ข่าว

รบ.ชงเยียวยาเข้าครม.เบื้องต้นชดเชย3หมื่นต่อราย

รบ.ชงเยียวยาเข้าครม.เบื้องต้นชดเชย3หมื่นต่อราย

24 พ.ค. 2553

รัฐบาลเร่งชงเยียวยา เข้า ครม. ด้านยอดผู้เสียหาย กว่า 2,900 ราย เสียหายเป็นเงิน 4.8 พันล้าน เบื้องต้นชดเชย 3 หมื่นบาท ต่อราย พร้อมพิจารณา เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย

(24พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมนุม กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์เผาสถานที่ต่างๆ ซึ่งในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ได้มีการพูดคุยกันว่า การเผาทำลายทรัพย์สินต่างๆทำให้เกิดผลกระทบทั้งแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ภายในบริเวณ ถูกเผาทำลายทรัพย์สิน ซึ่งเดิมทีไม่สามารถที่จะระบุสถานที่ที่ชัดเจนได้ แต่ในขณะได้มีตัวเลขที่ชัดเจนหลังจากที่ศอฉ. ประชุมแล้วเสร็จ ก็จะวางแนวทางซึ่งอยากให้ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการทั้งหลาย ที่ได้รับผลโดยตรง เช่นร้านค้าถูกเผาทำลาย หาบเร่ แผงลอย บริเวณดังกล่าวที่มีปัญหาได้ดูสถานที่ที่จะแจ้งว่าถ้าจะประกอบการค้าจะให้ช่วยเหลืออย่างไร

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ไปรับเรื่องร้องเรียนมาตลอด 3 วัน ตั้งแต่ราบ 11 กระทั่งศูนย์ราชการแจ้งวัฒนา ได้มีผู้แจ้งความเดือดร้อนทั้งหมดขณะนี้ 2,951ราย คิดเป็นมูลค่าเสียหายทั้งหมด กว่า 4,800 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการได้พูดคุยหาแนวทางการช่วยเหลือ รวมทั้งได้แบ่งแนวทางการช่วยเหลือออกเป็น 2ระยะ คือ 1.ระยะเร่งด่วน จะทำให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ 2.ตามหลักเกณฑ์ที่จะต้องช่วยเหลือในเชิงของการดูแลผลกระทบระยะยาวเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้ประกอบอาชีพ และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้

 นายสาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า ระยะเบื้องต้นเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งได้คิดกันไว้ 3 เรื่อง คือ 1.การหาที่สำหรับขายของโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะให้สามารถสานต่อเรื่องของการประกอบอาชีพต่อไปได้ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องหารืออย่างใกล้ชิด กับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานการเยียวยาชุดใหญ่ 2.โดยในช่วงบ่ายของงวัน นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้นัดบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเยียวยา ในเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าร่วมประชุม เพื่อช่วยกันหามาตรการในเชิงกระตุ้นหรือการระบายสินค้า และ 3.เราคิดกันว่าน่าจะมีเงินทุนที่จะต้องให้เป็นทุนเบื้องต้นในการช่วยเหลือ ซึ่งกรรมการได้คิดตัวเลขไว้แล้วจำนวนหนึ่ง

 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่จะหาหลักเกณฑ์การจ่าย ซึ่งการจ่าย เราจะจ่ายเท่ากันไปก่อน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น และ ถ้ากรรมการชุดที่จะคุยกันในรอบบ่ายวันนี้เห็นด้วย ซึ่งถ้าได้เสนอ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ไปแล้วมีความมั่นใจว่าจะช่วยได้ในสัปดาห์นี้

 เมื่อถามว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจะมีการจ่ายอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า สำหรับจำนวนเงินในการจ่าย เบื้องต้นไม่เกิน 30,000 บาท อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุป เป็นเพียงข้อเสนอ ที่จะต้องหารือกันอีกทีใน ครม. รวมถึงการช่วยเหลือในระยะยาวจะมีการพูดคุยกันอยู่หลายเร่อง เช่น 1.การชดเชยทรัพย์สิน ของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย 2.การร้องขอเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อนำไปประกอบอาชีพซึ่งในเรื่องนี้การคลังกำลังดำเนินการพิจารณาอยู่ในเรื่องของ เอสเอ็มอี แบงค์ และเรื่องนี้คงจะต้องคุยกันในระยะต่อๆไป โดยจะต้องให้ความช่วยเหลือเช่นกัน เพราะขนาดของผู้ที่ได้รับความเสียหายตั้งแต่รายเล็กๆไปจนถึงขั้นระดับกลาง

 นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เสนอว่า มีกลุ่มผู้เข้ามาขอความช่วยเหลือซึ่งไม่ควรจะทิ้ง เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีทรัพย์สิน หรือสินค้า เช่นคนขายพวงมาลัยบริเวณ แยกราชประสงค์ แม้แต่ มัคคุเทศก์อิสระที่ทำงานบริเวณราชประสงค์ สีลม ซึ่งในส่วนนี้ อาจจะไม่มีทรัพย์สินเสียหายแต่ไม่มีรายได้ แต่ได้รับผลกระทบจากการเผาทำลายร้านค้าบริเวณนั้นด้วย โดยเราจะทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และนำเสนอ ครม. ซึ่งจะมอบหมายให้ฝ่ายอื่นดำเนินการต่อไป กรรมการชุดดังกล่าวจะเป็นผู้ประสานเยียวยาและเร่งให้ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับความช่วยเหลือ

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า หลักการที่สำคัญอีกข้อที่คิดกันไว้คือ การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากการถูกเผาควรจะได้รับหลักเกณฑ์ พิเศษ เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ของเหตุการณ์สึนามิ ซึ่งหากใช้หลักเกณฑ์เยียวยาของราชการที่มีอยู่ปกติ อาจจะไม่เพียงพอต่อความเสียหาย ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะเร่งสรุป