ข่าว

"หยอดมุกฮา"ดับอารมณ์ม็อบกับนักเจรจา "วิชัย สังข์ประไพ"

"หยอดมุกฮา"ดับอารมณ์ม็อบกับนักเจรจา "วิชัย สังข์ประไพ"

23 พ.ค. 2553

หลังจากเสร็จศึกเจรจาหย่าม็อบทุกๆ การเคลื่อนไหวตามสถานที่สำคัญต่างๆ ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งมาปักหลักเรียกร้องให้รัฐบาล "ยุบสภา-คืนอำนาจให้ประชาชน" ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา

 บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศจนมาถึงแยกราชประสงค์ บทบาทหัวหน้าทีมเจรจาของตำรวจ ทำหน้าที่โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) แทบจะเรียกได้ว่า มีบทบาทที่โดดเด่น และกลายเป็นขวัญใจของมวลชนคนเสื้อแดงไปแล้ว แถมยังทำหน้าที่หัวหน้าทีมเจรจาจนกระทั่งวันสุดท้าย เนื่องจากมวลชน นปช.ไม่กล้าออกมาจากวัดปทุมวนาราม เพราะยังไม่ไว้ใจว่าจะถูกยิงหรือถูกพาไปทำร้ายหรือไม่ แต่เมื่อ พล.ต.ต.วิชัยไปเจรจรามวลชนคนเสื้อแดงมีความไว้ใจจึงยอมเดินทางมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

 -ตลอด 3 เดือนของการชุมนุมของ นปช.หนักใจเรื่องอะไรมากที่สุด

 พล.ต.ต.วิชัย : คงเป็นเรื่องอารมณ์ของมวลชนที่มีความร้อนแรงมาก โดยเฉพาะเวลาที่แกนนำพามวลชนบุกไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ บทบาทของการเจรจาจึงมีความสำคัญมาก ช่วยลดอารมณ์ของมวลชนได้

 -การเจรจาที่ผ่านมาหนักใจช่วงไหนที่สุด

 พล.ต.ต.วิชัย : ตอนที่แกนนำพามวลชนไปเทเลือดบ้านนายกรัฐมนตรี ตลอดเจรจาต้องหยอดมุขให้อารมณ์ผ่อนคลาย ซึ่งระยะทางจากปากทางสุขุมวิทเข้าถึงบ้านนายกฯ ร่วม 1 กิโลเมตร การเจรจาช่วยคลายความรุนแรงลงได้มาก หากไม่มีการเจรจาบ้านนายกฯ พัง เพราะตอนนั้นทหารตำรวจไม่มีอาวุธ มีแต่โล่และกระบอง อย่างไรก็ต้าน มวลชนไม่อยู่ และกรณีบุกเทเลือดที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้ใหญ่สั่งห้ามเข้าทำเนียบรัฐบาลเด็ดขาด แต่ยอมให้เข้ามาได้ 20 เมตร ซึ่งก็ถูกผู้ใหญ่ตำหนิ แต่ผมว่าตัดสินใจถูก เพราะถ้าไม่ผ่อนปรนให้เข้ามาเลย มวลชนคงบุกมาทำเนียบแน่ๆ การยอมที่ให้แกนนำเข้ามา สามารถช่วยเกลี้ยกล่อมมวลชนได้ อีกครั้งวันที่จะไปบุกบ้านป๋าเปรม ผมบอกว่าพวกคุณจะด่าจะว่าได้ แต่ถ้าบุกมีเรื่องกับผมแน่ ซึ่งแกนนำไม่อยากบุก แต่มวลชนอยากบุก แกนนำก็ช่วยพูดให้ว่าผู้การแต้มขอร้อง มวลชนถึงยอมกัน

 - มารับหน้าที่หัวหน้าทีมเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมได้อย่างไร

 พล.ต.ต.วิชัย :  ได้รับมอบอำนาจมาจากผู้บัญชาการ ต้องเจรจาทุกเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุม คือเป็นหัวหน้าทีมเจรจาของกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีกลุ่มเสื้อเหลือง-เสื้อแดง จะเคลื่อนไปไหนจะรับเป็นหัวหน้าเจรจาเป็นตัวแทนนครบาล ซึ่งทำมานานแล้ว แต่ตอนนั้นบทบาทมันน้อย แต่พอมาเจรจากับม็อบแดงเลยดูโดดเด่น เพราะม็อบมาอยู่นาน

 - ต้องผ่านหลักสูตรการเจรจาม็อบหรือไม่

 พล.ต.ต.วิชัย : ไม่ได้เรียนมา แต่เอาประสบการณ์การทำงานที่ผ่านๆ มาประยุกต์ใช้ตรงนี้ รู้ว่ามนุษย์มีจิตใจแค่ไหน แสดงความเห็นใจ สงสาร รับฟัง เขาก็สบายใจที่ได้ระบาย แล้วค่อยเอาข้อเสนอไปให้เขา การเจรจามีกรอบอยู่แล้ว ทำอยู่ในกรอบผู้บังคับบัญชา ส่วนวิธีการและเทคนิคเป็นของเรา และการเจรจาต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และการเจรจาอย่าไปสร้างเงื่อนไข เพราะถ้าทำไม่ได้ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน การเจรจาต้องจบวันต่อวัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ อย่างวันที่ผมไปเอามวลชนออกมาจากวัดปทุมวนาราม พวกอยากกลับบ้านแต่ยังกลัวอยู่ เนื่องจากม็อบมีความอ่อนไหว เราต้องบอกเขาว่า อย่ากลัวไม่มีอันตราย หากวันนี้มีการยิงหรือถูกจับขึ้นมาผมก็จะหมดความไว้วางใจทันที

 - กรณีเจรจาขอตัว ตำรวจทหารที่ถูกกลุ่ม นปช.ควบคุมตัวหลังเวที

 พล.ต.ต.วิชัย : ขอตัวตำรวจทหารคืนไม่ยาก เราเคยพูดอะไรเขาเชื่อถือ อย่างกรณีตำรวจที่ถูกควบคุมตัวไป เราอธิบายว่าตำรวจไปทำงานเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง พวกคุณมีหมายจับอยู่แล้วตำรวจต้องจับกุม แต่ตัวตนของคนไม่เหมือนกัน อย่างการเจรจรากับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ เหวง โตจิราการ พวกนี้มีเหตุผล คุยอะไรๆ ง่าย อย่างเขาจะเดินขบวนทั่วกรุงเทพฯ บอกขอฝั่งธนบุรีไว้ เพราะใกล้โรงพยาบาลศิริราชก็เปลี่ยนเส้นทางทันที แต่แกนนำสายฮาร์ดคออย่าง อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นี่ค่อนข้างยาก

 - ตอนทำหน้าที่เจรจามวลชนเสื้อแดงชื่นชอบการเจรจรา

 พล.ต.ต.วิชัย : ผมสีส้ม เป็นทั้งเหลืองทั้งแดง แถมจะสีส้มอมม่วง คือ ออกสีน้ำเงินนิดๆ ด้วย คือเราทำไปตามหน้าที่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักแกนนำหรือกลุ่มคนในเสื้อแดงมาก่อน มารู้จักกันตอนทำหน้าที่ แต่ดูเหมือนคนเสื้อแดงจะสนิท เพราะตามหลักการเจรจาเราต้องให้เกียรติเขา ต้องรับฟังความคิดและข้อเสนอของเขา และสุดท้ายต้องยกย่องเขา อย่างณัฐวุฒิ อายุน้อยกว่าเรา จะไปเรียกไอ้ณัฐวุฒิไม่ได้ ต้องเรียกพี่ ลูกพี่ เป็นการให้เกียรติเขา ทั้งนี้การเจรจาต้องนำข้อเรียกร้องข้อมูลการเจรจามาบอกผู้บังคับบัญชาโดยไม่ตัดต่อหรือเพิ่มเติมใดๆ เช่นเดียวกัน รัฐบาลมีข้อเสนออย่างไรก็ต้องบอกไปตามนั้น ห้ามเสริมแต่งเพิ่มเติม ส่วนเทคนิคที่ทำอย่างไรให้มวลชนมีความเชื่อถือเป็นเทคนิคส่วนตัว บวกกับชื่อเสียงการทำงานที่เอาจริงเอาจัง ซึ่งแกนนำอาจเกรงใจในเรื่องนี้ 

 -เสร็จศึกเจรจาม็อบคราวนี้จะเขียนหนังสืออีกไหม

 -พล.ต.ต.วิชัย : จากที่คลุกคลีอยู่ในม็อบมาหลายเดือน ทำให้มีมุกขำๆ ประโยคเด็ดๆ คิดว่าจะเอามาเขียนหนังสืออีก อาจจะใช้ชื่อว่า "มุกในหมู่ม็อบ" หรือ "ชีวิตในหมู่ม็อบ" เพราะวันๆ ที่เข้าไปในม็อบจะพบเห็นความยากจน พฤติกรรม การกินอยู่หลับนอน เห็นความแตกต่างของม็อบการเมือง ม็อบความคิด ม็อบจัดตั้ง ม็อบความยากจน ม็อบที่ดินทำกิน ม็อบปากท้อง ฯลฯ ระหว่างที่เข้าไปในม็อบก็จะเจอมุกขำๆ เช่น ตอนไปเจรจากับ พายัพ ปั้นเกตุ ที่จะบุกเข้าไปทำเนียบ ผมไม่ให้เข้าไป เขาก็บอกว่าพี่แต้มคนบ้านเดียวกับผม พี่ต้องเปิดเพลงคนบ้านเดียวกันให้ผมฟังนะ หรือตอนที่ไปบ้านป๋าเปรม แกนนำก็บอกว่าพี่แต้มเป็นเด็กบ้านสี่เสาเทเวศร์ หรือเด็กบ้านป๋าเปรม เพราะสูงโปร่ง รูปร่างดี หล่อ ผมก็ย้อนกลับไปว่าแกนนำหล่อกว่าเยอะ (ฮา)

 - หลายคนมองการทำงานของตำรวจต่อการชุมนุมของ นปช.เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย

 พล.ต.ต.วิชัย : ตำรวจทุกนายทำงานหนัก ทำงานทุกวัน ไม่ได้กลับบ้านกันหลายเดือนแล้ว แต่ด้วยบทบาทหน้าที่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.มั่นคง ทำให้บทบาทของทหารกลายเป็นพระเอก ตำรวจเป็นเพียงผู้ช่วย แต่ตอน 7 ตุลาคม 2551 เป็นบทบาทของตำรวจ แต่มีทหารเป็นผู้ช่วย

 - ตำรวจเตรียมดูแลประชาชนที่ยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์จลาจลอย่างไร

 พล.ต.ต.วิชัย : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการวางแผนและประเมินสถานการณ์ในเรื่องนี้ไว้แล้ว มีการตั้งจุดตรวจป้องกันระวังเหตุร่วมกับทหาร ส่วนชุดปะฉะดะออกตรวจตลอดเวลาอยู่แล้ว หากในแง่รัฐบาลต่อจากนี้ไปต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วยความเป็นธรรมและเสมอภาค จะให้ผลดีในระยะยาว หากประชาชนยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีความเสมอภาค ก็คงยังไม่จบ