
ศอฉ.พิจารณายกเลิกเคอร์ฟิวส์หลายพื้นที่เย็นนี้
ศอฉ.พบเสื้อแดง 5 จังหวัดเคลื่อนรูปแบบใหม่ เตีรยมพิจารณายกเลิกเคอร์ฟิวส์หลายพื้นที่เย็นวันนี้
(22พ.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่ศอฉ.จะดูแลต่างจังหวัดอย่างไรเพราะเริ่มมีการเผาสถานที่ราชการ เผาโรงเรียนแล้วว่า เมื่อเช้าก็มีการรายงานมาที่ศอฉ.ในเรื่องของการเคลื่อนไหวในบางจังหวัดซึ่งมีไม่มากนัก มีไม่กี่แห่ง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่พรก.ก็มีการควบคุมเหตุการณ์ต่างๆเช่นเดียวกับที่ศอฉ.ที่กรมทหารราบที่11รักษาพระองค์ ซึ่งจะใช้ขั้นตอนกระบวนการที่เหมาะสม โดยวันนี้จะมีการเร่งรัดให้เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่เหล่านั้น
“บางพื้นที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการชุมนุม เช่นการพบปะโดยไม่ใช่เป็นการชุมนุมทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเข้าไปตรวจสอบ มีทั้งหมด 5 จังหวัด คือภาคกลาง 2 จังหวัด ฉะเชิงเทราและกาญจนบุรี ภาคเหนือ 3 จังหวัด พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุตรดิษฐ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้ที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งต้องดูว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถจัดได้หรือไม่และจะมีผลกระทบต่อการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินหรือไม่ โดยในรายละเอียดศอฉ.จะได้แถลงต่อไปเป็นข้อมูลในเชิงปฏิบัติ”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่าในส่วนของการสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์รัฐบาลหรือศอฉ.จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะประชาชนเขาคิดว่าจะต้องมีการรับผิดชอบอะไรบ้าง นายปณิธาน กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความห่วงและกังวลเรื่องนี้อย่างมากตั้งแต่แรก การที่ 1 ในองค์ประกอบของแผนปรองดองคือทุกกรณีที่มีปัญหาที่มีความสูญเสียจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังโดยกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้ ซึ่งนายกฯก็ได้พูดกับประชาคมโลกสากลเป็นภาษาอังกฤษ เพราะท่านคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและให้น้ำหนักมากในการที่จะมีองค์ประกอบที่เป็นองค์กรหรือหน่วยงานอิสระในการเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงคงต้องใช้เวลา เพราะเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายแห่ง และบางเหตุการณ์อยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึง เพราะฉะนั้นต้องสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องคนในพื้นที่
เมื่อถามว่าจะมีการพิจารณายกเลิกเคอร์ฟิวส์ในพื้นที่อื่น ๆ หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ศอฉ.ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเย็นนี้เวลา 17.00 น. จะมีการประชุมศอฉ.อีกครั้งหากมีการพิจารณาจะรีบแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
“วันนี้ถ้าดูแล้วสถานการณ์การชุมนุมต่าง ๆ ไม่มีอะไรที่ผิดปกติหรือว่าขัดกับพรก.ฉุกเฉิน ก็สามารถลดและปรับเปลี่ยนข้อกำหนดได้ เพราะจะมีการส่งการประเมินมาโดยตลอด ส่วนที่มีการประกาศที่พัทยาเมื่อวานนี้นั้นก็มีการประสานงานมาก่อนแล้วซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองพัทยาได้ส่งโทรสารและได้รับการร้องขอจากเมืองพัทยาตั้งแต่ช่วงกลางวันหลังจากที่เขาประเมินสถานการณ์ 1-2 วันว่าสถานการณ์ปกติ แล้วก็ส่งข้อมูลเข้ามาที่ศอฉ. จึงมีการพิจารณาแล้วว่าทุกอย่างปกติจึงตัดสินใจประกาศยกเลิก”นายปณิธาน กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการพิจารณาเรื่องการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า การคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังจำเป็นอยู่ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่อาจยังมีแนวโน้มที่อาจใช้กำลังหรือความรุนแรง ก็จะมีการพิจารณาปรับระดับลดหลั่นกันลงไป เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้อง การดูแลสถานการณ์ขณะนี้ถือว่า ควบคุมได้หมดแล้ว แต่สภาวะยังไม่ได้กลับคืนสู่ปกติ 100 % ยังต้องมีการ ฟื้นฟูเยียวยา การดำเนินคดี และการปิดล้อมจับกุม สกัดกั้น ความพยายามที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
อย่างไรก็ตามศอฉ.มีความเป็นห่วงและให้ความสำคัญมากกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่เชื่อว่ายังมีอยู่ แต่รูปแบบจะเปลี่ยนไปอาจไปก่อวินาศกรรมหรือลอบทำร้าย แทนการปฏิบัติการแบบที่เราเห็นในช่วงที่ผ่านมา โดยอาจแปลงรูปลงใต้ดินมองเห็นได้ยากขึ้นแยกเป็นเซลหรือกลุ่มเล็ก ๆ ปฏิบัติเฉพาะใช้โอกาสที่เปิดและการเคลื่อนที่ที่เร็ว เคลื่อน ไหวเป็นอิสระ แยกเป็นกลุ่มย่อยเพื่อให้เกิดความคล่องตัว แล้วแฝงตัวเข้าไปก่อวินาศกรรมหรือก่อความวุ่นวาย รวมทั้งประทุษร้ายผู้นำ ฝ่ายบริหารที่ดูแลด้านความมั่นคงและบุคคลสำคัญ เรา จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทางศอฉ. ก็ได้เตรียมการและสั่งการให้หน่วยงานไปดูแลหาวีธีที่จะปิดล้อมคนเหล่านี้



