
'เทือก'อัดพท.ปล่อยข่าวทหารยิงปชช.
"เทพเทือก" โยนครม.ต่ออายุเคอร์ฟิว อ้างจำเป็นเพราะบางพื้นที่มีต่อต้าน ภารกิจรัฐจากนี้คือ ชี้แจงปชช. ระบุ"อริสมันต์"-"สุภรณ์" ยังหลบหนี แต่จนท.สนธิกำลังติดตามตัวรวมทั้งล่าชายชุดดำหลายสิบคนที่มีประวัติแล้วด้วย ฉุนพท.ตัวปล่อยข่าวลือทหารการยิงปชช. วอนสังคมอย่า
(25พ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและผอ.ศอฉ.ให้สัมภาษณ์กรณีศอฉ.เสนอให้ต่ออายุการประกาศเคอร์ฟิวอีก 7 วันช่วงเวลา 24.00-04.00 น.ในกทม.และ 23 จังหวัดต่อไปว่าการตัดสินใจให้ประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่นั้นคณะกรรมการศอฉ.ได้พิจารณารอบด้านคือ 1. การประกาศเคอร์ฟิวนี้กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนและการประกอบอาชีพ 2. การดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองให้เร็วที่สุด
โดยเมื่อนำ 2 ประเด็นนี้มาชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่ายังมีความจำเป็นที่ต้องประกาศเคอร์ฟิวสักระยะเพราะยังมีบางพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหาในกทม.และต่างจังหวัด โดยเฉพาะสถานการณ์ในกทม.เมื่อวันที่ 24 พ.ค.นายอิสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมฯจะเข้าไปในบางพื้นที่นั้นยังทำไม่ได้และไม่เรียบร้อย ตรงนี้เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ยังต้องกวดขัน ควบคุม ลดโอกาสการก่อเหตุร้ายให้น้อยลง จึงได้พิจารณาว่าเวลาช่วงใดเหมาะสมและการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงเวลาข้างต้นนั้น สำหรับคนต่างจังหวัดมีน้อยคนที่จะออกนอกเคหะสถานเมื่อเลยเวลา 24.00 น.ไปแล้ว และเป็นเวลาที่คนปกติพักผ่อนนอนหลับ ส่วนในกทม.ก็เช่นเดียวกันแม้บางส่วนต้องตื่นขึ้นมาประกอบอาชีพในช่วงเวลานั้นแต่จะผ่อนผันให้ผู้ประกอบอาชีพเหล่านั้นเป็นกรณีไปเพื่อลดความเดือดร้อนและผลกระทบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วงและเข้าไปไม่ได้ นายสุเทพกล่าวว่า ในกทม.มี 1-2 แห่งเช่น ชุมชนบ่อนไก่ เป็นต้นซึ่งได้ระมัดระวังอยู่ โดยสาเหตุมาจากอาการต่อต้านที่ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่ขอเรียนว่าตรงนี้คือความเห็นของศอฉ.เพื่อที่จะมอบให้ตนชี้แจงกับครม.โดยการทบทวนจริง ๆ นั้นอยู่ที่ครม.
ถามว่าหลังจาก 7 วันผ่านไปแล้วจะมีมาตรการด้านความมั่นคงอย่างไรต่อไป นายสุเทพกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไปคือให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ สนธิกำลังกันดูแลควบคุมสถานการณ์และปกป้องทรัพย์สินของประชาชนและสาธารณะที่จะมีมาตรการหลายอย่างดำเนินการและเมื่อดำเนินการไปแล้ว ก็ต้องเร่งรัดที่จะให้มีกระบวนการพูดคุยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจและแยกแยะให้ชัดเจนว่าการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงออกเรียกร้องต่าง ๆ นั้นมันเป็นคนละเรื่องกับการก่อการร้ายทั้งหลาย โดยต้องแยกแยะให้ได้ และให้ประชาชนเข้าใจถึงระบอบประชาธิปไตยที่ต้องเคารพกฎหมาย ความมั่นคงของรัฐคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้นต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องช่วยกันพิทักษ์รักษา ขณะเดียวกันต้องไปแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการมาก่อนแล้ว เช่นปัญหาหนี้สินประชาชนที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังดำเนินการอยู่ ปัญหาที่ดินทำกินนั้นนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯดำเนินการอยู่ และยังมีเรื่องการแก้ปัญหาคนจนเเละ การยกระดับรายได้นั้น รัฐบาลจะใช้มาตรการเดียวกันที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว โดยเรื่องเหล่านี้ครม.ต้องหารือโดยเร็ว
