
จ่อเรียก"กาญจนาภา"แจงที่มาธุรกรรมต้องสงสัย
ดีเอสไอเตรียมเรียก "กาญจนาภา หงส์เหิน และเอกราช ช่างเหลา" ชี้แจงที่มาธุรกรรมต้องสงสัย ด้าน"เจ๊เกียว" โวยให้ถอนชื่อจากบัญชีต้องห้าม ระบุ เสียหายถูกเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบ
(22พ.ค.) แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า บุคคลที่ถูกระงับการทำธุรกรรมการเงินซึ่งอยู่ในข่ายต้องถูกเรียกตัวเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัย 2 ลำดับแรก คือ นางกาญจนาภา หงส์เหิน ซึ่งเบิกถอนเงินสดจากธนาคารแห่งหนึ่งเป็นเงิน 1,200 ล้านบาท และนายเอกราช ช่างเหลา ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีรายงานธุรกรรมต้องสงสัยถึงกระแสเงินเข้าบัญชี 700 ล้านบาท จากนั้นได้ทยอยถอนเงินสดออกจากธนาคาร 600 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของการเข้าติดต่อเพื่อขอเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรมการเงินของกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลในบัญชีต้องห้าม รวม 3 วันที่ผ่านมา ยังไม่มีบุคคลสำคัญทั้งนักธุรกิจ อดีตนักการเมือง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นเรื่องขอระงับการทำธุรกรรม มีเพียงบริษัทเอสซี แอสเสท คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยื่นเรื่องขอเบิกเงินเพื่อนำไปจ่ายเงินเดือนพนักงานและเงินปันผลผู้ถือหุ้น 800 ล้านบาท สหกรณ์คูรจังหวัดขอนแก่น โดยนายเอกราช ช่างเหลา ขอเบิกเงินไปจ่ายปันผลและค่าดำเนินการต่างๆของสหกรณ์ 288 ล้านบาท แต่รายละเอียดหลายรายการไม่สมเหตุสมผล จึงอนุมัติเพียง 198 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ในอาคารทวาทศิน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อขอให้เพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีต้องห้าม เนื่องจากได้รับความเสียหาย ถูกเข้าใจผิดว่าสนับสนุนการก่อความไม่สงบ แต่เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าคำสั่งดังกล่าวออกมาจากศอฉ. เบื้องต้นทำได้เพียงอนุมัติให้เพิกถอนการระงับธุรกรรมเป็นรายครั้ง โดยขอให้นำเอกสารรายจ่าย อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และบัญชีเงินเดือนพนักงานมาแสดง



