
บันทึกจาก...สื่อ12ชั่วโมงวิปโยค"วัดปทุมฯ"
พระอาทิตย์ตกดินแล้ว "วัดปทุมวนาราม" ขอบขัณฑสีมากลายเป็นที่พำนักของมวลชนคนเสื้อแดงกว่าพันชีวิตที่หลบห่ากระสุนหนีตายหลังจากแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ผู้สื่อข่าวสาวจาก "คม ชัด ลึก" ก็ติดอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน เมื่อการ์ดเสื้อแดงไม่ยอมให้ประชาชนเดินทางออกนอกวัด
กว่า 12 ชั่วโมงที่ผู้สื่อข่าวต้องตกอยู่ท่ามกลางความหวาดวิตกของผู้หลบภัย เสียงขู่จากการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ดังมาเป็นระยะ และชาวบ้านก็เชื่อตามนั้นว่า หากพ้นประตูวัดปทุมฯ เมื่อใดจะถูกทหารที่รายล้อมอยู่ยิงทันที หลังจากสิ้นแสงอาทิตย์ไม่นานนักเสียงปืนก็ดังขึ้นพร้อมกับภาพการลำเลียงผู้เสียชีวิต 6 คนเข้ามากองวางอยู่ในวัด ท่ามกลางลิ่มเลือดที่แดงฉาน
ภาพดังกล่าวยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจเป็นเท่าทวีคูณ
"ขอความกรุณาฟังผมอีกสักครั้ง เรายุติเวทีวันนี้เพื่อเดินหน้าในกระบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไปได้..."
หลังสิ้นเสียงประกาศยอมจำนนของแกนนำ นปช.บนเวทีราชประสงค์ เหล่าแม่ยกมวลชนคนเสื้อแดงต่างตะโกนร่ำไห้และวิงวอนให้แกนนำสู้ต่อไปแม้ต้องถวายชีวิต
"ไม่เอา ไม่ยอมแพ้"
"อย่าทิ้งมวลชน"
"สู้ต่อไป อย่ายอม อย่ายอม" ฯลฯ
เสียงร่ำร้องที่ออกจากปากสาวเสื้อแดงหน้าเวที ดูเหมือนจะดังไม่พอที่จะกลบเสียงกระสุนปืนและระเบิดปริศนาที่เริ่มดังใกล้เข้ามา วินาทีนั้นการ์ดเสื้อแดงตัดสินใจประกบแกนนำทั้งหมดนำพ้นเวที ขณะที่ผู้ร่วมชุมนุมต่างวิ่งแตกกระเจิงไปตามถนนมุ่งหน้า รพ.ตำรวจ ระหว่างนั้นมีกลุ่มผู้ชายวัยฉกรรจ์ใส่หมวกปิดหน้า อาศัยจังหวะชุลมุนนำเชื้อเพลิงโยนเข้าไปบริเวณชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนทั้งหญิงและชายหยิบฉวยสิ่งของที่อยู่ใกล้มือขว้างปาเข้าไปด้วยอารมณ์เคียดแค้น
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพยายามใช้ก้อนอิฐขนาดใหญ่ขว้างปาไปที่ประตูกระจกทางเข้า บางคนขว้างปาเก้าอี้พลาสติกและกล่องกระดาษเข้าไป เพื่อระบายความรู้สึกโกรธแค้นที่รัฐบาลบีบบังคับให้สลายการชุมนุม
แต่มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่เลือกที่จะวิ่งหลบลูกระเบิดและลูกหลงไปยังวัดปทุมวนาราม ที่มีเด็กและผู้หญิงบางส่วนหลบภัยอยู่ด้านใน ความสับสนอลหม่านและเสียงลูกปืนปริศนายังดังขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดช่วงบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
6 โมงเย็น หลังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประกาศเคอร์ฟิว กลุ่มการ์ด นปช.ได้เร่งเตือนมวลชนเสื้อแดงและกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุวุ่นวายอยู่ด้านนอก ให้หลบเข้ามาในวัดปทุมฯ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ระหว่างนั้นมีเสียงปืนหลายนัดดังมาจากรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ยิงมาที่ประตูทางเข้าวัดทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 รายและบาดเจ็บอีกหลายคน
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหยื่อกระสุนเป็นอาสาสมัครกาชาดหญิงในซุ้มยาหลังประตูวัด ทำให้ชาวเสื้อแดงหลายร้อยคนวิ่งหนีตายเบียดเสียดเข้าไปยังเขตอารามสงฆ์ด้านหลัง !?!
