ข่าว

ตร.น่านวิทยุด่วนสุดทุกอำเภอแจ้งปชช.ยืดเคอร์ฟิว

ตร.น่านวิทยุด่วนสุดทุกอำเภอแจ้งปชช.ยืดเคอร์ฟิว

23 พ.ค. 2553

ตำรวจภูธรจังหวัดน่านวิทยุด่วนที่สุดให้ทุกอำเภอสถานีตำรวจทุกแห่งแจ้งปชช. หลังศอฉ.ประกาศเคอรฟิวส์ต่อ อีก 2 วัน 23 - 24 พ.ค. ดีเอสไอ. ดึงคดีแดงเผาจวนผู้ว่าฯเชียงใหม่ กับเผารถดับเพลิง 19 พฤษภาเชียงใหม่เป็นคดีพิเศษ ขณะที่จังหวัดจับมือทหาร จัดทำบุญเยียวยาให้ผ

 (23พ.ค.) ที่จังหวัดน่าน นายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผวจ.น่าน ในฐานะผอ.ศอฉ.จังหวัดน่าน  พล.ต.ชีวัน โหลบุตร ผบ.จทบ.น.น. ในฐานะรอง ผอ.ศอฉ.จ.น่าน และ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.น่านในฐานะรอง ผอ.ศอฉ.จ.น่าน  ได้ประชุมคณะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตามที่ ศอฉ.ได้ออกข้อกำหนดหนดตามความในมาตรา 9(1) แห่ง พ.ร.ก.การบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 5 กำหนดห้ามมิให้บุคคลใด ใน จ.น่านและจังหวัดที่อยู่ในเขตประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ออกนอกเคหสถาน 1.ภายในเวลาตั้งแต่ 23.00 น ของวันที่ 23 พ.ค.ถึงเวลา - 04.00 น.ของวันที่ 24 พ.ค.2553 ตั้งแต่เวลา  23.00 น.ของวันที่ 24 พ.ค.2553 ถึงเวลา 04.00 น.ของวันที่ 25 พ.ค.2553  

 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. ศอฉ.2548 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนดได้ ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่กำหนดกลับเข้าสู่เคหสถานและมิให้ออกมายังพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้อนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามาตามกำหนดนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไปไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ในวันที่ 24 พ.ค.ศอฉ.จะย้ายที่กองบังคับการจากที่ ร.11.รอ.ไปที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน ซึ่งจะมีการประชุมกันวันละ 2 ครั้ง ตามปกติ

 เพื่อให้การรักษาความสงบในพื้นที่ที่รับผิดชอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ ทุกอำเภอ  หน่วยทหารในพื้นที่ สถานีตำรวจทุก สภ. ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามที่ออกประกาศในห้วงเวลาดังกล่าว โดยเคร่งครัด และเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเขตรับผิดชอบ และประชาสัมพันธ์ ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามประกาศ  พ.ร.ก.ฉบับที่ 5  ด้วยการประสานกับผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน ด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เร็วที่สุด ให้ข้าราช การตำรวจปฏิบัติหน้าที่ชุดเจรจาต่อรอง ออกประชาสัมพันธ์ ชี้แจงอธิบายข้อเท็จริงให้ประชาชนได้รับทราบ ถึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และข้อกำหนดของ ศอฉ.เกี่ยวกับการรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมือง เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548

ดีเอสไอดึงคดีแดงเผาจวนผู้ว่าฯเชียงใหม่เผารถดับเพลิง19 พ.ค.เป็นคดีพิเศษ

 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์บัญชาการกองกำลังจ.เชียงใหม่ ในมณฑลทหารบกที่33  ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่   นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการฝ่ายความมั่นคง  พ.อ.ธรรมศักดิ์ สุขวัฒนา รอง ผบก.มทบ.33  นายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่และพ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่  ร่วม แถลงข่าวความคืบหน้าคดี 19 พฤษภาคมในพื้นที่เชียงใหม่พร้อมแผน

ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม

 นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า  เช้าวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม  จังหวัด เชียงใหม่ร่วมกับทหารคณะสงฆ์และประชาชนจะจัดพิธีร่วมทำบุญเพื่อบำเพ็ญกุศลทักษิณาให้แก่ผู้สูญเสีย จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา เพื่อเป็นศิริมงคลและเรียกขวัญให้กับชาวเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า ซึ่งจะจัดขึ้นที่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร มีผู้ว่าราชการเป็นประธานในพิธี นิมนต์พระสงฆ์มหาเถระจำนวน 39 รูปเจริญพระพุทธ มนต์ และให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมเจริญสมาธิแผ่เมตตาเพื่อให้บ้านเมืองสุขสงบ  หลังจากนั้นจะมีการจัดทำ แผนฟื้นฟูบ้านเมืองให้เกิดความสามัคคี และสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันในทุกฝ่าย

 ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังได้ฝากไปถึงชาวเชียงใหม่ว่า วันนี้อยากจะขอให้พวกเราหยุดทำร้ายบ้านเมืองกัน  ความคิดเห็นที่แตกต่าง   ความเชื่อที่แตกต่าง ความจริงแล้วทำร้ายใครไม่ได้เลย และก็ยังปรากฏข่าวสารว่า ยังมีระเบิด อาวุธที่ซุกซ่อน พร้อมที่จะออกมาทำร้ายบ้านเมืองอีก สิ่งเหล่านี้ถ้าคนไทยเราไม่เอามาไม่นำไปใช้และเอาไปทิ้ง หรือนำมามอบให้เจ้าหน้าที่และหยุด  ก็จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ซึ่งศูนย์บัญชาการกองกำลังจ.เชียงใหม่นั้นตั้ง ขึ้นมาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง  ไม่ใช่ตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามหรือจับกุมใครเลย

 ด้าน พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่  กล่าวถึงความคืบหน้าคดี 19 พฤษภาในพื้นที่จ .เชียงใหม่ว่า คดีเผาบ้านพักปลัดจังหวัดในจวนผู้ว่าฯกับคดีเผารถดับเพลิงของกลุ่มแดงนั้น  ขณะนี้ดีเอสไอได้มาขอ รับสำนวนไปเป็นคดีพิเศษแล้ว  แต่เจ้าพนักงานท้องที่เชียงใหม่ก็ยังคงเป็นพนักงานสอบสวนร่วมและจะให้ความ เป็นธรรมกับทุกคน 

 ขั้นตอนการดำเนินคดีนั้น  ในส่วนของคดีเผาบ้านพักปลัดในจวนผู้ว่าฯศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว 5 คน   ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอาจยื่นขอออกหมายจับเพิ่ม  ส่วนคดีเผารถดับเพลิงหน้าโรงเรียนเชียงใหม่คริ ตสเตียนนั้นยื่นขอศาลให้ออกหมายจับแล้ว 3 คนอยู่ระหว่างรอฟังผลในวันจันทร์ที่ 24พฤษภาคมนี้ ในจำนวนนี้มี แกนนำอดงกลุ่มรักเชียงใหม่51ซึ่งอยู่ระหว่างถูกออกหมายจับฉฉ.(ฉุกเฉิน)จาก ศอฉ.ร่วมอยู่ด้วย  ส่วนกรณีทุบ ทำลายตู้จราจรบริเวณเชิงสะพานนวรัฐเป็นเหตุให้เสียทรัพย์นั้นยื่นขอศาลออกหมายจับ 4 คนประเมินความเสีย หายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท  ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่ขี่จักรยานยนต์ไปก่อเหตุทุบตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพสาขาท่าแพ  ขว้างระเบิดเพลิงใส่เอ็นบีที ทุบทำลายโคมไฟและตู้โทรศัพท์ทีโอทีหน้าโรงแรมอิมพิ เรียลแม่ปิงและทำให้รถยนต์ที่จอดไว้หน้าโรงแรมเสียหายเล็กน้อยอีก 2 คัน

 ยืนยันว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม  ส่วน การดำเนินการตรวจค้นวิทยุชุมชนทุกคลื่นนั้นเราจะทำอย่างเสมอภาคเพื่อนำสังคมกลับมาเป็นปกติสุขให้เร็วที่สุด