
ทนายต่างชาติแม้วชี้ตั้งข้อหาก่อการร้ายไม่ชอบ
ทนายต่างชาติของทักษิณระบุการตั้งข้อหาก่อการร้ายไม่ชอบด้วยกม.ทำลายความหวังปรองดอง วุฒิสภาสหรัฐมีมติหนุนไทยวอนให้ยุติเหตุการณ์ไม่สงบ
(25พ.ค.) บรรดาสำนักข่าวต่างชาติ ทั้งซีเอ็นเอ็น และเอเอฟพี รายงานว่า ศาลไทยมีคำสั่งอนุมัติหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้ายตามคำขอของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอแล้ว หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีหลักฐานว่ายุยงกลุ่ม
ผู้ประท้วงเสื้อแดงก่อเหตุไม่สงบในประเทศ
เอเอฟพี ระบุด้วยว่า ข้อหาก่อการร้ายมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่จุดประสงค์ของการออกหมายจับครั้งนี้น่าจะเป็นการสนับสนุนความพยายามที่จะให้ต่างชาติส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้ทางการไทย หลังจากเขาได้หลบไปพักอาศัยในประเทศต่างๆ
และสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวแคนาดาซึ่งมีสำนักงานในอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ในนามของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุว่า รัฐบาลได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมด้วยการตั้งข้อหาที่เป็นการผิดหลักเหตุผล ละเมิดกฎหมาย และทำลายความหวังที่จะสร้างความปรองดอง
นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่า รัฐบาลควรต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนสำหรับการปราบปรามผู้ประท้วงในกรุงเทพฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมกับกล่าวหาว่ารัฐบาลกำลังตราหน้าว่าเกษตรกรชาวรากหญ้าเป็นผู้ก่อการร้าย
วุฒิสภาสหรัฐมีมติหนุนไทยวอนให้ยุติเหตุการณ์ไม่สงบ
วุฒิสภาสหรัฐผ่านมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์เมื่อวานเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพทั่วทั้งประเทศไทย และขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวิกฤติการเมืองไทยปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และหาทางคลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา
มติฉบับนี้ซึ่งร่างขึ้นโดยวุฒิสมาชิกจิม เวบบ์ ประธานคณะอนุกรรมการวิเทศสัมพันธ์ฝ่ายเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยังยืนยันสนับสนุนแผนสร้างความปรองดอง 5 ข้อของทางรัฐบาล ตลอดจนเรียกร้องให้เคารพระบอบกษัตริย์ ส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมให้มากขึ้น การมีสื่อมวลชนที่เป็นกลาง การสอบสวนอย่างอิสระเกี่ยวกับวิกฤติการเมืองปัจจุบัน และการแสดงความเห็นสาธารณะเกี่ยวกับความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การออกมติดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังนายฟิลิป คราวเลย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแถลงเมื่อวานว่า สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯได้เปิดให้บริการอย่างจำกัดเมื่อวันจันทร์ และกำหนดเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ในวันนี้ หลังจากปิดมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ท่ามกลางการประท้วงและการปะทะกันอย่างรุนแรงในกรุงเทพฯ



