ข่าว

‘อดีตอธิบดีปค.’ร้องถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม

‘อดีตอธิบดีปค.’ร้องถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม

24 พ.ค. 2553

"วงศ์ศักดิ์ อดีตอธิบดี ปค." ร้อง ก.พ.ค. ถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม เชื่อสาเหตุไม่สนองการเมือง ประมูลโครงการเช่าคอมพ์ ส่งมอบปืน 3 พันกระบอกให้ ศอฉ. ชี้เพื่อประจานความเน่าเฟะผู้บริหาร

(24พ.ค.) เวลา 10.00 น. นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและอดีตอธิบดีกรมการปกครอง เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกโยกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ตามมติครม.เมื่อวันที่ 27 เม.ย. โดยนายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ตนร้องทุกข์ต่อก.พ.ค.เพราะต้องการใช้สิทธิขอความเป็นธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ตรวจสอบว่าคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวเป็นธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้ต้องการตำแหน่งคืน เพราะก.พ.ค.ไม่มีอำนาจแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้ตรวจสอบเป็นกรณีตัวอย่าง หากพบว่าการโยกย้ายดังกล่าวไม่เป็นธรรม จะเป็นการประจานความเน่าเฟะของผู้บริหารที่โยกย้ายคนโดยไม่มีเหตุอันควรซึ่ง สมควรแก้ไข

 นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ตอนแรก รมว.มหาดไทยและปลัดมหาดไทย อ้างเหตุโยกย้ายตนว่ามาจากการคดีทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งที่ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือเวียนไปทั่วประเทศว่าคดีใดที่ยังไม่ได้ชี้มูล จะเอามาเป็นเหตุในการโยกย้ายไม่ได้ ต่อมาก็อ้างเรื่องความเหมาะสม จึงเกิดคำถามว่าแล้วตนไม่เหมาะสมตรงไหน ทั้งนี้หลังถูกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง มีคนโทรศัพท์มาให้กำลังใจ เพราะรับเหตุผลการโยกย้ายดังกล่าวไม่ได้ โดยเชื่อกันว่าสาเหตุการโยกย้ายตนน่าจะมาจากการประมูลโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เพื่อให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัว ประชาชนแบบใหม่ มูลค่า 3,490 ล้านบาท ที่ตนไม่เซ็นอนุมัติมากกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดหวังอะไรจากการร้องทุกข์ครั้งนี้ นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้ก.พ.ค.ตรวจสอบว่าการทำงานของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยมีคุณธรรม และทำเพื่อประโยชน์ของประเทศจริงหรือไม่ ส่วนจะใช้เวลาตรวจสอบเท่าใดขึ้นอยู่กับก.พ.ค. อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าตนอาจเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เช่นเดียวกับที่นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดมหาดไทย ซึ่งถูกย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีทำ

 เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านขอข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจจะให้ความร่วมมือหรือไม่ นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีใครติดต่อมา แต่ฝ่ายค้านทราบข้อมูลดีอยู่แล้ว บางอย่างก็รู้ก่อนที่ตนจะรู้เสียอีก จึงคิดว่าไม่น่ามีความจำเป็น นอกจากนี้ข้อมูลบางอย่างที่สื่อมวลชนรู้ ก็ไม่ต่างกับข้อมูลที่ตนมีในมือเท่าใดนัก บางอย่างอ่านแล้วยังคิดเลยว่ารู้ดีจริงๆ

 สำหรับหนังสือร้องทุกข์ของนายวงศ์ศักดิ์มีจำนวน 4 แผ่น ระบุว่า ที่ผ่านมาตนมุ่งเน้นเป็นข้าราชการที่ดี ในระหว่างทำหน้าที่ในตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และแบบแผนของราชการอย่างเคร่งครัด แต่งานที่ข้าพเจ้ารักษาผลประโยชน์ทางราชการ และอาจเป็นต้นเหตุให้ รมว.มหาดไทย ปลัดมหาดไทย และฝ่ายการเมืองไม่พอใจเพราะขัดขวางผลประโยชน์ น่าจะได้โครงการเช่าคอมพ์ฯ ที่มีความพยายามฮั้วไม่ให้การประมูลมีความโปร่งใส โดยฝ่ายการเมืองได้กดดันให้คณะกรรมการประกวดราคาเพิ่มเติมรายละเอียดในรายละเอียดการประมูล (ทีโออาร์) เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ชนะประมูล เป็นเหตุให้มีการร้องเรียนไปยังนายกฯ มีการหารือว่าขั้นตอนประมูลโปร่งใสหรือไม่ ที่สุดตนจึงได้สั่งให้ชะลอโครงการนี้ไว้ก่อนและให้ตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง

 “จากนั้นข้าพเจ้าจึงได้เสนอปลัดมหาดไทย เพื่อนำเรียนรมว.มหาดไทยทราบ และลงนามรายงานนายกฯทราบ แต่หนังสือที่เสนอขึ้นไปยังปลัดมหาดไทย และรมว.มหาดไทย กลับไม่ได้มีการเสนอต่อนายกฯแต่อย่างใด แต่เสนอให้ครม.มีมติย้ายข้าพเจ้าในวันที่ 27 เม.ย.พร้อมจัดให้มีผู้รักษาการในตำแหน่งอธิบดีใหม่ เพื่อดำเนินการทดสอบระบบคอมพ์ฯ ในวันที่ 28 เม.ย.เพื่อนำไปประกอบสร้างความถูกต้องแก่ผู้ชนะการประกวดราคา อันเป็นการขัดต่อทีโออาร์โดยเจตนา เพราะการทดสอบระบบจะต้องดำเนินการก่อเคาะราคาประมูล และอีกสาเหตุน่าจะมาจากการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะผอ.ศอฉ.สั่งการด้วยวาจาทางโทรศัพท์ให้นำปืนลูกซอง 3 พันกระบอก มาส่งมอบให้ศอฉ. แต่อำนาจการเรียกคืนจากผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ที่ปลัดมหาดไทย ไม่ใช่กรมการปกครอง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้นายสุเทพสั่งย้ายข้าพเจ้า” เอกสารระบุ