
ศอฉ.แจงทูตซัดเสื้อแดงยิงทหาร-ปชช.
ศอฉ.เชิญทูตแจงเหตุปะทะแดงราชประสงค์ซัดแดงก่อการร้ายใช้อาวุธฆ่าทหาร-ปชช. เปิดคลิปแฉโจกแดงสั่งชัดเผาบ้านเมือง-ปล้นสะดม หากทหารสลาย ชี้ โจกแดงนอกปท. สั่งการเผา ป้ายสีรัฐทำ ขนอาวุธแดงอื้อโชว์ทูตต่างชาติ อ้างสื่อ-ทูตทหารปราบแดงทำตามหลักสากล เผยศอฉ.จ่อเสนอร
(22พ.ค.) เวลา 15.00 น. กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพ หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ พร้อมนำอาวุธสงครามจำนวนมากสามารถจับได้ในช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้ ทาง ศอฉ.ได้เชิญคณะทูตานุทูต จำนวน 40 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี รัสเซีย อเมริกา อิรัก มาเลเซีย กัมพูชา ญี่ปุ่น เกาหลี ผู้ช่วยทูตจำนวน 8 ประเทศ อาทิ สเปน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย แคนาดา สิงคโปร์ ปากีสถาน ฝรั่งเศส และเอกอัคราชทูต 5 ประเทศ อาทิ สวิส ออสเตรเลีย อิตาลี อินโดนีเซีย พม่าเข้าร่วมรับฟังการแถลงครั้งนี้ด้วย
นายสุเทพ กล่าวว่า ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปรากฏเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายได้ใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำร้ายหน่วยกู้ภัย สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวน ซึ่งเป็นข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ ตลอดเวลาเหล่านั้นแกนนำได้พยายามพูดจาลักษณะโฆษณาชวนเชื่อไม่มีผู้ก่อการร้ายอยู่บริเวณที่ชุมนุม ไม่มีอาวุธร้ายแรงของกลุ่มผู้ชุมนุม ในที่สุดก็ปรากฏความจริง หลังจากการชุมนุมได้ยุติลง เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารได้เข้าไปตรวจค้นบริเวณที่เป็นพื้นที่ชุมนุมโดยเฉพาะบริเวณที่สี่แยกราชประสงค์ ก็ได้พบอาวุธร้ายแรงจำนวนมาก เป็นอาวุธที่ผู้ก่อการร้ายได้ใช้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ และประชาชนมาทั้งสิ้น อาวุธเหล่านี้ได้ตรวจค้นพบในระหว่างที่มีสื่อมวลชนได้ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้ไปติดตามได้พบเห็นและได้เป็นพยานในการตรวจค้นทั้งสิ้น อาวุธเหล่านี้ รวมทั้งคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมไว้ได้ จะได้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้ายต่อไป วันนี้จึงได้นำอาวุธเหล่านี้มาแสดงต่อสื่อมวลชนและนักการทูตจากต่างประเทศ พร้อมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า อาวุธเหล่านี้ได้พบที่ไหน เมื่อไร
นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า อาวุธที่นำมาแสดงเหล่านี้ มีทั้งปืนเอ็ม 79 ได้ปรากฏข่าวมาตลอดว่าเป็นอาวุธร้ายที่ได้ทำลายชีวิต ทำร้ายร่างการพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่มากที่สุดมีปืนเอ็ม 79 มีปืนทราโวที่คนร้ายได้ยึดไป ากเจ้าหน้าที่ของเราจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.นอกจากนั้นก็จะมีระเบิดมือ ระเบิดขว้างชนิดต่างๆ ระเบิดเพลิง และอาวุธอื่นๆ รว รวมทั้งอาวุธที่ใช้ประกอบทำคาร์บอมบ์ที่มุ่งหมายต่อชีวิตคนมากๆ ขอเรียนยังมีอาวุธร้ายแรงอีกจำนวนมากที่อยู่ในมือผู้ก่อการร้ายที่หลบหนีไปได้ ทั้งเป็นอาวุธที่ยึดไปจากเจ้าหน้าที่ของเรา และเป็นอาวุธที่เขาเตรียมมา เจ้าหน้าที่พยายามไปติดตามจับกุมคนร้ายเหล่านี้ ติดตามอาวุธเหล่านี้เพื่อระงับเหตุร้าย โดยที่จะไม่ลดละความพยายามและหวังเป็นที่สุดว่า เราหวังว่าเราจะทำสำเร็จ จับคนร้ายได้ จับอาวุธได้ครบถ้วน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ตามที่ผอ.