
เริ่มสงครามประสาทป่วนโสมแดงโสมขาวแก้แค้นเหตุจมเรือรบโชนัน
โซล-โสมขาวเริ่มสงครามประสาทป่วนโสมแดง แก้แค้นที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุยิงตอร์ปิโดจมเรือรบ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (25 พ.ค.) ว่าเกาหลีใต้เริ่มทำสงครามจิตวิทยากับเกาหลีเหนือแล้วเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีลี มยอง บัก ประกาศตัดความ
รายงานข่าวระบุว่า เกาหลีใต้เริ่มติดตั้งเครื่องขยายเสียงความถี่สูงตามแนวชายแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ หรือ "เขตปลอดทหาร" (ดีเอ็มซี) เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมออกอากาศข่าวโฆษณาชวนเชื่อโจมตีโสมแดง โดยไม่สนคำเตือนของเกาหลีเหนือที่ขู่ว่าจะยิงถล่มเครื่องขยายเสียงเหล่านี้ พร้อมระบุว่าคงจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการติดตั้งให้ครบทั้ง 14 จุด
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงว่า ได้เริ่มการกระจายเสียงทางวิทยุตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของเย็นวันจันทร์ และเริ่มรายการด้วยการนำรายการวิทยุความยาว 4 ชั่วโมง ที่มีชื่อว่า "เสียงแห่งเสรีภาพ" มาเปิด และจะเปิดวันละ 3 รอบ โดยรายการนี้ประกอบด้วยข้อความต่างๆ ที่มีตั้งแต่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีลี ข้อความเกี่ยวกับเสรีภาพ และประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเสียงของผู้ประกาศหญิงของกองทัพ นอกจากนี้ยังมีเพลงจากกลุ่มนักร้องหญิงวงหนึ่งของเกาหลีที่ร้องเพลงยกย่องเสรีภาพของทางเลือก และพูดเรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง "ความอ้วน" นั้นเป็นปัญหาต่อเกาหลีใต้มากกว่า "ความหิวโหย"
ทั้งนี้เกาหลีเหนือประสบปัญหาขาดแคลนอาหารมานาน และต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเกาหลีใต้มาตลอด ขณะที่กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเมินว่า มีเด็กเกาหลีเหนือมากถึง 1 ใน 3 เป็นโรคขาดสารอาหาร ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการที่เกาหลีใต้ตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับเกาหลีเหนือจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อโสมแดง อีกทั้งโสมแดงยังวิตกอย่างมากเรื่องเครื่องกระจายเสียงที่ทางโสมขาวอาจปล่อยข่าวที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของนายคิม จอง อิล ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และครอบครัวของเขา ตลอดจนกองทัพ
นอกจากนี้ แผนสงครามจิตวิทยาของกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือยังมีการติดตั้งป้ายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่บริเวณพรมแดนด้วยอีก 11 ป้าย จากนั้นก็จะใช้วิธีปล่อยบอลลูนไปโปรยใบปลิวในฝั่งเกาหลีเหนือ ซึ่งเนื้อหาเป็นเรื่องรายละเอียดการสืบสวนเรือรบของโสมขาวที่จมลง รวมทั้งประเด็นอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุเรือรบโสมขาวจมลง พร้อมข่มขู่ว่าพร้อมที่จะใช้มาตรการลงโทษตอบโต้เกาหลีใต้อย่างดุเดือด และสั่งให้ทหารเตรียมตัวพร้อมรบ ขณะที่จีนซึ่งถูกมองว่ามีสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเกาหลีเหนือ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น และระบุว่า การเจรจานั้นเป็นทางเลือกมากกว่าการเผชิญหน้า



