
ปิดถ.สีลม-แยกนราธิวาสฯ28-29พ.ค.ถนนคนเดิน
ปิดถนนสีลม-แยกนราธิวาสฯ 28-29 พ.ค. ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย 600 บูธ ขายสินค้า คาดเงินสะพัด 2วัน 100 ล้าน "อภิสิทธิ์"แจงมาตรการเยียวยาช่วยผู้ประกอบการเหยื่อม็อบเสื้อแดง ปลัดกห.ลงชุมชนมักกะสันเยียวยาเหยื่อแดง กสม.เปิดช่องผู้เสียหายฟ้องศาลยุติธรรมแทนได้
เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 25 พ.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่สำนักที่เกี่ยวข้องของ กทม. ถึงการเปิดพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ว่า เบื้องต้น เวลา 09.00-20.00น. วันที่ 28-29 พฤษภาคม กทม.จะเปิดถนนคนเดินช่วยผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีที่ขายสินค้า จำนวน 600 บูธ ซึ่งสำนักงานเขตบางรักจะรับลงทะเบียนผู้เดือดร้อนตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันนี้จนถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม โดยจะรับพิจารณาเฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดก่อน และต้องเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีรายได้น้อยด้วย ซึ่งหากมีผู้ประกอบการลงทะเบียนเกิน 600 บูธ จะไม่มีพื้นที่ใดรองรับการค้าขายอีก เนื่องจากเป็นมาตรการเร่งด่วนที่เตรียมการเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
นางทยา กล่าวว่า สำหรับการเตรียมการเปิดถนนคนเดิน เบื้องต้นประสานไปยังกองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) เพื่อขอปิดถนนสีลมตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 20.00 น. ในวันที่ 28-29 พฤษภาคม โดยเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม จะมีการทำบุญด้านหน้าโรงแรมดุสิตธานีก่อน
ส่วนวันที่ 30 พฤษภาคม จะมีมหกรรมสุขภาพของสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ในถนนสีลมตลอดทั้งสิ้นโดยจะมีบูธสุขภาพและร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคบางส่วนให้บริการประชาชนด้วย ทั้งนี้ในส่วนของความปลอดภัยในพื้นที่ได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจของกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย ส่วนสถานที่จอดรถสำหรับผู้ค้าและประชาชนนั้น เบื้องต้นจะอยู่บริเวณถนนอังรีดูนังต์ บริเวณรอบๆสวนลุมพินี และอาจจะเป็นพื้นที่บางส่วนของโรงแรมดุสิตฯ ด้วย
นายกฤษฎา เปี่ยมพงศ์สานต์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าจะมีเงินหมุนเวียนวันละ 40 ล้านบาท รวม 2 วัน น่าจะมีเม็ดเงินในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนประมาณ 100 ล้านบาท
"อภิสิทธิ์"แจงมาตรการเยียวยาช่วยผู้ประกอบการ
ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ได้หารือถึงมาตรการในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ(นปช.)วันที่ 19 พ.ค.โดยในส่วนการฟื้นฟูชุมชนต่างๆครม.มีมติให้กระทรวงมหาดไทย กระทวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้ประสานงานกับทางกทม.เข้าไปแก้ ปัญหาฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ชุมชนบ่อนไก่ ดินแดง และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ในส่วนของผู้ประกอบการค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่ได้มีการประชุมเบื้องต้น เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ไปซึ่งเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหาไฟ้ไหม้และไม่มีสถานที่ค้าขายครม.