ศอฉ.ได้เรียนให้ทราบว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ได้ยกระดับขึ้นเรื่อยๆจนเป็นการก่อการร้ายเต็มรูปแบบ ซึ่งทางศอฉ.ขอเรียนข้อมูลใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ ประเด็นที่หนึ่ง เรื่องการวางเพลิงเผาทรัพย์อันเกิดจากการลอบวางเพลิงหลังจากที่มีการประกาศยุติการชุมนุมของแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประการที่สอง เรื่องอาวุธสงครามที่กลุ่มก่อการ้ายนำมาทำร้ายประชาชนและทหาร ตำรวจ รวมถึงอาวุธสงครามที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดได้ และในส่วนสุดท้ายจะโยงให้เห็นว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องใช้กระสุนจริงในการต่อต้านก่อการร้ายเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการ ขยายตัวออกไป
“ประเด็นที่หนึ่ง เรื่องการวางเพลิงเผาทรัพย์ หลายคนอาจคิดว่า การวางเพลิงเผาทรัพย์หลังยุติการชุมนุมเกิดจากการโกรธแค้นของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปกดดันจนกระทั่งมีการยุติการชุมนุม หรือฉกฉวยสถานการณ์เข้าไปขโมยลักทรัพย์ในสถานที่ห้างสรรพสินถ้า ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญทางศอฉ.ขอเรียนว่า ได้มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นตอน มีการสั่งการโดยผู้ที่อยู่ภายนอกประเทศ และในประเทศเป็นลำดับขั้น ซึ่งสามารถโยงใยยได้ตั้งแต่ผู้สั่งการจนกระทั่งถึงผู้ปฏิบัติหรือกลุ่มก่อการร้ายที่แทรกตัวอยู่ในการชุมนุม” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
จากนั้นพ.อ.สรรเสริญ ได้มีการเปิดคลิปภาพยนตร์สั้นๆจำนวนรวม 7 คลิปที่เกี่ยวกับการกล่าวปลุกระดมจากแกนำกลุ่มคนเสื้อแดงให้มวลชนมีการวางเพลิงเผาบ้านเมือง โดยในคลิปดังกล่าวมีภาพของนายเจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ปราศรัยบนเวทีว่า “ถ้ารู้ว่า เขาจะปราบปราม ให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำขวดแก้วมาคนละใบ บรรจุน้ำมันให้ได้ 75 ซีซีหรือ 1 ลิตร หากในกรุงเทพมีน้ำมัน 1 ล้านลิตรรับรองกรุงเทพฯ เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน การต่อสู้คนเสื้อแดงต้องทำให้ได้แบบนี้ อยากให้ทหารรู้ว่า หากเข้ามาทำลายคนเสื้อแดง แม้เลือดออกแม้แต่หยดเดียวหมายความว่า กรุงเทพฯต้องเป็นทะเลเพลิงทันที ในส่วนต่างจังหวัด หากมีอะไรเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ให้ไปรอศาลากลางจังหวัดไม่ต้องรอเงื่อนไข จัดการให้ราบพณาสูญ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปต่อไปเป็นภาพการปราศรัยของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่า การสู้ของทหารโดยใช้ยุทธิวิธีแบบนี้จะทำให้คนอื่นเขากลัว คิดว่า ยุทธวิธีแบบนี้จะทำให้ประชาชนแตกฉาน และขอบอกให้รู้ว่า ไฟจะลุกท่วมทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ส่วนคลิปของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุว่า ถ้าคุณยึดอำนาจผมให้เผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง ถ้าใครจะจับมาเอากับผม อย่างที่ผมบอกคนเสื้อแดงขี้ตกใจหากยิงตูม