เมื่อถามว่า ความคืบหน้ากรณีแกนนำนปช.ที่ถูกจับกุมตามข้อกล่าวหาในพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นตอนนี้จับกุมแกนนำได้กี่คนและฝ่ายใดดูแลบ้าง นายสุเทพกล่าวว่า ยังจับกุมแกนนำไม่ได้หมด และต้องติดตามจับกุมต่อไปอีกหลายคนโดยตนจำไม่ได้หมด แต่เท่าที่ตนจำได้นั้นคือนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรองและนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์นั้นยังหลบหนี ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ เลขาธิการนปช.นั้นได้อาศัยเอกสิทธิ์การเป็นส.ส.อยู่และหากสภาเปิดสมัยประชุมแล้วก็จะมีการดำเนินการเคลียร์เรื่องนี้
นอกจากนี้ยังมีสมุนและบริวารรวมทั้งผู้ใช้อาวุธทำร้ายร่ายกายคือผู้ก่อการร้ายที่ติดตามจับกุมได้แล้ว 20-30 คนที่กำลังสอบสวนอยู่ การดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายนี้เป็นเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและ 12-13 ส่วนราชการสนธิกำลังทำคดีให้เป็นคดีพิเศษ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดต่อกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นเรื่องของตำรวจที่ดำเนินการตามปกติ
ถามว่ามีเบาะแสของนายสุภรณ์และนายอริสมันต์หรือไม่ว่าหลบหนีไปที่ใด เพราะมีกระแสข่าวว่านายอริสมันต์เสียชีวิตแล้ว นายสุเทพกล่าวว่า นายอริสมันต์นั้นปล่อยข่าวหลอกเก่ง คืนหนึ่งปล่อยข่าวว่าอยู่ 20-30 แห่งทำให้ติดตามยากและตอนที่มีการประกาศยุติการชุมนุมนั้นก็ปล่อยข่าวว่านายอริสมันต์โดนจับกุมแล้ว ทั้งหมดคือการปล่อยข่าวลวงทั้งสิ้น วันนี้ก็ปล่อยข่าวว่าเสียชีวิตแล้วนั้น แต่ตนคิดว่าคงไม่ใช่
ส่วนการแยกขังของแกนนำนปช.ที่ค่ายนเรศวรนั้น มันเป็นเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาตามปกติและไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล โดยหลักการแล้วจะไม่ควบคุมในห้องเดียวกันเพราะจะทำให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก
เมื่อถามว่า จะติดตามจับกุมกองกำลังติดอาวุธที่หลบหนีไปกับประชาชนในช่วงยุติการชุมนุมได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า หากถามว่าจะติดตามอย่างไรนั้นตนตอบไม่ได้แต่กำลังติดตามโดยแบ่งงานให้เจ้าหน้าที่เป็นชุด ๆ ในการติดตามและประมวลข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคนเหล่านี้ว่ามีครอบครัวอยู่ที่ใด พื้นเพเป็นคนที่ไหน ส่วนหลักฐานนั้นมีมากคือ หลายสิบคน
ผู้สื่อข่าวถามว่านปช.ที่กระทำผิดกฎหมายและรัฐบาลจับกุมได้แล้วนั้นมีชายชุดดำหรือสไนเปอร์บ้างหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า มีหลายอย่าง เช่น พวกที่เป็นมือยิงเอ็ม 79 ,เอ็ม 16 ,ยิงเฮลิคอปเตอร์ เมื่อได้ตัวมาแล้วก็สอบสวน โดยตนไปยุ่งไม่ได้แต่เดี๋ยวจะมีการแถลงความคืบหน้าเรื่องนี้
ถามว่ารัฐบาลจะประเมินเวลาบ้างหรือไม่ว่าประชาชนจะใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่มีการเคลื่อนไหวของขบวนการใต้ดินตามที่ศอฉ.ระบุไว้ นายสุเทพกล่าวว่า ขอเรียนว่าศอฉ.ไม่ได้ระบุเรื่องการเคลื่อนไหวใต้ดินแต่คนที่พูดเรื่องนี้คือบรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทยและกลุ่มที่ประกาศว่าหากเหตุการณ์เป็นเช่นนี้หลังวันที่ 19 พ.ค.จะไปเคลื่อนไหวใต้ดิน ตนพยายามร้องขอว่าอย่าทำอย่างนั้น เพราะไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น หากคิดจะต่อสู้ทางการเมืองก็ขอให้ต่อสู้โดยเปิดเผยตามวิถีทางประชาธิปไตยดีกว่าและไม่ควรใช้ความรุนแรง รัฐบาลจะพยายามติดตามเพราะมีบทเรียนสองปีซ้อนแล้ว เมื่อเดือนเม.ย. 2552 ได้เห็นการเผาบ้านเผาเมืองก็ใช้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังแก้ไขปัญหาจนบ้านเมืองคืนสู่ความสงบเรียบร้อยและนึกว่าจะไม่ก่อเหตุใดๆอีกแล้ว แต่ปีนี้ทำหนักกว่าปีที่แล้วอีกนอกจากเผาบ้านเผาเมืองแล้วยังมาฆ่าคนและเจ้าหน้าที่อีก ฉะนั้นจะไม่ยอมให้เกิดเหตุเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
เมื่อถามว่า กรณีการลอบยิงประชาชน 6 ศพที่วัดปทุมวนารามนั้น พรรคเพื่อไทยได้นำภาพและพยานมายืนยันว่าชายชุดทหารยิงประชาชนเหล่านั้น นายสุเทพกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า อยากให้สื่อมวลชนระมักระวังการเสนอข่าว ไม่อย่างนั้นจะเป็นเครื่องมือของฝ่ายก่อการร้ายและอย่าเพิ่งไปหลงเชื่อ ขอให้ย้อนดูว่าตลอดเวลาที่เกิดเหตุ ฝ่ายที่โกหกสม่ำเสมอมีฝ่ายเดียวเท่านั้น



