ข่าว

"ศักดิ์ชาย"เป็นนายก ปิดฉากมวยไทยซ้ำซ้อน

"ศักดิ์ชาย"เป็นนายก ปิดฉากมวยไทยซ้ำซ้อน

26 พ.ค. 2553

ปิดฉาก 5 ปี คดีสมาคมมวยไทยซ้ำซ้อน คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตัดสินให้ สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่มี นายศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เป็นนายกสมาคม ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ สมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ที่มีนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เป็นนายกสมาคม ต้องยุบทันที


  เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ศาลปกครองสูงสุด คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด แถลงคำพิพากษาคดีฟ้องร้องระหว่าง สมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ที่มีนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เป็นนายกสมาคม (ผู้ฟ้องคดี) กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) (จำเลยที่ 1) สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (จำเลยที่ 2) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับหน่วยงานทางปกครองออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนายสันติภาพ เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่นายสมพร ไชยสงคราม ผอ.กองนิติการ กกท.เป็นผู้แทน กกท. ส่วนสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย มีนายขจร พราวศรี เป็นผู้แทน
 คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 เมื่อ กกท.เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่น ภายหลังนายสันติภาพตัดคำว่า "สมัครเล่น" ออก และใบอนุญาตใช้คำว่า"แห่งประเทศไทย"  อาศัยอำนาจตามมาตรา 55 พรบ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 และได้ให้การรับรองจัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยมีนายศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เป็นนายกสมาคม


 ทำให้นายสันติภาพได้ยื่นฟ้องศาล โดย ศาลปกครองชั้นต้น(ศาลปกครองกลาง) พิพากษา ให้เพิกถอนคำสั่งของ กกท.ในการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย และอนุญาตให้ใช้คำว่า "แห่งประเทศไทย" จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
 ภายหลังคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดใช้เวลา 20 นาทีอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น สรุปสาระสำคัญของคำพิพากษาดังนี้ สืบเนื่องจากศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) พิพากษาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2548 ให้เพิกถอนคำสั่งของ กกท.ในการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย และอนุญาตให้ใช้คำว่า"แห่งประเทศไทย"จนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น กกท. และสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในฐานะจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยสาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย 3 ประเด็นจนได้ข้อสรุปประกอบด้วย


 1. สมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ดำเนินการฟ้องร้อง กกท.และสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ตามขั้นตอนกฎหมาย และมีอำนาจยื่นฟ้องร้องได้ เนื่องจากภายหลัง กกท.เพิกถอนใบอนุญาตของสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ได้ให้การรับรองจัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยมีนายศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เป็นนายกสมาคม ย่อมมีส่วนได้เสียตามกฎหมาย
 2. คำสั่ง กกท.เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2548 ในการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่น(ภายหลังนายสันติภาพตัดคำว่า"สมัครเล่น"ออก" และใบอนุญาตใช้คำว่า"แห่งประเทศไทย" กกท.มีอำนาจเพิกถอนตามมาตรา 55 พรบ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 และมีความเหมาะสมแล้ว
 3. คำสั่ง กกท.จัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่น และอนุญาตให้ใช้คำว่า"แห่งประเทศไทย"หลังเพิกถอนใบอนุญาตสมาคมที่มีนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เป็นนายกสมาคมเรียบร้อยแล้ว เป็นอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปรากฎว่ามีบทกฎหมายให้ชะลอการจัดตั้งสมาคมใหม่แทนสมาคมเก่า ทำให้สมาคมมวยไทยฯ ของนายสันติภาพ ต้องเลิกและหยุดดำเนินการทันที


 สรุปศาลพิพากษา กลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเป็นยกฟ้อง ส่งผลให้สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ ที่มีนายศักดิ์ชาย เป็นนายกสมาคม เป็นสมาคมที่ได้รับการรับรองจาก กกท.อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงสมาคมเดียว และยุบสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ที่มีนายสันติภาพ เป็นนายกสมาคม
 นายศักดิ์ชาย เปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจ ที่คดียุติหลังฟ้องร้องกันมา 5 ปีเต็ม สมาคมจะต้องเข้าไปรับผิดชอบการจัดการแข่งขันมวยไทยในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ รวมถึงส่งนักมวยไทยไปแข่งขันซีเกมส์, เอเชี่ยนอินดอร์แอนด์มาเชี่ยลอาร์ตเกมส์ ขณะเดียวกันเตรียมสมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้
 ขณะที่ นายสันติภาพ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าค่อนข้างงงกับคำพิพากษาที่ขัดแย้งกันของศาลปกครองชั้นต้น กับศาลปกครองสูงสุด แต่ก็ต้องยอมรับคำพิพากษา หลังจากนี้จะดำเนินกิจกรรมของสมาคมต่อไปภายใต้ชื่อ "สมาคมมวยไทย" ส่วนในระนานาชาติ ตนยังคงมีตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย