
ยื่นอภิปรายกลบข่าวเสื้อแดง
จู่ๆ "พรรคเพื่อไทย" นำโดย "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.เพื่อไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวทางพรรคมีมติเอกฉันท์เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 4 คน ประกอบด้วย "กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง, กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ
โดยเช้าวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ "วิทยา บุรณศิริ" ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติถอดถอนทั้ง 5 คนกับ "ประสพสุข บุญเดช" ประธานวุฒิสภา และช่วงบ่ายจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ "ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาผู้แทนราษฎร
มติเอกฉันท์ของพรรคเพื่อไทยสร้างความแปลกใจในหลายประเด็น!
ทำไม "พรรคเพื่อไทย" จึงตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสมัยวิสามัญ ซึ่งตามประเพณีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำกันในสมัยประชุมสามัญทั่วไป
ซึ่งการประชุมสภาสมัยสามัญได้ปิดประชุมไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ "คณะรัฐมนตรี" ขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2554 ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคมนี้
เป็นการเปิดประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณวาระเดียวเท่านั้นไม่มีวาระอื่น
เมื่อพิจารณางบประมาณรับหลักการวาระแรกผ่านก็น่าจะปิดสมัยประชุม
เพราะปกติการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีระยะเวลา เมื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วทางประธานสภาต้องหารือกับรัฐบาล เพื่อเตรียมบรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุมต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
ขณะที่การเปิดประชุมสมัยวิสามัญเป็นการเปิดเพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2554 เท่านั้น
และหากจำกันได้ที่ประชุมของ "พรรคเพื่อไทย" เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ได้มี "มติเอกฉันท์" ไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความผิดมากเกินกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ หากเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะอ้างต่อชาวโลกได้ว่าได้รับการตรวจสอบตามระบบรัฐสภา" ถ้อยแถลงจากปากของ "สารวัตรเหลิม" เมื่อวันที่ 29 เมษายน
เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยได้สละสิทธิ์ในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามสิทธิ์ที่สามารถยื่นได้ในสมัยการประชุมสามัญทั่วไป ที่เพิ่งปิดประชุมไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมแล้ว!
ขณะนั้นคนส่วนใหญ่มองว่าสาเหตุที่ "พรรคเพื่อไทย" ไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากจะไปขัดแย้งกับการเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" ที่เรียกร้องรัฐบาลยุบสภา หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่า หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลห้ามยุบสภา
นั่นก็แสดงให้เห็นว่าการทำงานของ "พรรคเพื่อไทย" กับ "คนเสื้อแดง" ผูกติดกัน
เมื่อการเมืองข้างถนนล้มเหลวไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลได้ พรรคเพื่อไทย จึงหันกลับมาเดินเกมในสภาแทน
ทั้งที่ความชอบธรรมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านไม่มีแล้วหลังจากได้มอบอำนาจตรวจสอบในสภาให้ม็อบเสื้อแดง
ขณะที่ภาพการแถลงข่าวการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 4 คน เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เหมือนภาพฉายซ้ำละครแสดงนำก็เป็นคนเดิม "สารวัตรเหลิม" ที่ครั้งนี้ได้รับการยอมรับยกระดับเสนอชื่อเป็น "นายกรัฐมนตรี"
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ส.ส.เพื่อไทย ส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นด้วย เพราะมองว่า "สารวัตรเหลิม" มาสังกัดในพรรคแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ แถมพรรคจัดงานใหญ่ "ไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์" ก็ไร้เงา "สารวัตรเหลิม" ขึ้นเวทีคนเสื้อแดง
โดยเหตุผลที่ต้องยื่นอภิปรายเพราะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถบริหารงานได้ เพราะทำให้ประชาชนเสียชีวิตร่วมร้อย บาดเจ็บเกือบ 2 พันคน
อย่างก็ไรตาม มีคำถามตามมาว่าการยื่นญัตติของ "พรรคเพื่อไทย" ในครั้งนี้เพื่อต้องการกลบข่าวกระแสคนเสื้อแดงที่ "สมาชิกพรรคเพื่อไทย" เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
เพราะการแถลงข่าวที่มีอาวุธสงครามจำนวนมากต่อหน้าทูตทหาร 51 ชาติ ย่อมส่งผลด้านลบต่อคนเสื้อแดงและผู้สนับสนุนอย่างแน่นอน
เพราะข่าวที่ออกมานอกจาก "ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย" ที่ขึ้นเวทีปราศัยแล้ว ยังมี "ส.ส." พรรคบางคนถูกตั้งข้อหาเป็น "ผู้ก่อการร้าย" มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
แน่นอนอาจส่งผลกระทบต่อความเป็น "พรรคเพื่อไทย" ในอนาคตว่าจะเดินตามรอยพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชนหรือไม่
เพียงแค่มีข่าวจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็เป็นข่าวที่สร้างความสนใจได้พอสมควร
เพราะในเนื้อหาการยื่นญัตติจะต้องแจกแจงรายละเอียดถึงสาเหตุของการยื่น และเป็นเรื่องปกติที่ถ้อยคำในการยื่นญัตติมักมีภาษาที่ดูแล้วอุกอาจรุนแรงโดยเฉพาะถ้ามีความผิดโยงไปถึงคดีอาญาถ้อยคำที่ในร่างญัตติย่อมไม่ต่างกับการตั้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน
ดังนั้นการยื่นญัตติของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ รู้ทั้งรู้ว่ายื่นแล้วอาจไม่ได้อภิปรายแต่ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง
เข้าทำนอง สับขาหลอกครับพ่อแม่พี่น้อง!
สมถวิล เทพสวัสดิ์ , ณยา ใจกาวัง



