ข่าว

ห่วงรายย่อยประกันไม่ครอบคลุมเผยทุนประกัน 1.37 แสนล้าน-ซื้อก่อการร้ายแค่หมื่นล.

ห่วงรายย่อยประกันไม่ครอบคลุมเผยทุนประกัน 1.37 แสนล้าน-ซื้อก่อการร้ายแค่หมื่นล.

25 พ.ค. 2553

คปภ.สำรวจความเสียหายธุรกิจ พบมีการทำประกันไว้ 30 แห่ง วงเงินทุนประกัน 1.37 แสนล้านบาท แต่มีเพียง 1% ที่ครอบคลุมภัยก่อการร้ายรวมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ห่วงรายย่อยที่ประกันไม่ครอบคลุม เร่งหาช่องทางช่วยเหลือ

 นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คปภ.นัดแรกว่า ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์ภาพรวมหลังจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง และพิจารณาว่าภาคธุรกิจและประชาชนมีการทำประกันไว้มากน้อยแค่ไหน กระทบต่อการรับประกันอย่างไรบ้าง เพื่อประสานงานและวางกรอบอำนวยความสะดวกในการจ่ายสินไหมให้ครบถ้วนโดยเร็ว

 ทั้งนี้ประเทศไทยไม่เคยเกิดเหตุการณ์จลาจลและก่อการร้ายมาก่อน การซื้อเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันจึงมีส่วนน้อย แต่ก็มีบางรายที่ซื้อประกันวินาศภัยครอบคลุมการจลาจลและการหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทประกันได้ทำการประกันภัยต่อไปยังบริษัทต่างประเทศ จึงคาดว่าจะไม่กระทบต่อฐานะของบริษัทประกันในประเทศไทยมากนัก

 นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นในเขตที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม มีผู้ที่ทำประกันวินาศภัยกับบริษัทประกันภัยรวม 30 แห่ง คิดเป็นทุนเอาประกัน รวมทั้งสิ้น 1.37 แสนล้านบาท แต่ในจำนวนดังกล่าวมีเพียง 1% เท่านั้นที่มีการทำประกันครอบคลุมการก่อการร้ายและจลาจลไว้ ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย โรงแรมเพรซิเดนท์และทาวเวอร์ และธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งมีวงเงินรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของผู้ทำประกันเหล่านี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทต่างประเทศเริ่มเข้ามาสำรวจความเสียหาย คาดว่าจะทราบตัวเลขการชดเชยในสัปดาห์หน้า

 ส่วนบริษัทที่มีการทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักไว้มี 2 บริษัท ได้แก่ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มูลค่า 6,147 ล้านบาท และร้านค้ารายย่อยในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ แฟชั่นสตูดิโอ มูลค่า 135 ล้านบาท ห้างจัสปาล มูลค่า 351 ล้านบาท และบริษัทเพียรเจริญจิวเวลรี่เฮ้าส์ จำกัด มูลค่า 1.2 แสนบาท

 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงคือกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่มีมูลค่าเอาประกันรายละไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะทำประกันที่ไม่ครอบคลุมภัยการก่อการร้าย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายได้ เพียงแต่คงต้องขึ้นกับการพิจารณาร่วมกันระหว่างบริษัทกับลูกค้าว่าจะช่วยเหลือกันได้มากน้อยเพียงใด และ คปภ.ก็อยู่ระหว่างหามาตรการช่วยเหลือ แต่จะสรุปได้เมื่อทราบภาพรวมความเสียหายก่อน คาดว่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนในวันที่ 3 มิถุนายนนี้

 ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิต กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากการปะทะมีจำนวนที่ทำประกันชีวิตไว้ทั้งสิ้น 17 กรมธรรม์ โดยมีมูลค่าเอาประกันรวมกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งทยอยได้รับเงินสินไหมแล้ว โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