ข่าว

 ราชประสงค์ ดงอาถรรพณ์ ?

ราชประสงค์ ดงอาถรรพณ์ ?

27 พ.ค. 2553

เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมามีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยมากที่สุดเกิดขึ้นในย่านราชประสงค์ และเป็นที่กล่าวขานถึงมากเพราะย่านราชประสงค์ในยุคนั้น ไม่ใช่ถิ่นที่มีความเจริญมากเช่นในปัจจุบัน การเกิดขึ้นของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าร้านอาหารทันสมัยจำนวนมาก จึงถูกจับตาม

 อีกทั้งห้างสรรพสินค้าที่เกิดขึ้นเป็นห้างสรรพสินค้าต่างชาติแห่งแรก และเป็นครั้งแรกที่คนไทยสมัยนั้นรู้จักชื่อ ห้างไดมารู จากประเทศญี่ปุ่น สินค้าที่วางจำหน่ายล้วนแล้วแต่ทันสมัยมีการจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบ และบันไดเลื่อนแห่งแรกของประเทศไทยก็ถูกนำมาติดตั้งที่ห้างสรรพสินค้าไดมารู ในราชประสงค์แห่งนี้ด้วย

 สี่สิบกว่าปีที่แล้วผู้คนพูดกันถึงแต่บันไดเลื่อนไฟฟ้าแห่งแรก ใครที่ไม่เคยไปใช้บริการที่ห้างไดมารูและไม่เคยขึ้นบันไดเลื่อนเลยสักครั้ง ดูจะเป็นคนที่ตกขอบไปจากโลกของความทันสมัย ส่วนคนที่เคยไปใช้บริการก็จะกลับมาคุยกันด้วยความภาคภูมิใจและบอกต่อกันไปว่า ระวังอย่าไปเหยียบทับตรงเส้นสีเหลืองนะ เดี๋ยวจะหงายท้องหกล้มอายคนเขา

 ห้างไดมารูยืนหยัดอยู่ที่ตรงนั้นมานานนับสิบปีจนถึงยุคต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ในยุคที่หนุ่มสาวหัวก้าวหน้าอยู่ในแฟชั่น 5 ย. อันประกอบไปด้วย ย. แรก ไว้ผมยาวแบบที่เรียกกันว่า ฮิปปี้ ย.ที่สองคือสวมเสื้อยืด ย.ที่สามคือการใช้รองเท้าแตะที่ทำมาจากยางรถยนต์นั่นเอง ย.ที่สี่คือสะพายย่ามบรรจุหนังสือเรียนและสัมภาระส่วนตัว ส่วน ย.ที่ห้าคือต้องสวมใส่กางเกงยีน จากนั้นไดมารูจึงย้ายข้ามถนนมาอยู่ฝั่งตรงกันข้าม และเป็นศูนย์รวมของแฟชั่นทันสมัยต่อมาอีกนาน

 ฝั่งราชประสงค์อันเป็นที่ตั้งเดิมของไดมารูแห่งแรกก็รกร้างถดถอยอยู่นาน จนกระทั่งมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นภายใต้ชื่อเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งกว่าจะก่อสร้างสำเร็จก็มีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การก่อสร้างบานปลายและกินเวลานานยืดเยื้อ จนมีเสียงเล่าลือถึงเรื่องราวทางไสยศาสตร์และความเชื่อที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผล

 แม้ว่าในระยะแรกของการเกิดขึ้นมาเป็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ จะได้มีการก่อสร้างศาลพระพรหมเจ้าที่เพื่อบวงสรวงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอุปสรรคตามมาอย่างไม่ลดละจนถึงขั้นที่ต้องก่อสร้างศาลพระตรีมูรติ ตามความเชื่อของผู้ครอบครองสิทธิในสถานที่ ซึ่งจากนั้นก็ดูทีท่าว่าจะทำให้การขับเคลื่อนทางธุรกิจของสถานที่แห่งนั้นเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมๆ กับการปรับเปลี่ยนชื่อมาเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก และเป็นศูนย์กลางของคนกรุงเทพฯ สมัยใหม่ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟชั่น ร้านอาหาร และสถานบันเทิงทุกรูปแบบ

 ท้ายที่สุดความยิ่งใหญ่อลังการของห้างสรรพสินค้าบนพื้นที่ราชประสงค์ ก็ถึงแก่กาลต้องปิดตัวลงอย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลายาวนานนับปี โดยที่ไม่ได้มีความผิดบกพร่องทางธุรกิจการค้า หรือไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด แต่ต้องมาโดนพิษร้ายของนักปลุกระดมทางการเมือง ที่กระทำการโดยขาดสมองยั้งคิดไตร่ตรอง

 มีการปลุกระดมโดยการป่าวร้องในเชิงชี้โพรงให้กระรอก ด้วยการประกาศอย่างเปิดเผยว่าหากตนเองถูกบุกเข้าจับกุม ก็ไม่สามารถรับรองความพินาศของอาคารขนาดใหญ่ และร้านค้าในละแวกที่ตนเองและพวกพ้องยึดครองเอาไว้ได้ และท้ายที่สุดสิ่งที่เขาเหล่านั้นพูดเอาไว้ก็เกิดขึ้นจริง  

 ดังนั้น แม้จะมีคนเชื่อว่าท้องทุ่งราชประสงค์แห่งนี้มีอาถรรพณ์ แต่ผมว่าการดับสูญในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาถรรพณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เกิดขึ้นจากการยุยงของคนที่ต้องรับกรรมในสิ่งที่ตนเองพูดกระตุ้นเปิดทางเอาไว้ ใครสักคนหนึ่งที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ จะลองฟ้องร้องทางแพ่งให้แกนนำต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเองบ้าง ก็จะเป็นบทเรียนครั้งหน้าของคนที่คิดจะทำการต่อไปได้อีกทางหนึ่งครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