
ภาพน่าเหลือเชื่อ
ภาพของแกนนำ นปช. ผู้ต้องหาก่อการร้ายแดงมีความสุขอยู่ในค่ายตำรวจตระเวนชายแดน ทั้งๆ ที่มีคดีร้ายแรง สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนทั่วไป สร้างความรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจต่อผู้ประสบเคราะห์กรรมจากการกระทำของกล
การก่อการร้ายกลางเมืองนานกว่า 2 เดือน ทิ้งซากแห่งความหายนะให้เห็นในเมืองหลวงและหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศแทบไม่เชื่อว่านั่นคือการกระทำของคนไทย ภายใต้การสั่งการของเครือข่ายทักษิณ ซึ่งได้ระดมเงินทุนและคนเข้าทำลายบ้านเมืองจนย่อยยับ และยากสำหรับการฟื้นฟู โดยเฉพาะบาดแผลทางใจ และจะสร้างปัญหาทางการเมืองต่อเนื่อง
รัฐบาลได้ประกาศว่ากลุ่มแกนนำแดง นปช. เป็นหัวหน้าพวกก่อการร้าย น่าจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินตามมาตรฐานที่ยอมรับได้ คือต้องคุมขังแยกกัน ห้ามเยี่ยม ห้ามประกัน แต่ภาพแห่งความสุข เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และได้รับความสะดวกน่าเหลือเชื่อ ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลคณะนี้บริหารบ้านเมืองเป็นหรือไม่ มีจิตสำนึกขั้นพื้นฐานถูกต้องหรือไม่ หรือถูกวิกฤติกระหน่ำซ้ำๆ ทำให้เสียสภาพไปแล้ว
มีคำอธิบายแบบกล้อมแกล้มจากผู้บังคับการค่ายนเรศวร ว่าปัญหาเรื่องสถานที่ควบคุมตัวไม่เพียงพอ และไม่มีห้องขัง เบื้องต้นต้องใช้สถานที่ภายในค่ายเท่าที่มีอยู่ แต่วันรุ่งขึ้นได้นำ นปช. ที่รับสารภาพ 32 คน ส่งฟ้องศาล จึงได้แยกการควบคุมกระจายออกไป โดยเฉพาะแกนนำได้แยกการควบคุมตัว ขณะที่มีการออกระเบียบการควบคุมตัว และการเข้าเยี่ยมได้แล้ว โดยอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้นำกล้อง หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ เข้าเยี่ยมโดยเด็ดขาด
ขณะที่ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบายว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีข้อแตกต่างจากกฎหมายปกติ แต่ยอมรับว่าการควบคุมตัววันแรกอาจไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร ซึ่งเข้าใจว่ามีผู้นำโทรศัพท์ที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตติดตัวเข้าไปด้วย
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าทั้งรัฐบาลและองค์กรตำรวจไม่ได้ตระหนักถึงความเป็นภัยต่อความมั่นคงของแกนนำก่อการร้าย จึงปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจ มุ่งแต่จะปรองดอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าพวกที่มาชุมนุมไม่ได้สำนึกถึงความผิด และรัฐบาลดูเหมือนไม่เข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ ทำให้กองทัพสงสัยว่ารัฐบาลมีความต้องการอย่างไรแน่ เพราะมีทหารหลายนายต้องพลีชีพ พิการ และบาดเจ็บจากการปลุกระดมมวลชนโดยคนกลุ่มนี้ และประชาชนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสมควรให้บริหารบ้านเมืองต่อไปหรือไม่ เพราะจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบพื้นที่ราชประสงค์ รวมถึงจุดที่เคยมีการชุมนุมทั้งหมดว่า สามารถรวบรวมวัตถุระเบิด และตัวอย่างต้องสงสัยส่งตรวจได้เกือบ 1,000 ตัวอย่าง



