ข่าว

พท.ยื่นถอดถอน”มาร์ค-เทือก-ชวรัตน์-โสภณ”

พท.ยื่นถอดถอน”มาร์ค-เทือก-ชวรัตน์-โสภณ”

24 พ.ค. 2553

159 ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นถอดถอน ‘อภิสิทธิ์+3รมต.’ ‘สุเทพ - ชวรัตน์-โสภณ’ ด้าน ปธ.วิปฝ่ายค้าน เผย ยื่นซักฟอก 6 รมต.ข้องใจ รบ.เร่งพิจารณางบ54ก่อนอภิปราย ชี้ หวังเอื้อประโยชน์ทางการเมืองกันในรัฐบาล

(24พ.ค.) เวลา 11.55 น. นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่าย ได้นำรายชื่อส.ส. 159 คน เข้ามายื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

 นายวิทยา กล่าวว่า การยื่นถอดถอนครั้งนี้เป็นบทบัญญัติที่เมื่อมีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วจะต้องมีการยื่นถอดถอนนายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายในเรื่องทุจริตด้วย ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรจัดให้มีการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายระจำปีพ.ศ.2554 เพราะแม้จะประเทศจะมีงบประมาณมากแต่หากประเทศยังมีความขัดแย้งรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายได้นั้นต่อให้มีงบประมาณไปก็คงไม่เกิดประโยชน์

 “แปลกใจว่าทำไมรัฐบาลถึงมีการกำหนดให้มีการพิจารณางบประมาณเร็วผิดปกติกว่า 1 เดือน โดยปกติจะต้องให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนพิจารณางบประมาณ แบบนี้ เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลต้องการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน อยากให้รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่โดยเฉพาะผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเกิดกับจิตใจของประชาชนและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งรัฐบาลไม่เคยพูดถึง ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นโอกาสของฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ในรัฐสภาเพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายอย่างไร” นายวิทยา กล่าว

 ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายวิทยา กล่าวว่า จะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 184 คน ที่จะลงชื่อในยื่นญัตติและยื่นต่อนายชัย ชิดชอบประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่ได้รับการประสานว่าประธานสภาฯจะมารับญัตติด้วยตัวเองหรือไม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายจะมีทั้งหมด 6 คน คือ 1.นายกฯ 2.นายสุเทพ 3.นายชวรัตน์ 4.นายโสภณ 5.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ 6. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ โดยในส่วนของนายกรณ์และนายกษิตนั้นฝ่ายค้านไม่ได้ทำการยื่นถอดถอนเนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะดำเนินการได้ทำให้สามารถอภิปรายในเชิงความผิดพลาดการดำเนินนโยบายเพียงอย่างเดียว

 เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่การประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป นายวิทยา กล่าวว่า ตอนนั้นรัฐบาลอยู่ในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีผู้สูญเสีย ดังนั้น หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายในช่วงนั้นก็จะเหมือนเป็นการรับรองความถูกต้องให้รัฐบาลเพราะถึงอย่างไรเสียรัฐบาลก็มีเสียงมากกว่า ส่วนที่จะมีการยื่นอภิปรายช่วงนี้เพราะการชุมนุมยุติแล้วแต่ยุติลงแบบมีบาดแผล ดังนั้น ฝ่ายค้านต้องนำความจริงมาเปิดเผย เพราะขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่รับข้อมูลด้านเดียว

 “ฝ่ายค้านไม่ได้ตั้งความหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นด้วยกับการอภิปรายหรือไม่แต่ฝ่ายค้านเพียงต้องการจะเสนอความจริงเท่านั้น” นายวิทยา กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเอกสารของฝ่ายค้านระบุรายชื่อผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยในการยื่นถอดถอนครั้งนี้ ฝ่ายค้านยังไม่ให้รายละเอียดเนื้อหาการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีต่อสื่อมวลชนโดยมีสาระสำคัญดังนี้

 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนนายกฯ และในตำแหน่งหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ไม่บังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย

 2.นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย มีพฤติกรรมที่ส่อในทางทุจริตและส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง3.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม บริหารราชการแผ่นดิน โดยกำหนดนโยบายเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในทางทรัพย์สิน และประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้พวกพ้องหรือผู้สนับสนุนทางการเมืองของตนเองเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากโครงการที่กำหนดขึ้น มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตและกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนานหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

 4.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ดำเนินนโยบายการเงินการคลัง และการงบประมาณของประเทศผิดพลาด บกพร่องไม่ดำเนินการตามแผนงานการบริหารราชการแผ่นดิน 2552-2554 แผนนิติบัญญัติ 2552-2554 มุ่งแสวงหาการก่อหนี้สาธารณะ จนขณะนี้หนี้สาธารณะสูงกว่า 60% โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจ ความจำเป็นในการใช้จ่ายภายในประเทศ และภาระหนี้สาธารณะที่มีอยู่ อีกทั้งนำเงินที่ได้จากการกู้ไปดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์กับรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ

 5.นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ บริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ก่อให้เหกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับประเทศชาติในสายตาประชาคมโลก มีพฤติกรรมข่มขู่ก้าวร้าวต่อมมิตรประเทศ สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายที่เห็นต่างกับตนเอง มุ่งทำลายล้างนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม และศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่ได้แถลงไว้