คนเสื้อแดงจะวิ่งเข้าเกษร พารากอน วิ่งเข้าโรงแรม แนวโน้มการตกใจมีหลายประการ บางคนตกใจวิ่งหากระเป๋าแบรนด์เนม บางคนตกใจชอบวิ่งไปหาเครื่องประดับ ทอง เพชร บางคนตกใจชอบขับรถเข้าไปในห้าง บางคนตกใจจุดไฟเข้ามาก็มี จากนั้นได้มีการเปิดคลิปนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ปราศรัยว่า คุณไม่ต้องมาบอกว่า สถานที่สำคัญที่เขาไปก่อวินาศกรรม คุณไม่ต้องไปกุข่าวว่า สถานที่ศาสนสถานของมุสสลิม โรงพยาบาล ถนนราชวิถี สะพานข้ามแม่น้ำ โรงพยาบาลศิริราช ทำเนียบ สนามบิน ธนาคารแห่งประเทศ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ คุณไม่ต้องบอก หากคุณใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รับรองว่า สิ่งที่คุณพูดจะไม่มีเหลืออยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน วันนี้จะต่อสู้ครั้งสุดท้าย หากไม่ชนะ เป้าหมายคือคุกและตายเท่านั้น เดิมทีคนเสื้อแดงมีแค่พรรคการเมือง และมวลชน แต่วันนี้แก้วอีกประการหนึ่ง คือ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายพร้อมปกป้องคนเสื้อแดง
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นี่คือ สิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งที่ศอฉ.เรียนให้ทราบว่า สิ่งต่างเป็นการก่อการร้าย ภาพและเสียงเหล่านี้มีความชัดเจน ไม่ต้องคำชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งสามารถจะโยงใยไปถึงผู้สั่งการทั้งในและนอกประเทศจนปึงตัวผู้ปฏิบัติได้อย่างชัดเจน ซึ่งต่อไปจะเป็นข้อมูลภาพที่แกนนำกล่าวว่า มีกองกำลังสนับสนุน ซึ่งกองกำลังมีความพยายามใส่เสื้อผ้าให้คล้ายทหาร ตำรวจ เช่น ใส่เสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขียนว่า อาร์มี่ หรือลายพราง เพื่อโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเวลาเขาปฏิบัติการแล้ว ต่อไปเป็นลูกระเบิดเพลิง การวางเพลิงที่ผ่านมา นอกเหนือจาการจุดไฟและราดน้ำมันแล้ว ยังมีความพยายามที่จะใช้ระเบิดเพลิง ซึ่งมี 2 ลักษณะ 1.เป็นระเบิดเพลิง เอานำน้ำมันก๊าดเบนซินใส่ขวด มีไส้สำหรับไว้จุดไฟ อานุภาพทำให้อาคารไฟไหม้ได้ทันที ต่อมาพัฒนาไปเป็นแบบที่สองที่มีความรุนแรง คือ มีดินขยายการระเบิด มีเศษตะปู วัสดุแหลมคม ซึ่งใช้ได้ใน 2 ลักษณะ คือ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และทำอันตรายต่อประชาชนเจ้าหน้าที่ ตำรวจด้วยสะเก็ดระเบิด ความสูญเสียที่เกิดขึ้นทางทหาร ตำรวจ ศอฉ.ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบว่า ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ แต่อีกสามส่วนเกิดจากการที่การ์ด หรือกลุ่มผู้ดูแลความปลอดภัย มีความขัดแย้ง ทะเลาะกันเอง และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนที่ไม่พอใจกลุ่มก่อการร้าย และกลุ่มก่อการร้ายใช้อาวุธสงคราม
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า กรณีเรื่องคาร์บอมความจริงเกิดเหตุตั้งแต่มีการกดดันพื้นที่ชุมนุมที่ราชประสงค์ ทั้งหมดที่เจอวันแรก มี 2 จุด ถนนเพลินจิต มีการนำรู้ตู้คอนเทนเนอร์ใส่ลูกระเบิดที่เป็นถังดับเพลิง และมีคนพยายามจุดชนวน แต่ทหารบล็อกไม่ให้มีการจุดชนวน ในบริเวณรถมีถังน้ำยาเคมีสีขาว ถูกพบ 2 บริเวณ ซึ่งบริเวณแรกมีประมาณ 6 ถัง น้ำยาเคมีเมื่อผสมกับน้ำมันและเติมน้ำมันกำมะถัน จะกลายเป็นระเบิด มีการทำแล้วเป็นลูกเล็กๆ จุดที่ 2 ในวันเกิดเหตุพบว่ามีรถซึ่งไม่มีระเบิดอยู่ในนั้น แต่มีการบรรจุถังแก๊สหุงอาหารบรรจุไว้ในนั้นใส่เอาไว้ในรถ 6 ล้อหน้าโรงเรียนมาแตเดอี รถคันนี้มีแก๊สเต็มไปหมดแต่ทหารได้สกัดไว้ได้ จึงไม่เกิดระเบิดจากถังแก๊ส จุดที่ 3 คาร์บอมแท้ๆ เลยเป็นรถตู้คอนเทนเนอร์ ที่นำมาบล๊อคเอาไว้ที่สะพานชิดลมข้ามคลองแสนแสบจากบริเวณถนนเพชรบุรี ในวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามทำให้เกิดระเบิด ได้เผายางรถยนต์ให้เกิดระเบิด พยายามจุดชนวนลากสายไฟ เจ้าหน้าที่พยายามที่ได้พยายมที่จะกู้ ซึ่งระเบิดมีการต่อชนวนที่ค่อนข้างจะซับซ้อน ถ้าทางทหารยกรถขึ้นระเบิดจะทำงานทันที จุดที่ 4 เมื่อมีการพบรถเจ้าหน้าที่กองทัพบกได้ไปตรวจรถยนต์ พบรถปิกอัพ 1 คันจอดไว้เชิงสะพานเฉลิมโลก ด้านเวิร์ลเทรด ท้ายรถมีข้าวของมากมาย มีระเบิดซีซีไฟร์ มีการเตรียมชนวนแล้วแล้วเพียงแต่รอการเสียบ รถคันนี้ยังเป็นคาร์บอม แต่พร้อมที่จะทำคาร์บอมงกับระเบิดทั้งหมด
พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า จากภาพอาวุธและสิ่งเทียมอาวุธ ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ตนอยากชี้ให้เห็นบางประเด็นว่ามีความร้ายแรงกว่าที่เราคิด ยกตัวอย่างเช่นประทัดยักษ์ หลายจุดพบว่ามีการนำตะปูพันไว้รอบหรือนำเศษตะกั่ว เมื่อนำ 2 อย่างนี้มารวมกันในประทัดยักษ์ก็กลายเป็น “ระเบิดมือ” ถึงแก่ชีวิตแน่นอน หรือระเบิดเพลิงที่ใช้จากเครื่องดื่มชูกำลังใส่น้ำมันเข้าไป ที่ท่านเห็นเพลิงไหม้ที่เซ็นทรัลเวิรล์ด ธนาคารต่างๆ มาจากแค่นี้ แค่จุดไฟและขว้างออกไปก็เกิดเพลิงไหม้ได้หมด โดยระเบิดเพลิงเรายึดได้หลายร้อยขวด
พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการสูญเสียของฝ่ายเจ้าหน้าที่และประชาชนนั้น เราอยากชี้ให้เห็นว่าวันนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบโต้ด้วยอาวุธสงครามกับผู้ชุมนุม เพราะเขาถูกสั่งห้ามใช้อาวุธกับประชาชน แม้ว่าเขาจะถูกกระทำด้วยอาวุธเอ็ม 79 หรืออาวุธสงครามทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยร่นออกไป ดังภาพที่ท่านได้เห็น ถ้าท่านมองภาพว่าซอยสี่แยกคอกวัวหรือสตรีวิทยา ทหารที่อยู่แนวหน้าจำนวนไม่มากนัก วันนั้นอยู่ในซอยละเป็นพันคนหากมีการใช้อาวุธจริงๆแล้วถ้าเป็นฆ่าศึกนอกประเทศ ตรงนั้นใช้อาวุธสักหมวดเดียวก็ยิงได้แล้ว แต่เขาถูกสั่งห้ามเขาจึงไม่ยิง ใช้โล่ใช้กระบองป้องกัน
“ผมอยากย้ำว่า หลักการปฏิบัติการใช้อาวุธของเรา 1.จากเบาไปหาหนัก 2.ใช้ป้องกันไม่ใช่คุกคาม เจ้าหน้าที่ใช้ 2 หลักการนี้ ซึ่ง 2 หลักการนี้นานาชาติใช้กันทั่วโลกใช้หลักการนี้ทั้งนั้น เมื่อเรายึดหลักการนี้โดยจะอิง 2 ข้อนี้ตลอด เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่ว่าเป็นรัฐบาล ศอฉ. ทหารหรือพลทหารทุกคน เราตระหนักดีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ว่าเป็นฝ่ายใดก็ตาม รัฐไม่มีทางได้ประโยชน์ทั้งสิ้น เรารู้เรื่องนี้ดีจึงพยายามเต็มที่ แต่การปรับการใช้กำลังใช้อาวุธของเรามาจากผลอาวุธที่เรายึดได้ตรงด้านหน้าท่าน เราจึงมีความจำเป็นในการใช้ป้องกันชีวิตเจ้าหน้าที่และที่สำคัญป้องกันชีวิตพี่น้องประชาชนที่บริสุทธิ์” ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ระบุ
เมื่อถามว่า ผู้ก่อการร้ายที่ยังหลบหนีทางการมีข้อมูลจำนวนเท่าไร พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ขออนุญาตเปลี่ยนจากคำว่า เราไม่ได้ใช้คำว่าผู้ก่อการร้าย แต่เป็นกองกำลังที่ติดอาวุธ เราใช้คำนี้ เรามีฐานข้อมูลจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเพื่อสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงและจะเร่งติดตามส่วนที่เหลือ
เมื่อถามว่า ศอฉ.ห่วงใยการเคลื่อนไหวส่วนอื่นของประเทศหรือไม่โดยเฉพาะในภาคเหนือ พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ถามถามนั้นเรามีห่วงไหม ถ้าจะว่าห่วง ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมาหลังการสลายการชุมุนมของแกนนำเองก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นในภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรามีหน่วยงานที่เฝ้าติดตามดูแลควบคุมสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ความห่วงใยเรามีอยู่ทุกที่ที่เกิดเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าความห่วงใยจะทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่ได้ แต่เป็นความห่วงใยที่ต้องติดตามสถานการณ์เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ขอขยายความคำว่า กองกำลังติดอาวุธเป็นศัพท์ที่เราเรียกใช้ ส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายเป็นอีกคดีหนึ่ง เดียวจะคิดว่าต้องนำมารวมกันคงไม่ใช่
ด้านไมเคิล แองเจโล เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอชมการตั้งใจที่แน่วแน่ของรัฐบาลไทยในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พร้อมแสดงความมั่นใจของรัฐบาลไทยที่แก้ไขสถานการณ์และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษทำงาน
ผู้สื่อข่าว จากสำนักข่าวอาซาฮีชิมบุน ถามว่า ที่มาของอาวุธมาจากที่ใด รวมถึงการวางเพลิงเมื่อมีเบาะแสทำไมไม่ป้องกัน พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบขั้นต้นของอาวุธไม่ได้พบว่าเป็นอาวุธของราชการยกเว้นปืนทราโว่ที่ยึดมาได้จากเหตุการณ์ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา และยังหายไปอีกหลายกระบอก ส่วนการลอบวางเพลิงหลังจากเจ้าหน้าที่กระชับวงล้อม ตนขอชี้แจงว่า แผนปฏิบัติในวันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่เพียงแค่กระชับวงล้อมแนวถนนสารสิน เพื่อควบคุมสวนลุมพินีด้วยเหตุผล 4 ประการ1.พื้นที่สวนลุมพินีสะสมอาวุธ 2.พื้นที่สวนลุมพินีใช้อาวุธเอ็ม 79 ยิงเจ้าหน้าที่บริเวณถนนพระราม 4 และถนนวิทยุ 3.บริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งสถานทูต และเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ทูต ซึ่งดูแลเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่เต็มที่ 4.ถ้าบีบวงล้อมเข้ามาก็สามารถควบคุมการปิดล้อมได้ง่ายขึ้น แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมประกาศสลายการชุมนุมในช่วงบ่ายซึ่งโดยปกติบริเวณราชประสงค์กำลังทหารจะปฏิบัติการ ส่วนพื้นที่รอบนอกกองบัญชาการตำรวจนครบาลดูแล ส่วนเหตุการณ์ในช่วงเย็นมีการเผาหลายจุด แต่เวลานั้นถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ดำลังรุนแรงเพื่อระงับเหตุโดยมีผู้ชุมนุมจำนวนมากก็อาจเกิดการสูญเสีย เพราะยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมยิงใส่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจที่จะเข้าไประงับเหตุไม่สะดวกที่จะเข้าไป ซึ่งเป็นเฉพาะจุดเท่านั้น