เวลาผ่านไปสักพักผู้คนเริ่มหายจากอาการตื่นตกใจ เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระสุนปริศนาที่ลอบยิงเข้ามาในเขตอภัยทาน ความมืดมิดที่เข้าปกคลุมพื้นที่ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เฝ้าหน้าประตูเกิดความตึงเครียด ผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุนต่างทยอยทำแผล หลายคนเริ่มหาที่พักหลบนอน เนื่องจากผู้ชุมนุมเกือบทั้งหมดวิ่งหนีตายเข้ามาในวัดกะทันหัน จึงทิ้งสัมภาระและกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ที่ชุมนุมรอบเวที
ประมาณหนึ่งทุ่มตรง เสียงพระสวดมนต์ทำวัตรเย็นดังขึ้น กลุ่มเสื้อแดงหลายร้อยคนขึ้นไปนั่งเบียดเสียดอยู่บนศาลาวัด เพื่อฟังพระสวดให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
ระหว่างนั้นกลุ่มมวลชนหญิงเสื้อแดงบางส่วน ได้ยืมโรงครัวของวัดทำข้าวต้มหมูสับแจกจ่าย แต่ผู้คนมีจำนวนมากกว่าข้าวต้มที่จัดเตรียมไว้ โรงครัวเสื้อแดงจึงต้องเร่งทำอาหารรอบที่สอง สาม สี่ ห้า ไปเรื่อยๆ โดยมีคนยืนต่อแถวรอตลอดเวลา เมื่ออาหารสดเริ่มหมดลงวัยรุ่นบางรายอาสาออกไปนอกประตูวัด วิ่งหลบกระสุนปืนกลับไปบนถนนราชดำริ เพื่อค้นหาอาหารสด ผัก ข้าวสาร และเครื่องปรุงที่กระจัดกระจายอยู่ภายในเต็นท์โรงครัว หัวหน้าแม่ครัวแสดงความกังวลถึงเสบียงอาหารที่ประเมินแล้วไม่น่าจะทำให้มวลชนเสื้อแดงกว่า 2,000 คนสามารถหลบอยู่ในวัดได้หลายวันนัก
เที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง แถวอาหารเริ่มลดน้อยลง คนที่อิ่มท้องส่วนใหญ่แยกตัวไปจับกลุ่มพูดคุยถึงอนาคตในคืนนี้และวันพรุ่ง ด้านการ์ดเสื้อแดงแบ่งกลุ่มออกเดินสำรวจรอบวัด เตรียมทางหนีทีไล่เผื่อไว้กรณีมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งนี้ ความเห็นของการ์ดเสื้อแดงบางส่วนอยากให้นำมวลชนออกไปจากพื้นที่วัด เพราะยิ่งดึกยิ่งอันตรายอาจถูกระเบิดปริศนาได้ง่าย ส่วนอีกกลุ่มเห็นว่าการหลบอยู่ในวัดปลอดภัยกว่า เพราะหนทางข้างนอกมืดมิดไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ระหว่างถกเถียงกันอยู่นั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพที่อ้างว่า เป็นพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกยิงเสียชีวิตในวันนี้มานอนเรียงกัน 6 ศพ แล้วใช้เสื่อปิดคลุมร่างเอาไว้ แม้จะดึกดื่นจนล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้ว แต่ผู้คนบางส่วนยังจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยความกังวล ทว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะหามุมนอนหลับพักผ่อนเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้
สำหรับผู้หญิงที่มีเด็กเล็กติดมาด้วยจะได้รับอนุญาตให้ลงไปนอนใต้ถุนศาลาวัด ซึ่งเป็นที่พักผ่อนของแม่ชี เด็กเล็กกว่า 50 ชีวิตนอนหลับสนิทโดยไม่รู้ว่าชะตากรรมถูกแขวนไว้กับเส้นด้าย ข่าวลือเรื่องคนเสื้อแดงเข้ามอบตัวแล้วสูญหายไปถูกกระพือขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่ลูกอ่อนหลายคนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะมอบตัวหรือไม่ อย่างไร ?!!
เช้ามืดใกล้ตีสี่ มีการโหมกระพือข่าวลือระลอกใหม่ว่า ทหารนำรถคอนเทนเนอร์กว่า 10 คัน มาจอดเตรียมอยู่รอบถนนราชดำริ เพื่อขนมวลชนเสื้อแดงจากวัดปทุมวนารามไปยังค่ายทหาร ทำให้หลายคนนอนไม่หลับผุดลุกผุดนั่ง บ้างลุกขึ้นมาจ้องมองท้องฟ้ารอเวลาพระอาทิตย์ขึ้นด้วยใจเป็นกังวล
แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยามหกโมงเช้า ดูเหมือนจะเป็นกำหนดเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไป แม้การ์ดเสื้อแดงจะคอยย้ำเตือนว่านอกวัดยังเป็นพื้นที่อันตราย แต่หลายคนไม่สนใจฟังและเริ่มออกเดินสำรวจไปที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ควันไฟสีดำยังพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นไม่ถึงชั่วโมงเสียงประกาศดังออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดปทุมฯ ตำรวจได้ขอร้องให้มวลชนคนเสื้อแดงออกมาจากวัดแล้วกลับบ้าน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กตำรวจรับปากว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดรถไปส่งยังจังหวัดต่างๆ
เมื่อมองจากวัดปทุมฯ จะเห็นตำรวจกว่า 4 กองร้อยยืนเรียงราย ท่าทีเข้มแข็ง รวมถึงหน่วยอินทราช 26 ที่ติดอาวุธหนักคอยจ้องมองไปตามตึกสูง ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" คงหลบหนีออกไปแล้ว และ ส.ส.เพื่อไทย มาช่วยย้ำยืนยันให้คนเสื้อแดงทั้งหมดเดินทางออกมาจากวัดกลับบ้านโดยไม่ต้องกังวลใจ
คู่หนุ่มสาวที่เดินทางมาจาก จ.สระแก้ว เข้ามาปักหลักชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา บอกว่า ต้องขายมือถือไป 2 เครื่องและกล้องถ่ายรูป 1 ตัว นำเงินไปซื้อเครื่องใช้ส่วนตัวระหว่างร่วมชุมนุม แม้ในวันนี้จะต้องเลิกรากลับไป และในกระเป๋าไม่เหลือเงินสักบาทเดียว แต่หากเสื้อแดงมีการรวมตัวกันใหม่ พวกเขาจะกลับมาร่วมอย่างแน่นอน
ทว่า อีกบางส่วนกลับมีความรู้สึกตรงกันข้าม พวกเขาและเธอรู้สึกพ่ายแพ้และผิดหวังที่แกนนำทิ้งมวลชน จึงไม่แน่ใจว่าหากมีการระดมพลเสื้อแดงอีกจะเข้ามาร่วมดีหรือไม่
หกโมงเย็นยันหกโมงเช้าของอีกวัน...สำหรับมวลชนเสื้อแดงเกือบ 3,000 คนที่เบียดเสียดหลบตายอยู่ในวัดปทุมฯ นั้น ถือเป็น 12 ชั่วโมงแห่งค่ำคืน "ราชประสงค์วิปโยค" ที่ไม่อาจลืมเลือน !?!



