ข่าว

 อย่ามาก อย่าน้อยเกินไป

อย่ามาก อย่าน้อยเกินไป

23 พ.ค. 2553

ผมมีโอกาสไปงานมันนี่เอ็กซ์โป ครั้งที่ 10 ที่จัดขึ้นช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยไปในสองสถานะ ทั้งส่วนที่องค์กรของผมเองต้องออกบูธ และไปในฐานะผู้บริโภคที่อยากรู้อยากเห็น เผื่อว่าจะมีไฟแนนซ์ หรือนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ที่เหมาะหรือให้ประโยชน์สูงสุดแก่เรา

 แรกๆ คิดว่าคนจะน้อย เพราะยังอยู่ในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ แต่เอาจริงๆ คนก็ยังพลุกพล่านใช้ได้ มีเบียดกันบ้าง แต่หนักนิดเบาหน่อย ก็ยิ้มและให้อภัยกัน น่าชมจริงๆ 

ได้ยินผู้จัดแถลงข่าวว่า งานนี้สำเร็จพอควร มีคนเยี่ยมชมรวมกว่าเจ็ดแสน วงเงินสะพัดกว่าเก้าหมื่นเจ็ดพันล้านบาท สินเชื่อบ้านยังคงแชมป์เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อบุคคล

ความที่เราทำงานมาร์เก็ตติ้ง ผมจึงสนุกที่ได้เดินบูธนั้น ออกบูธนี้ ถามไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภค ดูทริกคนขาย ได้เห็นการโต้ตอบไปมาของทั้งสองฝ่าย

ผมว่าลูกค้าในงานแบ่งออกเป็นสองจำพวกใหญ่ๆ โดยพวกแรกจะเสงี่ยมเจียมตัว เพราะรู้ดีถึงฐานะการเงิน ข้อจำกัดต่างๆ เวลาคุยก็มักจะเกรงใจ ไม่ถามมาก และไม่เน้นโปรโมชั่นเท่าไหร่ พูดกันตรงๆ ถ้าไฟแนนซ์ยอมปล่อย ให้กู้ให้ผ่อน เขาก็ดีใจโขแล้ว

อีกส่วนที่รู้ตัวเองว่า ฐานะปานกลางหรือดีใช้ได้ ประวัติการชำระเงินไม่ด่างพร้อย พวกนี้จะเล่นตัว เหมือนกับรู้ว่ามีทางเลือกอยู่ ถ้าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดี หรือให้สิทธิพิเศษไม่โดนใจ ก็พร้อมจะสะบัดก้นเดินหนีไป

พูดโดยทฤษฎี ยังไง “ผู้บริโภคก็คือพระเจ้า” ยิ่งมาออกงานแบบนี้ และอยู่ในสถานที่ที่แวดล้อมไปด้วยคู่แข่ง ประเภทเห็นกันจะจะ สถาบันการเงินทุกรายยิ่งต้องระวังพิเศษ

ถ้าไม่จำเป็น เขาจะไม่ปล่อยให้เราก้าวเข้าบูธแล้วเดินออกมาตัวเปล่าแน่ๆ

ฉะนั้น เมื่อเข้าไปแล้ว ก็ต้องเต็มที่ อย่าทำตัวนิ่งเกินไป ถามให้หมดเท่าที่จะทำได้ ต้องขอข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้พร้อม สงสัยอะไร ก็ต้องเอาให้เคลียร์

ผมเคยเรียนรู้ว่า ของบางอย่างอาจมีเงื่อนไขหมกเม็ดซ่อนอยู่ การไม่ถามอาจทำให้พลาดหรือตัดสินใจผิดๆ หรือบางทีเจ้าหน้าที่ก็เลือกพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว ละเลยข้อควรระวังอีกครึ่ง ซึ่งถ้าปล่อยไป จะสร้างความเสียหายให้เราในฐานะคนตัดสินใจ 

ขณะเดียวกัน ในบูธที่เกี่ยวกับหุ้น ผมเห็นบางคนทำตัวเก่ง เจ้าหน้าที่พูดอะไรก็ไม่เชื่อ โต้แย้งอยู่เนืองๆ การตั้งคำถามก็ประหนึ่งเป็นการลองภูมิยังไงยังงั้น ผมรู้สึกอึดอัดแทนตัวแทนที่อยู่ตรงนั้นด้วย

แนะนำว่าอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ประเภทใครเทอะไรลงไปก็ล้น เพราะนอกจากตัวเองจะไม่ได้กิน แล้ว เผลอๆ ยังเปียกพื้น ทำความเสียหายให้คนอื่นๆ ด้วย

ควรเติมข้อมูลเข้าไปก่อน ฟังและเอามาวิเคราะห์ สุดท้ายจะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่อง อยู่ที่ตัวเรา ใครบังคับไม่ได้ ให้ใช้ดุลพินิจสุดท้ายอย่างระแวดระวัง

จงจำไว้ว่า “การดื้อดึงบางครั้ง อาจทำให้เราพลาดไอเดียดีๆ ได้”

ที่ผมว่ามา ที่สุดแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการทำตัวให้ตรงกับธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ “เดินบนทางสายกลาง ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป” เพราะทางสายกลางก็คือธรรมชาติดีๆ นั่นเอง

ถ้าเข้าใจแบบนี้แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงงานมันนี่เอ็กซ์โปครั้งหน้าหรอกครับ ต่อไปนี้จะงานไหน เมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสได้คุยกับคนขาย ลองเอาทิปส์ที่ว่าไปใช้ดู ผมว่าน่าจะให้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]