
ซีเอ็นเอ็น กระจกร้าว
คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่าสถานีเคเบิลทีวี ระดับยักษ์ใหญ่ของโลก ซีเอ็นเอ็น ได้นำเสนอข้อมูล ข่าวสารเหตุการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทย บิดเบือนและขัดแย้งกับความเป็นจริง ภาพและข่าวที่รายงานโดย แดน ริเวอร์ส นั้น ให้น้ำหนักกับปฏิบัติการของทหารในเชิงลบ โดยรายงานว่าม
นอกจากนั้นยังปรากฏรายงานในเชิงหมิ่นสถาบันสูงสุดของประเทศไทยด้วย มีผู้ยืนยันว่าไม่พบนายแดน ริเวอร์สในภาคสนาม ซึ่งอาจเป็นการรายงานข่าวภายในคอนโดมิเนียมที่พัก ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่การชุมนุม น่ายินดีที่สื่อต่างชาติส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์รายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมา ภาพและข่าวจากประเทศไทยจึงยังมีอีกด้านหนึ่งที่คนดูอาจแยกแยะได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เช่นเดียวกับความคิดของคนไทยบางคน
หลังเหตุการณ์การชุมนุม คนไทยไกลบ้านอย่างนายใจ อึ๊งภากรณ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้พูดในรายการโทรทัศน์ เดโมเครซี นาว (Democracy Now) ที่ประเทศอังกฤษ ร่วมกับนายฟิลลิป คันนิ่งแฮม นักเขียนอิสระ ที่มีผลงานครอบคลุมพื้นที่เอเชียมากว่า 20 ปี เขากล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องการคือประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันมาจากทหาร และรัฐบาลนี้ เป็นผลพวงมาจากการเกิดรัฐประหารในปี 2549 ดังนั้น คนเสื้อแดงจึงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และแม้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเข้ามาอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ถึง 2 เดือนแล้ว แต่พื้นที่ส่วนนั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศูนย์การค้าและโรงแรมหรูหรา นายใจ สะท้อนภาพในฐานะคนไกล ที่คล้ายเห็นด้วยตา
ภาษาหนังสือพิมพ์เรียกว่า “นั่งเทียนเขียนข่าว” หมายความว่า การเขียนหรือรายงานข่าว ที่ตนเองไม่ได้อยู่ในสนามข่าว หรือจินตนาการเอาเองตามพื้นฐานความเชื่อที่มีอยู่ ทั้งแดน ริเวอร์ส และนายใจ อึ๊งภากรณ์ มีความเหมือนในประการสำคัญคือ การมองรัฐบาลไทยและทหารในเชิงลบ ซีเอ็นเอ็น บอกว่าทหารเป็นฝ่ายคุกคามประชาชน นายใจ อธิบายว่า รัฐบาลเคลื่อนกำลัง พลแม่นปืน และหน่วยพิฆาตเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2553 ฆ่าคนไปแล้ว 67 คน มีคนเจ็บนับพัน ข้อมูล ข่าวสารเหล่านี้ ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง



