
เช็กบิล..แดงเผาเมืองคุมด่านสกัดเผ่นข้ามแดน
เสียงโห่ร้องแสดงชัยชนะและความสะใจจากการใช้ไม้-อิฐทุบทำลายหลอดไฟ จุดไฟเผาศาลากลางจังหวัดของกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น อุดรฯ อุบลฯ และมุกดาหาร ในปฏิบัติการคู่ขนานกับการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ โรงหนังสยาม ฯลฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ภายหลังแกนนำเสื้อแดงกรุงเทพฯ ปร
วันนั้นกลุ่มคนทั่วไปต่างเฝ้ามองพฤติกรรมของกลุ่มถ่อยเถื่อนด้วยความเศร้าสลด หวาดกลัว หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากลุ่มอันธพาลแดง ไม่กล้าเอ่ยถึง แต่หลายคนมีความคับแค้นข้องใจ เมื่อเห็นกับตาว่าตำรวจ ทหารได้แต่ยืนดู ทำอะไรไม่ได้เลย บางคนบอกว่า เลยจุดที่จะเรียกว่าตำรวจมะเขือเทศแล้ว น่าจะเป็นตำรวจมะเขือเผา...ไร้น้ำยา
"ขอนแก่น" ที่ถูกแกนนำแดงเสกสรรค์ให้เป็นขอนแก่นโมเดล ยิ่งทำให้กลุ่มมวลชนและแกนนำในพื้นที่ได้ใจ เหมือนได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ เมื่อเข้าสู่แผนปฏิบัติการเผาบ้านเผาเมือง จึงต้องแสดงแสนยานุภาพอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มจากเผาศาลากลาง เผาสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ทุบทำลายธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีจันทร์ ต่อด้วยธนาคารกรุงเทพ สาขาหน้าเมือง และบุกไปเตรียมเผาบ้าน "ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ" อดีตรัฐมนตรีคมนาคม
ที่นี่ความบ้าคลั่งถูกหยุดไว้ด้วย "กระสุนปริศนา" ที่สาดใส่ร่างของกลุ่มคนที่กำลังปีนเข้าบ้าน ขย่มรั้วเตรียมจุดไฟเผาจนเสียชีวิต 1 ราย เจ็บอีกนับสิบ ส่งผลให้ผู้บุกรุกแตกกระเจิง หยุดเดินทางไปเผาทำลายสถานที่อื่นที่ตั้งเป้าไว้อีกมาก โดยเฉพาะสื่อต่างๆ และร้านค้าเสื้อเหลืองที่หมายมั่นปั้นมือไว้
ปฏิบัติการนี้ถูกยกย่องว่าเป็น...ประจักษ์โมเดล !!!
เพราะหลังจากนั้นคนที่มีอาวุธต่างเตรียมพร้อม หากถูกรุกรานก็พร้อมจะตอบโต้แบบตาต่อตา เพื่อพิทักษ์ทรัพย์สินของตัวเองไว้
เมื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤติ ปฏิบัติการไล่ "เช็กบิล" จึงตามมา
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า จนถึงขณะนี้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุใน จ.ขอนแก่น แล้ว 8 คน ออกหมายจับอีก 8 คน จ.มุกดาหาร จับ 12 คน จ.อุดรธานี 45 คน และ จ.อุบลราชธานี 1 คน ออกหมายจับอีก 8 คน
นอกจากนี้ยังออกคำสั่งเรียกแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง 20 คนใน 7 จังหวัดภาคอีสานให้มารายงานตัวที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี โดยเฉพาะใน จ.นครราชสีมา มีทั้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ น.ส.ปาราดา ฉิ่งอินทร์ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนพลังแผ่นดินเอฟเอ็ม 104.50 เมกะเฮิรตซ์
นายสมโภชน์ ปราสาทไทย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงโคราช 2009 นายอนุวัฒน์ ทินราช แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง อ.บัวใหญ่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เขต 5 และนายศักรินทร์ กองแก้ว แกนนำเสื้อแดง อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา นายวรรณกิจ ทองสุข และนายจักราวุธ ไตรวัลลภ
ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสานอีก 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น 4 คน ได้แก่ นายพงศกร อรรณนพพร อดีต รมช.ศึกษาธิการ นางดวงแข อรรณนพพร นายยงยุทธ คงปฏิมากร นายนพดล สีดาทัน จ.อุดรธานี 2 คน คือ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายณัฐยศ ผาจวง
จ.อุบลราชธานี 3 คน มีนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และนายประยุทธ มูลสาร จ.ร้อยเอ็ด เรียกนายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร จ.ชัยภูมิ เรียกนายจารุเดช คนสมบูรณ์ และ จ.มหาสารคาม เรียกนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย
ส่วนการไล่ล่าแกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายจับ พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามภูมิลำเนาของแกนนำ กดดันและติดตามจับกุมตัว ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกจังหวัด และสั่งการไปยังตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ตรวจตราบุคคลผ่านเข้าออกชายแดนอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ พ.อ.ชินกาจ รัตนจิตติ ผอ.กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ยังสั่งทหารตรวจเข้มตามแนวชายแดนทุกช่องทางเข้าออก มีการประชุมร่วมกับกองกำลังรักษาชายแดน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี ประเมินสถานการณ์ตามช่องทางต่างๆ เป็นประจำทุกวัน
สำหรับยุทธศาสตร์ในการติดตามตัวกลุ่มคนเสื้อแดง จะมีการตั้งด่านตามจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน ดึงกองกำลังระดับมวลชนเข้ามาร่วมด้วย เช่น อปพร.และตำรวจบ้าน มีการเพิ่มจุดตรวจให้มีหลายระดับมากยิ่งขึ้น
ส่วนแกนนำที่ออกหมายเรียก ส่วนใหญ่มารายงานตัวแล้วเป็นจำนวนมาก ส่วนแกนนำที่ไม่มาตามหมายเรียก 3 ครั้ง จะทำรายงานเสนอ ศอฉ.ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณาออกหมายจับ สำหรับระยะเวลาในการติดตามตัวจะอยู่ราว 1 สัปดาห์ อาจจะกินเวลานานบ้างเล็กน้อย เพราะความคลาดเคลื่อนของที่อยู่ในการส่งหมายเรียก จนทำให้การติดต่อล่าช้า ขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละบุคคล
ศูนย์ข่าวภาคอีสาน



