
ครม.ถกมาตรการช่วยเหยื่อม็อบวันนี้
ที่ประชุมครม.พิจารณางบประมาณและมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ขณะที่ ศอฉ. แจ้ง ครม.รับทราบการตั้งศูนย์ช่วยผู้ประกอบการ
(25พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ซึ่งเป็นครั้งแรก หลังเหตุความรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมืองยุติลง ที่ประชุมเตรียมพิจารณา มาตรการต่างๆ และจัดสรรงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.จะรายงาน ครม.ให้ทราบถึงคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประ ชาชน ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง ที่มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
โดยจะรับทราบการช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน อาทิ กทม. ที่จะช่วยเหลือ 2 ระยะ คือ ระยะ-เร่งด่วนฉุกเฉิน จะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล ในสถานพยาบาลสังกัด กทม. การแจกจ่ายยารักษาโรคและถุงยังชีพ รวมทั้งการรักษาความสะอาด/ซ่อมแซม ที่อยู่อาศัยเป็นการเฉพาะหน้าและการช่วยเหลือระยะต่อไป จะมีค่าปลอบขวัญรายละ 2 พันบาทและเงินทุนประกอบอาชีพครอบครัวละหมื่นบาท
ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรี ร่วมวานนี้(24)จะเสนอให้เงินพิเศษอีก 5 หมื่นบาท รวมทั้งมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น การจัดหาที่ค้าขายให้ ระหว่างการบูรณะซ่อมแซม การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ มาตรการทางภาษี รวมถึงการเสนอขออนุมัติงบประมาณ
ในการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดที่ถูกเผา ของกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ ครม.จะรับทราบ ถึงการจัดหางบประมาณ ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับลงทะเบียน ที่เปิดรับลงทะเบียน 3 วัน ซึ่งมีผู้ลงทะเบียน2,884 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 4,412 ล้านบาท ศอฉ.ยังจะเสนอให้คงมาตรการเคอร์ฟิวต่อไป ระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม โดยปรับเวลา 24.00-04.00 น.
ส่วนระเบียบวาระอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น ครม.จะพิจารณาตามที่นายกรัฐมนตรี เสนอตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เสนอให้ทบทวนมติ ครม.เกี่ยวกับการดำเนินการตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และเสนอให้เยียวยาและแก้ไข กรณีศาลปกครอง
มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน รวมทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอของบกลางปี 2553 และขอตั้งงบปี 2554 ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2552 และของบกลางปี 2553 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบปัญหาภัยธรรมชาติปี 2552
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการสำนักงานธนาคารนุเคราะห์ 400 ล้านบาท



