ข่าว

จุดวิกฤติไทยกับอาเซียน

จุดวิกฤติไทยกับอาเซียน

25 พ.ค. 2553

คงไม่มีใครเคยคิดมาก่อน ประเทศให้กำเนิดสมาคมอาเซียนจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในองค์กรหลังจาก 43 ปี เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง และความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้สมาชิกอาเซียนเป็นห่วงอย่างมากๆ จนมีการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยกับผู้ชุมนุมให้หยุดความรุนแร

 ประเด็นน่าสนใจคือ เหตุการณ์การเมืองในสมาชิกอาเซียนมีผลกระทบกระเทือนโดยตรงและทางอ้อมอย่างฉับพลันต่อองค์กร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลังจากพม่าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี 1997 พม่าเป็นประเทศตกเป็นข่าวอยู่เสมอไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้อาเซียนขายหน้าประชาคมนานาชาติ เพราะมีการปกครองเป็นเผด็จการและกดขี่ประชาชน

 สิบกว่าปีที่ผ่านมา อาเซียนพยายามใช้มาตรการต่างๆ ที่ไม่แทรกแซงการเมืองภายในพม่ามาใช้ทุกวิถีทาง แต่ไม่สำเร็จ ผู้นำเผด็จการทหารพม่าไม่สนใจกับแรงกดดันของสมาชิกอาเซียนหรืออีกนัยหนึ่งสมาชิกครอบครัวอาเซียน รวมทั้งจากประชาคมโลก

 ตอนนี้สถานการณ์การเมืองไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาทำให้อาเซียนระส่ำระสายเพราะไทยเป็นสมาชิกนำขององค์กร มีผลต่อการปฏิบัติงานของอาเซียนอย่างมาก แต่ทำอะไรมากไม่ได้เพราะรัฐบาลไม่ยอม อาเซียนต้องมีฉันทามติถึงดำเนินการได้

 ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา หลังการเลื่อนประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา ชื่อเสียงไทยในอาเซียนตกต่ำไปเยอะมาก และขณะนี้การชุมนุมที่ราชประสงค์ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่สมาชิกอาเซียนกำลังปวดหัว เพราะมีเสียงเรียกร้องให้มีการออกแถลงการณ์อาเซียนเกี่ยวกับความรุนแรงในกรุงเทพฯ ฝ่ายไทยไม่เห็นด้วยเพราะถือว่าเป็นการแทรกแซง

 ตามจริงเรื่องนี้ ไทยต้องใจกว้างเพราะสมาชิกอาเซียนมีความกังวลจริงๆ ต่อสถานการณ์รุนแรงในไทย ทั้งๆ ที่เห็นตำตายังสามารถมาอ้างอิงได้ มันจะทำให้ความน่าเชื่อถืออาเซียนโดยรวมหดหายไป เพราะอาเซียนได้ออกแถลงการณ์มากมายเกี่ยวกับพม่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

 หลักการอาเซียนไม่แทรกแซงการเมืองภายใน อาจจะต้องมีการทบทวนใหม่ เนื่องจากปัจจัยการเมืองในประเทศสมาชิกได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรอาเซียนครอบคลุมไม่ได้ มีความจำเป็นในอนาคตที่อาเซียนต้องเข้ามามีบทบาทในการไกล่เกลี่ยเรื่องความขัดแย้งแบบนี้

 หลักการความรับผิดชอบในการป้องกันและคุ้มครองประชาชนเป็นข้อตกลงในปี 2005 ระหว่างสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมด น่าจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ในบริบทอาเซียน ขณะนี้ทั่วโลกยังไม่ได้หยิบยกมาใช้อย่างมีประสิทธิผล เนื่องจากสมาชิกยูเอ็นยังไม่ยอมปฏิบัติตาม

 ไทยไม่ได้เป็นรัฐล้มเหลวอย่างที่มีคนวิจารณ์กัน ความขัดแย้งการเมืองเกิดขึ้นได้รับการเอาใจใส่จากผู้เกี่ยวข้องภาครัฐ และภาคประชาชนอื่นๆ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 ไทยในฐานะเป็นสมาชิกนำอาเซียนอาจจะต้องทำตัวเองให้เป็นแบบอย่าง อย่างเช่นที่อินโดนีเซียได้ทำมาแล้วในติมอร์ตะวันออกและอาเจย์ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกอาเซียนเข้ามามีบทบาทในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งแบบเป็นมิตร ซึ่งอาจจะวางรากฐานของการประชาคมอาเซียนใหม่ได้

 อาเซียนจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลไทยได้เชื้อเชิญให้เข้ามาเท่านั้น