ตั้งแต่เห็นสัญญาณว่าจะกลายเป็นเอ็นพีแอล ดังนั้นจึงไม่มีความกังวลมากนักที่หนี้เหล่านี้จะกลายเป็นเอ็นพีแอลในอนาคต

 นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การหารือกับสถาบันการเงินในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นการหารือว่ามาตรการต่างๆ ที่แต่ละสถาบันการเงินออกไปนั้น ยังขาดเหลืออะไรบ้าง รวมทั้งประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสถาบันการเงิน รวมถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆ ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน