ข่าว

รวบหนุ่มเมืองพิจิตรเลี้ยงเป็ดเผาเพื่อนทั้งเป็น

รวบหนุ่มเมืองพิจิตรเลี้ยงเป็ดเผาเพื่อนทั้งเป็น

19 มี.ค. 2552

ตำรวจบางมูลนาก รวบหนุ่มเลี้ยงเป็ดเผาเพื่อนทั้งเป็น เสียชีวิตกลางทุ่งนา อีกรายอยู่ระหว่างหลบหนี เผยสาเหตุเมาแล้วลวนลามนายจ้าง ก่อนพามาตั้งวงดื่มเหล้าและเกิดปากเสียงจึงร่วมกับเพื่อนใช้ขวดตีหัว-ก้อนอิฐทุบอก แะจุดไฟเผา

เมื่อเวลา  22.00 น.วันที่ 18 มี.ค.พ.ต.ท.สุรสีห์ มั่นสี สารวัตรเวร สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคน ถูกเผาเสียชีวิต อยู่บริเวณศาลารม หมู่ที่ 1 ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร  จึงรายงานให้พ.ต.อ.สัณห์ โพธิ์รักษา ผกก.  สภ.บางมูลนาก ให้ทราบและเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และหน่วยกู้ภัย

 ที่เกิดเหตุ พบชายไทยถูกจุดไฟเผา เสื้อผ้าและลำตัวจนเกรียม นอกจากนี้ยังพบว่าที่บริเวณศีรษะถูกของ แข็ง ตีนอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า นายบุญส่ง  ไม่ทราบนามสกุล อายุ 38 ปี ไม่ทราบที่อยู่ และ ทราบเพียงมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเป็ด

 ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุมีด้วยกัน 2 คน คือ นายวิมล เทศพรหม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 บ้านหนองกระโดน     อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และนายเอกรินทร์ ไม่ทราบนามสกุลและที่อยู่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 คน คือ  นายวิมล  ภายหลังก่อเหตุแล้วได้เตรียมหลบหนีไปขึ้นรถที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ส่วนนายเอกรินทร์ อยู่ระหว่างการหลบ หนี ซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งตามตัวเพื่อมาดำเนินคดี ต่อไป

 จากการสอบสวนนายวิมล เบื้องต้นให้การว่า ตนพร้อมด้วยนายบุญส่ง และนายเอกรินทร์ เป็นลูกจ้างเลี้ยง เป็ดของนางอุบล โพธิ์พุก อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 1 ต.ทุ่งน้อย อ.โพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งเป็นนายจ้างที่มีรูปร่างหน้า ตาดี แม้จะมีอายุมากแล้ว ภายหลังเลี้ยงเป็ดกลับมาได้ตั้งวงดื่มเหล้าและกินข้าว

 ขณะนั่งดื่มเหล้าอยู่นั้น ได้มีนางอุบล นายจ้างเลี้ยงเป็ด ได้เดินมา ปรากฏว่านายบุญส่ง ได้ใช้มือจับไปที่ก้น ของนางอุบล ก่อนที่นางอุบล จะโวยวายและไล่นายบุญส่ง ออกจากการเป็นลูกจ้าง พร้อมกับให้ตนและนายเอกรินทร์ ไป ส่งนายบุญส่ง ขึ้นรถไฟเพื่อกลับบ้านที่สถานีดงตะขบ
 นายวิมล ให้การว่า ปรากฏว่าพวกตนไม่ได้ไปส่ง แต่แวะไปซื้อเหล้ามานั่งกินกันที่ศาลารมที่เกิดเหตุ จากนั้นได้  เกิดมาปากเสียงกัน นายบุญส่ง เข้ามาทำร้ายตนกับนายเอกรินทร์ จากนั้นตนและนายเอกรินทร์ จึงได้คว้าไม้ตีไปที่ บริเวณศีรษะ จากนั้นได้ใช้ไฟแช็คจุดไฟเผาจนเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากพวกตนก่อเหตุแล้วจึงแยกย้ายกันหลบหนีดังกล่าว

 พ.ต.อ.สัณห์ โพธิ์รักษา ผกก.สภ.บางมูลนาก กล่าวว่า สำหรับคดีนี้เป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญจึงได้มีการตั้ง ทีมเฉพาะกิจเพื่อตามจับตัวผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังหลบหนีอยู่ โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามอย่างกระชั้นชิด โดยจากการส่ง เจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบใน จ.นครสวรรค์ ล่าสุดพบว่าชื่อนายเอกรินทร์ เป็นเพียงชื่อที่เพื่อร่วมงานเรียกเท่านั้น ส่วน ชื่อจริงจากการตรวจสอบพบว่าชื่อ นายเอกชัย(ขอสงวนนามสกุล)

 แต่ในขณะนี้พบว่า ไม่มีเลขที่บ้านของนายเอกชัยแล้ว เพราะมีการรื้อบ้านและหายไปจากที่อยู่ที่มีการสืบสวน ออกมา โดยจะส่งตำรวจไปทำการตรวจสอบอีกครั้งและคอยจับตาตามบ้านญาติ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้คนร้ายรายนี้มาไม่ ยากนัก

 ผกก.สภ.บางมูลนาก กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายวิมล ผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า ได้ลงมือทำร้ายนาย บุญส่งจริง เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมา โดยหลังจากนั่งดื่มสุราและเกิดปากเสียงจนถึงขึ้นลงไม้ลงมือกัน โดยหลังจากที่ ใช้ทั้งขวดตีศีรษะยังใช้ ก้อนอิฐทุบไปที่หน้าอก หลังจากนั้นจึงลากตัวนายบุญส่ง ลงไปข้างล่างและใช้กระสอบปุ๋ยและ เสื้อผ้า เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟเผานายบุญส่ง โดยที่ยังไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ และพากันแยกย้ายเพื่อหลบหนี

 โดยเบื้องต้นนายวิมล ให้การว่านายเอกชัยเป็นผู้ลงมือเผา แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะส่วนใหญ่ผู้ ต้องหามักให้การซักทอดผู้ต้องหาที่ตำรวจยังไม่สามารถจับตัวได้อยู่แล้ว