ข่าว

ชาวกุลา แห่งทุ่งกุลาร้องไห้

ชาวกุลา แห่งทุ่งกุลาร้องไห้

20 มี.ค. 2552

ทุ่งกุลาร้องไห้ คือ ที่ราบขนาดใหญ่ กินพื้นที่ 10 อำเภอใน จ.สุรินทร์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด สถานที่ที่เคยให้ภาพลักษณ์ของความแห้งแล้ง ที่วันนี้ คือ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดีของประเทศ

 แต่ความแห้งแล้งของทุ่งกุลาเป็นเพียงสภาพของยุคหลังๆ ที่คนยุคปัจจุบันรู้จัก เพราะเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว (รุ่นๆเดียวกับบ้านเชียง) ที่นี่มีชุมชนตั้งหลักแหล่งเป็นเรื่องเป็นราว และเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว คนทุ่งกุลามีพัฒนาการทางวัฒนธรรมมากขึ้น มีการขุดคูน้ำคันดินรอบบ้านเมืองของตน และทำภาชนะดินเผา ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ นักโบราณคดีเรียกภาชนะเหล่านี้ว่าอยู่ใน “วัฒนธรรมทุ่งกุลา”

 พื้นที่ทุ่งกุลานี้ คือแหล่งผลิตเกลือสำคัญ ทำแลกกับสินค้าของพื้นที่อื่นในกลุ่มชนลาว-ไทย-เขมร ที่มีวัฒนธรรมปลาแดก ต้องใช้เกลือเป็นวัตถุดิบหลัก

 นอกจากนี้คนกุลายังรู้จักเทคโนโลยีถลุง-ตีเหล็กเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ และมีประเพณีฝังศพ โดยเอาศพใส่ในภาชนะดินเผาฝังดิน ต้นเค้าโกศใส่กระดูก เมื่อราว 2,000 ปีมาแล้ว

 สำหรับชื่อที่เรียก ทุ่งกุลาร้องไห้ คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เคยอธิบายไว้ว่า  "กุลา" ในที่นี้หมายถึงพวกไทยใหญ่จากตอนเหนือของพม่า ที่เดินทางบกเข้ามาค้าขาย เพราะยังมีเชื้อสายกุลาอยู่ในอีสาน เช่น ที่บ้านโนนใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เอกสารฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5 ระบุว่า กุลา เป็นพวกทำเหมืองพลอยจากแคว้นฉานในพม่า แล้วไปตั้งหลักแหล่งอยู่จันทบุรี เป็นกลุ่มเดียวกับพวกที่อยู่เมืองไพลินในเขมร ที่ทำเหมืองพลอยเช่นกัน

 ส่วนที่เรียกว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ มีนิทานเล่าหลายเรื่อง มี 2 เรื่องที่แพร่หลาย เรื่องแรก เล่าว่าแต่เดิมที่นี่เคยเป็นทะเล ต่อมาทำให้น้ำทะเลเหือดแห้งไปจึงกลายเป็นทุ่งแห้งแล้ง ส่วนเรื่องที่สองได้เค้าจากความจริงของพวกกุลาที่เดินทางผ่านเข้ามาเพื่อค้าขาย แต่ทนความแห้งแล้งไม่ไหว เลยร้องไห้

 ทุ่งกุลาที่เรารู้จักจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ธรรมดาๆ แต่มีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ยุคแรกเริ่มบรรพชนคนไทย-ลาว-เขมร ร่วมกันยาวนานกว่า 2,500 ปีมาแล้ว

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"