
ททท.เลยเปิดแคมป์เปญไปเลยลุยลาวสู่เมืองมรดกโลก
ททท.สำนักงานเลย จับมือสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว เปิดโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ไปเลยลุยลาว สู่หลวงพระบางเมืองมรดกโลก หวังเชื่อมการท่องเที่ยวของสองประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปีนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดแตะ 1 ล้านคน
นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผอ.ททท.สำนักงานเลย เปิดเผยว่า ผลพวงจากภาวะทางเศรษฐกิจ ทางการเงิน การลงทุน และเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย ทำให้นักท่องเที่ยวกรุงเทพฯ และภาคกลางเข้ามาเที่ยว จ.เลยมากขึ้น เพราะต้องการหลีกหนีความไม่สงบไม่พื้นที่ ทั้งนี้ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมักคิดว่าเมืองเลยนั้นเที่ยวได้เฉพาะหน้าหนาว หรือ ”ไฮซีซัน” แต่ที่จริงแล้วสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี รวมถึงในหน้าฝนที่มีธรรมชาติสวยงาม สีเขียวสดใสตลอด ส่วนหน้าร้อนก็มีหาดทรายขาวที่เชียงคาน มีแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ธารน้ำตก ถ้ำ ศิลปวัฒนธรรม อันมีจิตรกรรมฝาผนัง ตามวัด พระอุโบสถต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่เป็นธรรมชาติมากมายหลายแห่ง
ผอ.ททท.สำนักงานเลย กล่าวอีกว่า เมื่อศักยภาพมีมากเช่นนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นการดึงจูงใจนักท่องเที่ยวให้หวนกลับมาเที่ยวเมืองไทย และประเทศเพื่อนบ้านอันเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดนร่วมกัน ททท.สำนักงานเลย จึงร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.เลย จัดกิจกรรมกระตุ้นการกท่องเที่ยวตลอดทั้งปีขึ้น
สำหรับโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โปรแกรมแรก คือ ธรรมชาติอัศจรรย์ ถิ่นวัฒนธรรมนาแห้ว ซึ่งจะเป็นการชูอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายที่สูงที่สุดของ จ.เลย ภูเรือและพระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย เป็นจุดขาย, โปรแกรมที่ 2 ได้แก่ เลาะเลียบริมสิงฝั่งน้ำเยือนเหืองแลโขง จะเน้นขดขายที่ สวนหินผางาม อ.หนองหิน และ อ.เชียงคาน,โปรแกรม เที่ยวภู ดูผีตาโขน ที่ อ.ด่านซ้าย อันเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกและเป็นโปรแกรมยอดฮิตอีกด้วย
นอกจากนี้ แล้วการเชื่อมการท่องเที่ยวกับประทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดด่านของลาว ที่อยู่ตรงข้ามกับ อ.ปากชม จ.เลย ให้เป็นด่านสากล เส้นทางบริเวณนี้ยังเป็นเส้นทางธรรมชาติ ยังคงความสวยงามทางธรรมชาติมากเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวที่นิยมแบบนี้ จึงมีโครงการจัดคาราวานท่องเที่ยวขึ้นอีกคือ ”ไปเลย ลุยลาว” เพื่อเชื่อม อ.ท่าลี่ จ.เลย ถึง เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ด้วยระยะทาง 363 กม. ส่วนด้านของความปลอดภัย ททท.สำนักงานเลย ได้ไปพบกับเจ้าแขวงหลวงพระบาง และแขวงไชยะบูลี รวมถึงผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ของ สปป.ลาว แล้วก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้จัดกิจกรรมร่วมกันอันเป็นกากรพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันของสองประเทศ
และในขณะนี้ อ.เชียงคาน ก็จัดงานครบ 100 ปีมาแล้ว กำลังได้รับความนิยมสูง จึงถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยวทุกบริษัททัวร์ไปแล้ว จากโปรแกรมการท่องเที่ยวดังกล่าวนี้ ททท.สำนักงานเลย จึงตั้งเป้านักท่องเที่ยวสู่จังหวัดเลยในปี 2553 นี้ ไว้สูงกว่าปีก่อน 10% ซึ่งปีที่แล้วมีจำนวน 9 แสนคน เมื่อสิ้นปี 2553 จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1 ล้านคน



