ข่าว

ตรึงราคาสินค้าต่ออีก3เดือนบรรเทาผลกระทบการเมือง-ถึงสิ้นก.ย.นี้

ตรึงราคาสินค้าต่ออีก3เดือนบรรเทาผลกระทบการเมือง-ถึงสิ้นก.ย.นี้

23 พ.ค. 2553

พาณิชย์เล็งขยายเวลาตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคออกไปอีก 3 เดือน ถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ช่วยเหลือประชาชน บรรเทาผลกระทบจากการเมือง พร้อมคาดต้นเดือนมิถุนายนนี้ หารือสถานการณ์ราคากับผู้ประกอบการเหล็ก ยอมรับราคาวัตถุดิบขึ้นตามตลาดโลก

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมเตรียมประสานขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้ขยายระยะเวลาการตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2553 เป็นสิ้นสุดเดือนกันยายน 2553 ตามนโยบายของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เพื่อบรรเทาผลกระทบภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนต่อเนื่อง จากกรณีที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองเพิ่มเติม สำหรับสินค้ากลุ่มที่จะตรึงราคาออกไปอีกคือสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำปลา น้ำมันพืช ข้าวสาร และอื่นๆ

 ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้ากลุ่มดังกล่าวพร้อมให้ความร่วมมือ เพราะจากการพิจารณาโครงสร้างต้นทุนสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคของไทยในปัจจุบัน พบว่าได้รับประโยชน์ด้านต้นทุนการผลิตเป็นอย่างมากจากการเปิดเสรีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา

 "การปรับลดภาษีภายใต้อาฟตาทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้ามีราคาลดลง ขณะที่ตลาดการบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคมีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 60 ล้านคนเฉพาะไทย ขยายเป็น 500 ล้านคนจากตลาดอาเซียน ทำให้ผู้ผลิตมีฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งฐานการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ดังนั้นผู้ผลิตจึงไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้า โดยสามารถตรึงราคาสินค้าอกไปได้อีกแน่นอน” นางวัชรีกล่าว

 นางวัชรีกล่าวถึงแนวโน้มราคาเหล็กแผ่นและเหล็กเส้นว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้ต้นทุนเหล็กทั้ง 2 ชนิดปรับเพิ่มขึ้นมาก ตามภาวะราคาวัตถุดิบในตลาดโลก ขณะนี้ราคาขายส่งเหล็กแผ่นชนเพดานราคาแนะนำที่ตันละ 24,500 บาทแล้ว ส่วนราคาขายปลีกเหล็กเส้นยังต่ำกว่าราคาแนะนำ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ตันละ 23,500 บาท ขณะที่ราคาแนะนำอยู่ที่ตันละ 27,405 บาท ทั้งนี้ แม้ราคาแนะนำเหล็กแผ่นจะชนเพดานราคาแนะนำแล้ว แต่กรมการค้าภายในจะยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคา เพราะไม่ต้องการซ้ำเติมผู้บริโภคในช่วงที่บ้านเมืองยังไม่ปกติ แต่หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติกรมการค้าภายในอาจจะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาเหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงด้านต้นทุนและราคาจำหน่ายอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

 สำหรับเหล็กแผ่นไร้สนิม หรือสเตนเลส ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น (สเตนเลส) รายเดียวในประเทศไทย ได้เสนอขอปรับขึ้นราคามานั้น กรมได้ขอความร่วมมือให้ชะลอการปรับขึ้นราคาสเตนเลสที่ผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศออกไปก่อน ซึ่งผู้ผลิตก็ยินให้ความร่วมมือ แต่จะชดเชยภาระต้นทุนด้วยการปรับขึ้นราคาสเตนเลสที่ผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศแทน และอาจทำให้บริษัทเน้นการส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะสามารถขายได้ราคาที่แพงกว่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ปริมาณการจำหน่ายสเตนเลสในประเทศลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้