
บุญยอดจี้รัฐให้ทหารคุมตัวแกนนำนปช.แทนตร.
บุญยอด จี้รัฐให้ทหารคุมตัวแกนนำนปช.แทนตร. ระบุภาพคุมแกนนำนปช.ที่หลุดเหยียบย่ำหัวใจปชช.จนเกินไป สาธิต จี้ตร.กู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา เทพไท เหน็บ เฉลิม มีข้อมูลเด็ดซักฟอกรบ. ทำไมไม่รีบยื่นอภิปรายในสมัยประชุม พร้อมแนะก่อนยื่นญัตติให้ถามเจ๊หน่อยด้ว
(23พ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 10.45 น. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การควบคุมตัวแกนนำนปช.ว่าให้อยู่อย่างสุขสบายว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมอบหมายให้ทหารเป็นผู้ควบคุมตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนในค่ายนเรศวร เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกมาให้เห็นนั้นไม่เหมือนผู้ต้องโทษตามพรก.ฉุกเฉินฯ ที่ควรเข้มงวดมากกว่านี้
ดังนั้นตำรวจจึงหมดความชอบธรรมในการทำหน้าที่แล้ว อีกทั้งภาพดังกล่าวยังเป็นการเหยียบย่ำหัวใจของประชาชนเกินไป ควรมีการแยกคุมขัง พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ จะได้ไม่สามารถพูดคุยติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ เพราะอาจจะส่งผลให้มีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินการที่จะถูกดำเนินคดีได้
“สาธิต” จี้ตร.กู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบกรณีการควบคุมตัวแกนนำนปช.แล้ว เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในเรื่องประสิทธิภาพและความเป็นกลาง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ตำรวจจะต้องฟื้นวิกฤติศรัทธา กู้ศักดิ์ศรีตำรวจให้กลับคืนมา โดยนับจากนี้จะต้องเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว ไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจทางการเมือง และไม่ต้องไปกลัวว่าต่อไปฝ่ายใดจะขึ้นมา รวมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีหรือสั่งไม่ฟ้องผู้บริสุทธิ์
เทพไทเหน็บเฉลิมมีข้อมูลเด็ดซักฟอกรบ.ทำไมไม่รีบยื่นอภิปรายในสมัยประชุม
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยในท่าทีของพรรคเพื่อไทย ทั้งๆที่เมื่อก่อนมีมติชัดเจนว่าจะไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ให้เหตุผลว่าเพราะรัฐบาลชั่วช้าเลวทราม เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด เข้าใจว่าคนเหล่านี้คาดหวังกับการต่อสู้ของกลุ่มนปช.ว่าจะโค่นล้มรัฐบาลได้ แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.ไปแล้วความหวังของคนเหล่านี้ และนายใหญ่ก็ต้องล่มสลายลง จึงหันมาใช้เวทีของสภาเพื่อโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตตรี ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะล้มรัฐบาลให้ได้ ดังนั้นหากร.ต.อ.เฉลิมคิดว่ามีข้อมูลจริงทำไมจึงไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาสามัญประจำปี
“ร.ต.อ.เฉลิมไม่จำเป็นต้องท้าทายนายกรัฐมนตรีให้รับคำท้า เพราะตั้งแต่ทราบข่าวก็ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งท่านไม่ขัดข้อง พร้อมที่จะให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา แต่จะเปิดอภิปรายได้หรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานสภาฯ ทั้งนี้หากดูหนังตัวอย่างที่ร.ต.อ.เฉลิมนำมาฉายถือว่าเป็นหนังเก่า ดังนั้นอยากให้สังคมจับตาว่าร.ต.อ.เฉลิมจะกุข่าวสร้างตัวละครอะไรขึ้นมาใหม่อีกหรือไม่ด้วย ” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิมจะอภิปรายเหตุการณ์ในวันที่ 19 พ.ค.นั้น แปลกใจว่าทำไมร.ต.อ.เฉลิมจึงไม่กล้าอภิปรายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ทั้งๆที่เป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์โดยตรงในฐานะผอ.ศอฉ. หรือว่าขยาดการสู้รบในสภากับนายสุเทพหลังจากที่ถูกนายสุเทพอภิปรายสมัยที่เป็นรมว.มหาดไทย จึงต้องแก้เกี้ยวว่าไม่อยากให้เกียรตินายสุเทพ นอกจากนี้ การกลับมติของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคหรือไม่ หรือเป็นเพียงมติจากที่ประชุมในกลุ่มที่สนับสนุนร.ต.อ.เฉลิมเพื่อสนองตัณหาให้ร.ต.อ.เฉลิมที่อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีแนบไปกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นอยากจะแนะนำให้ร.ต.อ.เฉลิมกลับไปหารือกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยก่อนว่าเห็นชอบด้วยหรือไม่ มิฉะนั้นอาจจะขาดความร่วมมือในการอภิปรายจากส.ส.ในกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์จนกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู
นายเทพไท กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมนำเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ไปเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และ 6 ต.ค. 2519 นั้น เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และ 6 ต.ค. 2519 เป็นการต่อสู้ระหว่างมวลชนประชาธิปไตยกับรัฐบาลเผด็จการ แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.เป็นการต่อสู้ของกลุ่มก่อการร้ายที่ทำตัวเป็นอนาธิปไตยกับรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นทั้ง 2 กรณีจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่านายกรัฐมนตรีเป็นจอมพลคนสุดท้าย และยัดเยียดว่าเป็นเผด็จการนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกำลังบิดเบือนและสื่อสารไปในทางลบ ยศทางทหารของนายกรัฐมนตรี คือ ร้อยตรีที่เป็นยศพระราชทานเท่านั้น แต่ได้ทำเรื่องคืนยศเพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมหากนำมาใช้ทำงานการเมือง ซึ่งไม่เหมือนกับร.ต.อ.เฉลิมที่เอายศมาโอ้อวดอยู่ตลอดเวลา ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมพิสูจน์ความจริงในสภา เพราะนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะใช้กลไกระบบรัฐสภา และไม่เคยกลัวการถูกอภิปรายหรือหนีการอภิปรายเหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่ร.ต.อ.เฉลิมได้เคยอาศัยใบบุญ
นายเทพไท กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าเหตุการณ์ในวัดปทุมวนารามเกิดขึ้นจากมือที่ 3 เพื่อป้ายสีคนเสื้อแดงนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของอดีตสารวัตรกองปราบ ร.ต.อ.เฉลิมจะพูดได้เพียงเท่านี้ ตนไม่อยากให้ร.ต.อ.เฉลิมนั่งเทียนอยู่ในวงไวน์บ้านบางบอน ควรหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน
โฆษกพท.จี้นายกฯกล่อมพรรคร่วมก้มหน้ารับศึกซักฟอก
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลควรใจกว้างอย่าไปขัดขารัฐบาลและขอให้นายกฯนำเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เพื่อให้สถานการณ์ผ่อนคลาย และนำความจริงไปสู่ประชาชน และอยากให้นายกฯเร่งหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าให้สนับสนุนให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่วันนี้บอกว่าสนับสนุน แต่พอเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีกลับบอกว่าห้ามอภิปราย
“นายกฯและพรรรคร่วมฯต้องใจกว้างให้พรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่คำพูดดูดีแต่ถึงเวลาไม่เปิดโอกาส เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการนำคลิป และรายละเอียดทั้งหมดให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง ดังนั้นขอให้นายกฯไปทำความเข้าใจในที่ประชุมครม. พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลให้ดี”โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว



