
เอกชนระนองห่วงพ่อค้าพม่ารุกหนักจี้จัดระเบียบใหม่
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เริ่มมีความน่ากังวลเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มพ่อค้าพม่าทะลักเข้ามาทำธุรกิจแข่งกับคนไทย มีทั้งร้านโชห่วย, ร้านตัดผม, ร้านอาหาร และร้านคาราโอเกะ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่พ่อค้าคนไทย
เพราะกิจการบางอย่างถือเป็นกิจการหวงห้าม ที่ดำเนินการได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น หากปล่อยไว้จะกระทบต่อระบบการค้าของไทย จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหา โดยเฉพาะการจัดระเบียบการค้าขายตามแนวจังหวัดชายแดนใหม่
"การกระทำดังกล่าวถือว่าเอาเปรียบ เนื่องจากคนไทยเจ้าของร้านค้า ต้องนำรายได้จ่ายภาษีให้แก่รัฐ แต่ชาวพม่าไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากเป็นการเอาเปรียบแล้ว ยังทำให้รัฐสูญเสียรายได้อีกส่วนหนึ่งด้วย" นายนิตย์กล่าว
นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ชาวพม่าเข้ามาตั้งบริษัท หรือสาขา หรือตัวแทนในไทย ในระนองหรือจังหวัดตามแนวชายแดนต่างๆ ซึ่งหากพิจารณาตัวเลขการค้าขายชายแดนไทย-พม่า ตัวเลขอาจจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่พบคือสินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทยเดิมที่เป็นการส่งออกโดยพ่อค้าไทย 100% แต่ในปัจจุบันเป็นชาวพม่า
"จะไปโทษแต่ชาวพม่าคงจะไม่ถูก ส่วนหนึ่งคงต้องโทษคนไทยที่ไปเอื้อ ไปชักชวน หรือบางอาชีพคนไทยเองก็ไม่พยายามที่จะทำ ส่งผลให้กลายเป็นช่องว่างที่พ่อค้าชาวพม่าสามารถแทรกตัวเข้ามาได้" นายกฤษณะกล่าว
นายสุพจน์ กลิ่นประณีต ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission : JTC) ระหว่างไทยกับพม่า เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีเรื่องการค้าชายแดนด้วย โดยฝ่ายไทยได้เสนอให้ฝ่ายพม่าพิจารณาเรื่องการยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น BP 13 อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ให้เป็นด่านถาวร



