
DSIชี้เหตุไม่จับ"ตู่"มีถกงบสัปดาห์หน้า
อธิบดีดีเอสไอแจงสัปดาห์หน้าสภาฯเปิดประชุมพิจารณางบประมาณ จึงไม่คุมตัว"จตุพร" รอเข้ามอบตัวตามนัด 26 พ.ค. ศอฉ. สั่งยึดเครื่องมือสื่อสารทุกประเภทจากผู้ต้องหาแกนนำนปช.แล้ว ด้านส.ส.เพื่อไทยนำแดงอีสานทยอยเข้ารายงานตัวแม่ทัพภาค 2
(22พ.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการดำเนินคดีก่อการร้ายนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ว่า แม้ขณะนี้รัฐสภาจะปิดการประชุมสมัยสามัญ แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดประสุมสภาฯสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2554 นายจตุพรจึงจะคงได้รับการคุ้มครองตามเอกสารสิทธิ์ส.ส.ต่อไป จนกว่าจะปิดสมัยประชุม อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายจตุพรได้นัดหมายเข้ามามอบตัวที่ดีเอสไอในวันที่ 26 พ.ค. แต่ยังไม่ระบุเวลาที่แน่นอน ซึ่งดีเอสไอจะขอรอดูท่าทีของนายจตุพรก่อน แต่หากไม่มามอบตัวดีเอสไอจึงจะเสนอให้ศาลอนุมัติหมายจับต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายจตุพรใช้ช่วง 2-3 วันในช่วงปิดสมัยการประชุมสภาฯหลบหนี อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ได้สั่งการไปยังพื้นที่ตามแนวชายแดนทั้งฝั่งติดกับประเทศลาว กัมพูชา และพม่า เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว แต่หากมีการหลบหนีออกไปได้จริง ๆ คงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
นายธาริต กล่าวถึงการควบคุมตัวแกนนำที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้และถูกนำไปที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี แต่ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ใช้โทรศัพท์มือเล่นอินเตอร์เนตสื่อสารกับภายนอกได้ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดจากผู้ต้องหาทุกราบแล้ว และคาดว่าหลังจากนี้ผู้ต้องหาจะต้องถูกแยกห้องควบคุมด้วย
ส่วนกรณีที่ทนายความของแกนนำนปช.ระบุว่าจะมีการฟ้องกลับพนักงานสอบสวนดีเอสไอและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกับการแจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และข้อหาก่อการร้าย เนื่องจากแกนนำยืนยันใช้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้น ตนไม่กังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะทุกคนเห็นกันชัดเจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ ที่สโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาค 2 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา แกนนำกลุ่มเสื้อแดงอีสาน 7 จังหวัด ทยอยเดินทางเข้าไปรายงานตัวต่อกองทัพภาคที่ 2 หลังจากถูก พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ทำหนังสือให้เข้ารายงานตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้เดินทางเข้ารายงานตัวช่วงเช้าประกอบด้วย นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นางดวงเเข อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย,พ.ต.ท.สุรทิน พิมาณเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
โดยแม่ทัพภาค 2 มอบให้ พล.ต.ศักดิ์ศิลป์ กลั่นเสนาะ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 รับรายงานตัวเเละทำความเข้าใจพร้อมกับขอความร่วมมือให้แกนนำคนเสื้อแดงในภาคอีสานยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกประเภทที่จะสร้างความแตกแยกให้กับสังคมเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข
นายพงศกร อรรณนพพร อดีต รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนยินดีให้ความร่วมมือกับทางกองทัพภาค 2 ที่ผ่านมาตนและภรรยาคือนางดวงแข อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นแกนนำหรือคนที่คอยปลุกระดมคนเสื้อแดงที่ จ.ขอนแก่น ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ในทางกลับกันประชาชนได้เรียนรู้ประชาธิปไตยและพัฒนาทางความคิดไปไกลเกินกว่าที่ฝ่ายรัฐบาลคาดการณ์ไว้ ด้วยระบบข้อมูลข่าวสารในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ทุกคนสามารถรับรู้ได้ตลอดเวลา จนประชาชนรู้ว่านักการเมืองและฝ่ายรัฐบาลทำอะไรบ้างมีการใช้สองมาตรฐานอย่างไร
ขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐได้รับคือเป็นเพียงข้อมูลด้านเดียวและเป็นรายงานข้อมูลที่เกินความเป็นจริงโดยไม่ได้ลงไปสัมผัสประชาชนและมีการตั้งสมมุติฐานเอาเองอีกทั้งมีการใส่ร้ายประชาชนจนเกินกว่าจะรับได้ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญของผู้ที่มีอำนาจ แต่สิ่งที่สำคัญต่อนี้ไปคือคนไทยทุกกลุ่มทุกสีจะต้องมาพูดจากันเพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศและทำการปฏิรูประบบใหม่ให้ชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความเสมอภาคและให้ความยุติธรรมกับทุกคนทุกกลุ่มนายพงศกรฯกล่าว



