
ใครไม่ปรองดอง (จบ)
ความไม่ไว้วางใจกันกำลังดำเนินต่อไประหว่างฝ่ายที่กำลังกุมอำนาจรัฐกับฝ่ายที่เชื่อว่าหลังเลือกตั้งใหม่อำนาจรัฐต้องเป็นของเขา แต่ท่ามกลางคู่ขัดแย้ง/เจรจา ตลอดจนสังคมไทยและประชาคมโลกที่ตั้งหน้ารอการปรองดองอยู่ ฝ่ายที่ไม่ต้องการปรองดองก็มีอยู่มาก ในสัปดาห์ก่อน
ขณะที่แกนนำบางคนเคยพยายามโน้มน้าวให้มวลชนเสื้อแดงเห็นถึงประโยชน์ของการปรองดองว่าท้ายสุดแล้วฝ่ายเสื้อแดงนั้นจะได้มากกว่าเสีย แต่คนเสื้อแดงจำนวนมากไม่คิดเช่นนั้น ในสายตาพวกเขาโอกาสที่สามารถปรองดองกับรัฐบาลนั้นหมดไปตั้งแต่คืนวันที่ 10 เมษายน ที่มีญาติพี่น้องของพวกเขาล้มตายลงจำนวนมาก การสอบสวนหาความจริงหรือการบรรเทาทุกข์ใดๆ ก็ไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่แกนนำเคยโน้มนำพวกเขามาถึงจุดนี้ นั่นคือต้องมีชัยชนะเหนือระบบเบื้องหลังรัฐบาล ต้องยุบสภาทันที และฝ่ายตรงข้ามโดนจับ ข้อเสนอปรองดองไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ทำให้พวกเขายึดราชประสงค์เลย
พวกเขาส่วนหนึ่งอาจเลิกชุมนุมอย่างไม่เต็มใจ เพราะไม่มีทางเลือก พร้อมทั้งภาวนาว่าเดี๋ยวก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีก แต่พวกหนึ่งอาจไปเดินเส้นทางต่อต้านต่อไปด้วยวิธีของตนเอง โดยยังยุดโยงหลวมๆ กับเครือข่าย พวกหลังนี้อาจดำเนินการอย่างไรก็ได้ตั้งแต่สันติสุดๆ ไปจนถึงปฏิบัติการที่คาดไม่ถึง ฝ่ายรัฐนั้นซาบซึ้งดีว่าการต่อสู้แบบไม่มีแกนนำนั้นสร้างความลำบากแก่รัฐอย่างไรบ้าง กรณีวันที่ 10 และ 28 เมษา คือตัวอย่าง
ต้องยอมรับว่าคนบางกลุ่มที่ขายข่าวความรุนแรงเป็นสรณะนั้นก็คงไม่อยากให้มีการปรองดอง เพราะ ”ของที่ขายนั้นจะจืดชืดลงไป" คนกลุ่มที่หากินกับงบประมาณมหาศาลบนความเหนื่อยของพี่น้องเจ้าหน้าที่รัฐก็คงไม่ชอบใจเหมือนกัน และคิดว่าถ้าสถานการณ์เป็นแบบเลี้ยงไข้ต่อไปตนก็จะยิ่งรวยขึ้น สำหรับมือที่สาม (ไม่หนึ่งก็สองนั่นแหละ) ที่ชอบใช้ความรุนแรงที่จนถึงบัดนี้ก็ไม่ชัดว่าเป็นใคร ที่ถูกจับได้บ้างนั้นจะเป็นตัวจริงหรือแพะก็ยังรอการพิสูจน์ แต่พวกนี้ก็ไม่ต้องการปรองดอง หากเขามีอุดมการณ์หรือได้รับคำสั่งมา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม พวกเขาก็คงไม่ต้องการให้เรื่องจบลงโดยที่ฝ่ายตนไม่ชนะเด็ดขาด หากเขาทำเพื่อเงินก็จะพบว่าสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงนั้นกระทบต่อรายได้ของเขาที่มาจากการกระพือความหวาดกลัวให้จริงจังขึ้น มีเจ็บจริงตายจริง