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า อาวุธที่เห็นส่วนใหญ่อาทิ ปืนอาก้า ไม่ใช่อัตราการจัดอาวุธของกองทัพ แหล่งที่มาน่าเป็นการลักลอบตามตะเข็บชายแดน ส่วนปืนเอ็ม 16และ ปืนทราโว่เป็นของทหารที่ถูกยึดไป เมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งปืนต่อสู้อากาศยาน 12.7 มม.ที่ติดมากับรถสายพานลำเลียง ที่ถูกยึดไปปืนกลเอ็ม 60 และปืนทราโว ปืนลูกซองและเอ็ม 16 รวมทั้งสิ้น 68 รายการได้คืนมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้เป็นพื้นที่ที่อยู่ในวงล้อมเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปถึง ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ทำให้ผู้ก่อการวางเพลิงและเผาทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุการณ์ถูกทำร้าย ทำให้การระงับเหตุเป็นไปไม่มีประสิทธิภาพ
นายสุเทพ กล่าวว่า ขอบคุณทูตอิตาลีที่ให้กำลังใจ และขอแสดงความเสียใจผู้สื่อข่าวอิตาเลียนเสียชีวิตอยู่เคียงข้างกันเลย ซึ่งมีปรากฏภาพสื่อมวลชน เรามีความหวังว่าจากการที่เราจับกุมผู้ร้ายได้บางส่วน และ ประจักษ์พยานหลักฐานน่าจะมีโอกาสที่เราจะสืบหาผู้ที่ยิงกระสุนนัดนั้นได้ในอนาคต
เมื่อถามว่า ประชาชนหวั่นเกรงกำลังติดอาวุธที่ลงใต้ดิน ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายในกรุงเทพ เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้แก้ไขสถานการณ์ได้เรียบร้อยด้วยความร่วมมือของประชาชนชาวกรุงเทพฯ แม้เราจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวส์ ซึ่งประชาชนให้ความร่วมมือดี ทำให้ทหาร และ ตำรวจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า หลังจากนี้ไป เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ยังปฏิบัติหน้าที่เคียงคู่ไป เราได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็นโซนพื้นที่ด้านต่างๆ จุดด่วน สายตรวจ ด่านตรวจ ทั้งหลาย ยังคงมีอยู่ เพื่อให้ความอุ่นใจต่อประชาชน ทาง ศอฉ.ยังได้ออกคำสั่งแต่งตั้งศูนย์อำนวยการความยุติธรรมซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่หลายส่วน ประกอบด้วย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่จัดชุดปฏิบัติการ ไปตรวจสอบ ระงับ ยับยั้งเหตุร้ายอันตราย ที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนในท้องที่ต่างๆ ซึ่งสามารถแจ้งไปได้ทาง ศูนย์อำนวยการยุติธรรมนี้ได้ทาง 1688
พ.อ.สรรเสริญ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้มาตรการเคอร์ฟิวยังคงใช้ต่อไปอีก 1 วัน สำหรับการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพฯ นั้น ทางศอฉ. พิจารณาเห็นว่ายังมีความจำเป็นในการต้องประกาศใช้ต่อไปก่อน ซึ่งเราจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาในการขยายใช้พ.ร.ก.ไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าจากเหตุผลที่ชี้แจงคิดว่ายังคงมีเหตุการณ์สืบเนื่องสักระยะ อย่างการประกาศของแกนนำบางคนก็ชัดเจนว่า มีการสั่งมาจากนอกประเทศ การปฏิบัติการต่างของกองกำลังในประเทศ มีการเตรียมการฝึกก่อการกันมาเป็นอย่างดี มีการใช้ “ทฤษฎีตกใจ”ที่มีการพูดบนเวที ซึ่งจากที่แกนนำบอกว่า ถ้าผุ้ชุมนุม กลัว หรือ ตกใจ ก็จะเผา หรือ ทำลาย ซึ่งทฤษฎีนี้มีการสอนในโรงเรียนการเมืองของ นปช.ด้วย