ได้มีมติ มาตรการช่วยเหลือ คือเรื่องเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจะมอบให้รายละ 50,000 บาท และการช่วยเหลือเรื่องพื้นที่การค้าขาย โดยกลุ่มแรกคือ กลุ่มสยามสแควร์ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้แผนรองรับไว้เรียบร้อยแล้วจะ เปิดให้ขายชั่วคราวในลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างกึ่งชั่วคราวและกึ่งถาวรได้ เป็นระยะเวลา 1 ปีในพื้นที่สยามสแควร์ โดยรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนกับทางจุฬาฯในการจัดทำอาคารนี้ขึ้นในจำนวน 2 ซอยและจุฬาฯไม่ต้องเก็บค่าเช่าจากผู้ค้า ทั้งนี้ใช้งบประมาณจำนวน 90 ล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรณีกลุ่มผู้ค้าของเซ็นทรัลเวิลด์ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหากกลุ่มนี้ทั้ง หมดจะย้ายไปขายที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเป็นการชั่วคราว 1 ปี ทางกลุ่มเซ็นทรัลจะมีการเจรจากับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ที่จะตกลง เงื่อนไขให้เปิดขาย 1 ปี ขณะนี้มอบให้กระทรวงคมนาคมไปดูความเป็นไปได้ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้กลุ่มนี้รวมทั้งกลุ่มของเซ็นเตอร์วันจะมีแนวทางของรัฐบาล หรือกทม.จะไปหาพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงใช้วิธีการเดียวกับแผนของจุฬาฯที่ ดำเนินการให้กับกลุ่มผู้ค้าในสยามสแควร์คิดว่าจะได้ข้อยุติค่อนข้างเร็ว ในช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ค.คณะกรรมการที่มีนายกอปร์ศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจะเร่งหาข้อยุติเรื่องนี้ ในส่วนที่ 3 มาตรการเรื่องเงินทุน มาตรการเดิมที่กระทรวงการคลังมีอยู่แล้วในเรื่องสนับสนุนเงินกู้ผ่านธนาคารเอสเอ็มอีก็มีการปรับเงื่อนไข โดยเฉพาะได้ให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะมาช่วยใน เรื่องดอกเบี้ยกรณีที่ไม่มีหลักประกันดอกเบี้ยที่จะเก็บอัตราร้อยละ 3 นอกจากนั้นเฉพาะกลุ่มที่ถูกไฟไหม้ไม่มีสถานที่ค้าขายกู้ในวงเงิน 1 ล้านบาทเงินกู้ 3 แสนบาทแรกจะให้กู้โดยไม่เสียดอกเบี้ยและไม่ต้องชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นคนเหล่านี้จะมีเงินทุนไป 3 แสนบาทเพื่อไปทำงานได้ในเวลา 1 ปี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ครม.ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการเปิดบัญชีรับบริจาคจากประชาชนควบคู่ไปกับการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ในการช่วยเหลือว่าผู้เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือจะเป็นใครอย่างไร ส่วนผู้ประกอบการที่มีปัญหาการค้าขายมาก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.หรือในช่วงการชุมนุมในช่วง 2 เดือนครม.ได้มีมติอนุมัติหลักการช่วยเหลือบรรดาลูกจ้าง สำหรับคนที่ตกงานที่อยู่ระบบประกันสังคมจะได้รับการช่วยเหลือจากประกันสังคม และจะได้รับเงินสมทบอีกส่วนหนึ่งจากภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ และกรณีของบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมจะได้รับเงินช่วยเหลือเช่น เดียวกับที่สมทบให้กับกลุ่มอยู่ในระบบประกันสังคมเบื้องต้นคาดไว้น่าจะเป็น รายละ 7,500 บาท เป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำของผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อยที่ปิดกิจการหรือค้าขายไม่ได้ในช่วงการชุมนุม หลักการขณะนี้คือรัฐบาลจะเจรจาให้ผู้ให้เช่าไม่เก็บค่าเช่า 1 เดือน และเจรจากับผู้ให้เช่าว่าจะมีการช่วยเหลือชดเชยกันอย่างไร นอกจากนี้จะมีเรื่องประกันภัยและเรื่องอื่นๆซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องไปดำเนินการ
ปลัดกห.ลงชุมชนมักกะสันเยียวยาเหยื่อแดง
ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมการเฉพาะกิจเพื่ออำนวยการให้ความช่วยเหลือปละแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในภาระเร่งด่วน ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนที่ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน และชุมชนจารุรัตน์ เพื่อไปแจกจ่ายถุงยังชีพจำนวน 500 ชุดให้แก่ชุมชนในเขตพื้นที่ นอกจากนี้หน่วยบัญชาการพัฒนาร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาให้บริการด้านการแพทย์ช่วยเหลือประชาชน และยังมีหน่วยรับเรื่องราวร้องทุกข์ของกระทรวงยุติธรรม ชุดคุ้มครองสวัสดิภาพของกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ลงพื้นที่ เพื่อช่วยฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชน
พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และปัญหาในพื้นที่ รวมถึงแผนที่เราได้ประชุมกันไว้ว่า สามารถใช้ได้จริงหรือไม่อย่างไร ซึ่งได้นัดกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมารับทราบปัญหา ซึ่งเราได้ประชุมมา 2 ครั้ง เพื่อจัดทำแผนเพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน นำมาสู่การเยียวยาจิตใจประชาชน ซึ่งเราจะมีลงพื้นที่อื่นๆต่อไป รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย ทั้งนี้เราจะให้กระรวงศึกษาธิการเข้าไปชี้แจงทำกับ เด็ก เยาวชน ทุกคน เพื่อให้เกิดเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเน้นในเรื่องการสร้างสมานฉันท์มากกว่า เรื่องใครแพ้หรือชนะสิ่งที่เกิดขึ้นควรทำความเข้าใจและปลูกฝังการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้เด็ก และเยาวชนเข้าใจมากกว่าการนำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะมีการประชุมในวันที่ 26 พ.ค.นี้ โดยจะมีผู้อำนวยการเขตการศึกษา 165 เขตประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ครูอาจารย์เข้าใจ
“ ในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครชนะ มีแต่ความพ่ายแพ้ของคนไทยทั้งสิ้น อยากให้ประชาชนร่วมกันหันมาต่อสู้ ในความเป็นไปของชาติบ้านเมืองมากกว่า มามุ่งเอาแพ้ชนะกัน ไม่ใช่เรื่องการแบ่งแยกเอาแพ้ เอาชนะ แต่เป็นการมาร่วมกันเพื่อทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ ในการที่เราเผชิญกับวิกฤติเช่นนี้ คนไทยทั้งชาติต้องมาร่วมสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น และช่วยกันดูแลปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือประชาชน ทั้งหมดต้องร่วมกันดูแลบ้านเมืองนี้ ” พล.อ.อภิชาต กล่าว
เมื่อถามว่า ปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตจะทำให้สังคมไทยยิ่งแตกแยกหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เราพยายามดูแลทำความเข้าใจ สื่อไปถึงทุกค่ายทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือช่องทางอื่นๆ หากมากเกินไปจะไม่เหมาะสมจะเป็นการเข้าข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป ขอให้ถอยออกมาคนละก้าวและควรมาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมบนพื้นฐานความพอดี
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อให้มีการสอบสวนการใช้กำลังทหารในการสลายการชุมนุม พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เราพร้อมให้การตรวจสอบ ไม่มีปัญหา เพราะการปฏิบัติการทางทหาร ดำเนินการตามขั้นตอนตลอด และคำนึงถึงหลักกฎหมายไม่เกินกว่าเหตุ เชื่อว่าผู้นำเหล่าทัพ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในศอฉ.พร้อมชี้แจง ส่วนกองทัพจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำหนดแนวทางตามมาตรการปรองดองในข้อที่ 4 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งท่านพูดมาตลอดว่า จะหาคนกลางมาดุแลเรื่องนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่มีภาพปรากฏว่า ทหารใช้ปืนยิงประชาชน พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องพยายามทำความเข้าใจบนพื้นฐานข้อมูลข้อเท็จจริง ยืนยันว่า ต้องใช้ข้อเท็จจริงในการชี้แจง ไม่มีการปรับแต่ง และเรายืนยันว่า เราชี้แจงได้ ซึ่งเชื่อว่า สื่อก็มีภาพว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
“ ผมอยากให้ทุกอย่างจบ ภาวนาให้คนไทยหันกลับมาร่วมคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียน เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นแล้วเราจะใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างไร เพื่อให้เราเดินต่อไปข้างหน้า ทุกชาติก็ห่วงไทยทั้งในอาเซียนกันเองที่ฝากความห่วงใยและปรารถนาดีมา เป็นสิ่งที่คนไทยทั้งชาติต้องร่วมกันสร้างความสมัครสมาน ความปรองดองให้เกิดขึ้น เลิกแบ่งฝ่าย อย่าคิดว่า ใครแพ้ หรือชนะ และอย่าคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใครสูญเสียอะไร แต่ขณะนี้ชาติได้สูญเสียโอกาสไปมาก เราควรต้องเดินหน้าต่อไป ในการทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าไปให้ได้ อยากร้องขอให้กลับมาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองดีกว่าเดินเกมเอาแพ้ชนะไม่มีประโยชน์อะไร เราได้เห็นความพินาศที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว หากมาคิดเอาแพ้ หรือชนะกันอย่างนี้ ผมเชื่อว่า หากคิดอย่างคนมีสติแบบคนไทย คงไม่สามารถยอมรับได้ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีกในประเทศไทย ” พล . อ . อภิชาต กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า แกนนำที่หลบหนีการจับกุมจะเข้าไปปลุกระดมประชาชนในพื้นที่ขึ้นมา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นประเด็นที่เราห่วงใย แต่อยากฝากประชาชนรับฟังในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นคนที่ปลุกระดมด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงมาตลอด เมื่อถึงเวลาเขาควรเป็นคนแรกที่เข้ามอบตัวด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นคนแรกที่หนีออกไป ทั้งสองคนถือเป็นฮาร์ดคอร์ของกลุ่มคนเสื้อแดง หากคิดว่าตนเองไม่ผิดควรเข้ามอบตัว ไม่ใช่หลบหนีการกระทำของตนเอง ทั้งนี้ตนเชื่อว่า ทั้งสองคนน่าจะยังอยู่ภายในประเทศ ซึ่งจะต้องพยายามติดตามตัวเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เราคงไม่ปล่อยไว้
เมื่อถามว่า แกนนำเสื้อแดงทุกคนที่โดนข้อหาคดีการก่อการร้ายถือว่าสมควรหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ดีเอสไอเป็นคนเสนอข้อหานี้ขึ้นมา โดยเหตุผลว่ามีความเชื่อมโยงจากข้อมูลของดีเอสไอทั้งหมดจึงระบุว่า เป็นข้อหาก่อการ้าย
เมื่อถามถึงการขยายเวลาในการประกาศเคอร์ฟิวนั้น พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงหยิบยกมาพูดในที่ประชุมศอฉ.เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา และที่ประชุมเห็นว่า เป็นเรื่องที่ควรจะคงไว้อยู่แต่ให้ร่นเวลาเป็นเที่ยงคืนถึงตีสี่ เพราะทราบว่า ประชาชนและผู้ประกอบการค่อนข้างเดือดร้อน ทั้งนี้ทุกคนทราบว่า ปัญหาไม่จบง่ายจึงจำเป็นต้องมีเคอร์ฟิว และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ เพราะเขายังพยายามปลุกระดมและสร้างปัญหากันอยู่
กสม.เปิดช่องผู้เสียหายฟ้องศาลยุติธรรมแทนได้
พล.ต.อ. วันชัย ศรีนวลนัด กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ชุมนุมดังกล่าวได้ยุติลง และคาดหวังว่าความสงบเรียบร้อยของสังคมกำลังกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ผลที่เกิดจากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งของภาคราชการและเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่นอกเหนือจากความเสียทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งความเสียหายเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลรักษาเยียวยาอย่างเหมาะสมทั้งจากภาครัฐ และจากผู้กระทำผิดที่ละเมิดฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์และเคราะห์ร้ายเหล่านั้นได้ กลับคืนสู่สภาพเดิมมากที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว
พล.ต.อ.วันชัย กล่าวต่อว่า กสม. ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจึงมีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่รัฐธรรมนูญ2550 มาตรา 257(4) ได้บัญญัติให้กสม.มีอำนาจ หน้าที่ ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหาย และเป็นกรณีที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม ดังนั้นเพื่อเป็นการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิร้องขอต่อกสม. เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยขอให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และความเสียหายที่ได้รับไปยังสำนักงานกสม.ได้ที่ ตู้ ปณ. 123 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 และโทรศัพท์สายด่วน 1377หรืออีเมล์ [email protected] <mailto:[email protected]>



