ข่าว

“สดศรี”แย้มดีเอสไอระบุ ปชป.ทำนิติกรรมอำพราง

“สดศรี”แย้มดีเอสไอระบุ ปชป.ทำนิติกรรมอำพราง

19 มี.ค. 2552

“สดศรี” แย้ม ดีเอสไอ ระบุ ปชป. ทำนิติกรรมอำพราง ที่สามารถเอาผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ กรณีเงินสนับสนุนพรรค 258 ล้าน และเงินกองทุน

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีเงินสนับสนุนพรรค 258 ล้าน และเงินกองทุนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ดีเอสไอส่งเอกสารมาให้กกต.ตรวจสอบว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์นำเงินที่ได้จากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ไปใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงของชุดพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็น ประธาน กกต. ซึ่งขณะนั้นทางกกต.ก็ได้มีการจ้างบริษัทตรวจบัญชีเอกชนมาทำการตรวจสอบบัญชีงบดุล ที่แต่ละพรรคการเมืองรายงาน ซึ่งเป็นการตรวจสอบเฉพาะเอกสารที่ส่งมาว่าดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ไม่ได้ลงลึกไปตรวจสอบว่า บริษัทที่ว่าจ้างกันนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่

สำหรับกรณีนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นสำเนาเช็คในการว่าจ้างจำนวน 8 ฉบับ แต่ไม่มีหลักฐานที่เป็นสัญญาจ้าง ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ทาง ดีเอสไอ เคยประสานมาว่า กรณีนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะดำเนินการอย่างถูกต้อง และก็ได้ยืนยันว่า เงินที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับไป กับเช็คที่ส่งให้กกต.น่าจะเป็นนิติกรรมอำพราง ที่ผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 94 ที่สามารถเอาผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ ซึ่งทางดีเอสไอก็ได้เขียนมาในคำร้องที่ส่งให้กกต. ตรวจสอบการใช้เงินครั้งนี้ด้วย

“ไม่เข้าใจว่าทำไมประธานกกต.ไม่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมกกต.แต่ตนเองก็ไม่สิทธิ์ที่จะไปทวงติงได้ เพราะเรื่องดังกล่าวนั้น ดีเอสไอ ส่งมาถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง ดังนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองก็มีอำนาจในการที่จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ อย่างไรก็ตามทราบว่าขณะนี้ทางนายทะเบียนพรรคการเมืองเตรียมที่จะส่งเรื่องให้กับคณะอนุกรรมการฯนำไปตรวจสอบ” นางสดศรี กล่าวและว่า

ส่วนตัวเห็นว่าก่อนที่จะมีการเปิดกล่องเอกสารที่ทางดีเอสไอนำมามอบให้กับกกต.นั้น ตนอยากจะเชิญให้ทางดีเอสไออยู่ร่วมด้วย เพื่อตรวจรับรองเอกสารที่ส่งมาว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ก่อนส่งให้คณะอนุกรรมการไปสอบข้อเท็จจริง

นางสดศรี กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นการตรวจสอบแต่เอกสารที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งมาให้เท่านั้น รวมถึงมีการสุ่มตัวอย่างจากใบเสร็จที่ได้ส่งมา ซึ่งก็ยังไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ แต่หากมีการร้องเรียนเข้ามาเราก็จะสามารถลงไปตรวจสอบเชิงลึกในรายละเอียดนั้นได้