ข่าว

รัฐอุ้มลูกจ้างชดเชยเงินเดือน7,500 บาท6เดือน

รัฐอุ้มลูกจ้างชดเชยเงินเดือน7,500 บาท6เดือน

25 พ.ค. 2553

รัฐอุ้มลูกจ้างชดเชยเงินเดือน 7,500 บาท 6 เดือน พร้อมอนุมัติงบให้จุฬาฯปรับปรุงพื้นที่ยกเว้นค่าเช่า 88 ล้านบาท

(25พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมว่า ที่ประชุมจะขอความร่วมมือไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานเจ้าของพื้นที่ ให้พิจารณาลดค่าเช่าลงร้อยละ 30 ตามที่ครม.เห็นชอบเพื่อให้รัฐบาลจ่ายค่าเช่าให้กับจุฬาฯ แทนผู้ประกอบการรายย่อยเพียงร้อยละ 70 ของค่าเช่าทั้งหมด

ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้คาดว่าจะได้สรุปในวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.นี้ก่อนนำเสนอครม.ในวันอังคารที่ 1 มิ.ย. เช่นเดียวกับกรณีห้างบิ๊กซี สาขาราชประสงค์ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดมานำเสนอก็ให้นำข้อมูลรายละเอียด และข้อเสนอทั้งหมดในวันดังกล่าวเช่นกัน

 สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในย่านที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก 3 จุด คือ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งเซ็น สยามสแควร์ รวมทั้งเซ็นเตอร์วัน ได้ข้อสรุปการช่วยเหลือเพื่อเสนอต่อครม.ดังนี้ 1 กรณีสยาม ครม.เห็นชอบให้ตั้งงบประมาณเพื่อตั้งจุดขายสินค้า เช่น การตั้งเต้นท์ปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นถนนคนเดิน ปรับพื้นที่ลานจอดรถให้เป็นสถานที่ติวให้มีพื้นที่ดำเนินกิจการใกล้เคียงกับสภาพเดิม ในงบประมาณ 88 ล้านบาท โดยให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยรัฐจะจ่ายค่าเช่าแทนผู้ประกอบการซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณนี้เป็นระยะเวลา 1 ปี

 ทั้งนี้สำหรับลูกจ้างที่ตกงาน แต่อยู่ในระบบประกันสังคมจะได้รับเงินชดเชยจากสำนักงานประกันสังคม 7,500 บาทต่อเดือน โดยรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้อีก 7,500 บาทต่อเดือนจนกว่าลูกจ้างจะกลับมามีงานทำ แต่ไม่เกิน 6 เดือน ขณะที่ลูกจ้างนอกระบบประกันสังคม นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงมาก เนื่องจากแนวทางการช่วยเหลือไม่ครอบคลุม ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น มีลูกจ้างนอกระบบประมาณ 800 คน ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย 7,500 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 - 6 เดือน ซึ่งจะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาอีกครั้ง

 ในส่วนของเจ้าของกิจการที่มีลูกจ้างอยู่ในระบบประกันสังคม หากแสดงความประสงค์และมีการยืนยันชัดเจนว่าจะประกอบธุรกิจต่อไปโดยมีเงื่อนไข ไม่เลิกจ้าง รัฐบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระของพนักงานเป็นเวลา 1 เดือนเป็นวงเงิน 417.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเจ้าพนักงานจำนวน 30,661 คน จากกลุ่มผู้ค้าปลีกรายย่อย 14,405 คน ผู้ค้าปลีกขนาดกลาง 2,218 คน ห้างสรรพสินค้าพนักงานในห้าง 3,746 คน พนักงานซับพลายเออร์ 5,919 คน กลุ่มโรงแรม 10 แห่ง 4,373 คน รวมผู้ประกอบการ 2,113 ราย

 ในส่วนของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันจะไม่เลิกจ้างผู้ประกอบการทั้งหมด แต่จะขอปรับพนักงานให้ไปทำงานที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งเดิมกำหนดจะปิดปรับปรุงให้เปิดขายต่ออีก 1 ปี หรือกระจายพนักงานไปทำงาน ในห้างเซ็นทรัลสาขาอื่นๆ โดยทางห้างเซ็นทรัลขอแลกกับขอเพิ่มสัญญาสัมปทานพื้นที่ซึ่งได้ทำไว้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่มอีก 1 ปี ภายใต้ราคาค่าเช่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้จะนำเสนอต่อคณะกรรมการการรถไฟฯ เพื่อหารือว่า จะขัดต่อพ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนหรือไม่ หากจะมีการแก้ไขสัญญาก่อนจะนำกลับเข้าเสนอต่อครม.พิจารณาอีกครั้ง

 ขณะที่ในส่วนของห้างเซ็นเตอร์วัน ทางผู้ประกอบการเสนอให้ปรับปรุงพื้นที่ของห้างแฟชั่นมอลล์ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามให้สามารถทำกิจการค้าขายต่อได้ ภายใน 1 เดือน โดยไม่เก็บค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน โดยรัฐจะตั้งงบประมาณจ่ายให้เจ้าของอาคารแทนผู้ประกอบการ

 อย่างไรก็ตามในส่วนของสต็อกสินค้าคงคลัง ซึ่งผู้ประกอบการหาหลักฐานมาอ้างอิงมูลค่าที่แท้จริงได้ยาก ยกเว้นนำหลักฐานการจ่ายภาษีกับกรมสรรพากรมาแสดงเพื่อขอรับความช่วยเหลือซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกับผู้ประกอบการ ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีจึงสรุปให้ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเกณฑ์เดียวกัน คือช่วยผู้ประกอบการที่ถูกไฟไหม้เป็นเงินสดรายละ 50,000 บาท และให้ทางธนาคาร เอสเอ็มอี ปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟท์โลน) วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยปล่อยกู้ได้รายละ ไม่เกิน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 300,000 บาทแรก ปลอดดอกเบี้ย และเงินต้น 1 ปี ส่วนวงเงินที่เหลือ 700,000 บาท ปลอดเงินต้น 2 ปี แต่ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 % ต่อปี

 นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ จะเจรจากับบริษัทประกัน เพื่อให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนรายย่อยในลักษณะ สินไหมการุณ เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยไม่ทำประกันอัคคีภัยหรือจลาจล ก็ตาม แต่วงเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ส่วนรายใหญ่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเนื่องจากมีการทำประกันที่คลอบคลุมอยู่แล้ว