ข่าว

"มาร์ค"แถลงเร่งฟี้นฟูผู้รับผลกระทบ

"มาร์ค"แถลงเร่งฟี้นฟูผู้รับผลกระทบ

21 พ.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" แถลงขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ และร่วมผ่านวิกฤต ระบุรัฐบาลเร่งฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อวินาศ กรรม

(21พ.ค.) เวลา 13.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ แถลงที่ศอฉ. ระบุว่า  พี่น้องประชาชน ที่เคารพนับตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 19 พ.ค. เป็นต้นมา รัฐบาลและศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ได้เดินหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งจนถึงขณะนี้ถือว่าสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.หรือตั้งแต่ก่อนหน้านั้นเป็นต้นมา ได้นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนเอง รัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกคน  รวมทั้งพี่น้องประชาชนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น

 อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณประชาชนจำนวนมาก ที่ได้สื่อสารแสดงความเข้าใจถึงความจำเป็นของรัฐบาลและศอฉ. ในการตัดสินใจเข้าปฏิบัติการเพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติและดำรงความเป็นนิติรัฐคือบ้านเมืองที่ปกครองด้วยกฎหมายได้

 “ ทั้งนี้การปฏิบัติการทั้งหมดนั้น ต้องขอขอบคุณหลาย ๆ ฝ่ายที่ได้อดทนเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และหน่วยงานเอกชน อาสาสมัคร กาชาด และอื่น ๆ ที่มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการ สถานการณ์ต่าง ๆ ให้ลุล่วงมาจนถึงขณะนี้ โดยที่หลายคน ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงภัยทั้งนี้การตัดสินใจในการ ปฏิบัติการต่าง ๆ นั้นคำนึงสูงสุดคือคุณค่าของชีวิตพี่น้องประขาชน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทำให้ภาวะของประชาชนตกอยู่ในอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ” นายกฯกล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการที่ได้ดำเนินมานั้นได้ปฏิบัติตามกฎหมายตามหลักสากลและได้คำนึงถึงการลดความเสียหายให้น้อยที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูบ้านเมืองของเรา ในแง่ของตึกรามบ้านช่อง อาคารต่าง ๆ หรือการฟื้นฟูทางกายภาพนั้น เราทำได้อยู่แล้ว แต่ที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นฟูจิต ใจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของบ้านเมืองที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป ภารกิจในขณะนี้ของรัฐบาลและศอฉ.แบ่งเป็น ภารกิจเฉพาะหน้าและภารกิจที่ต้องดำเนินการหลังจากนั้น โดยภารกิจเฉพาะหน้า คือการเร่งเข้าไปฟื้นฟูและเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อ การร้าย การวินาศกรรม การวางเพลิงและเหตุการณ์อื่น ๆ

 นอกจากนั้นการที่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ยังมีความรู้สึกหวั่นไหวตกใจและอาจจะรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย แม้กระทั่งจนถึงขณะนี้ ศอฉ.และรัฐบาลได้ดำเนินการปรับรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้ให้มีการบูรณาการการทำงาน ระหว่างตำรวจ ทหาร กทม. อาสาสมัครต่าง ๆ ที่จะคอยเป็นหูเป็นตา ลาดตระเวนสอดส่องให้สถานการณ์ในช่วง 1-2 วัน ข้างหน้านี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อให้ความมั่นใจเรื่องควาปลอดภัยต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นในกทม.และต่างจังหวัด ตรงนี้ถือเป็นภารกิจเฉพาะหน้า สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับในระยะกลางและระยะต่อไปนั้น เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะความเป็นปกติมากขึ้น เราจะเริ่มยกเลิกข้อกำหนดต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามที่ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในปัจจุบัน เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติมาก ยิ่งขึ้นตามลำดับ โดยให้สอดคล้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและสอดคล้องกับสถานการณ์

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันในแง่ของการดำเนินคดี การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดและมีโทษร้าย แรงในข้อหาต่าง ๆ จะมีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาต่อเนื่องเด็ดขาด โดยให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆฝ่าย แต่ว่าสำคัญที่สุด คือสิ่งที่เราต้องดำเนินการเตรียมการสำหรับการฟื้นฟูประเทศและฟื้นฟูจิตใจของประชาชนในระยะยาว

 “ ผมขอยืนยันว่าก่อนหน้านี้ผมเองได้เคยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ แผนดังกล่าวยังเป็นเจตนารมย์สำคัญที่รัฐบาลยังยึดถืออยู่ แต่ในขณะนี้สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไป ก็จะเป็นเรื่องการฟื้นฟู ที่จะต้องมีการดำเนินการในทุก ๆ ด้านทั้งจิตใจ สังคม เศรษฐกิจ แม้กระทั่งในเรื่องของการเมือง ที่สำคัญก็คือว่า มาถึงขณะนี้กระบวนการชองการปรองดองและการฟื้นฟูต้องเน้นเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชนทุกฝ่าย ที่จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองของเรากลับสู่ความสงบสุข และทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยกลับมาเป็นหนึ่งเดียวมีความสมัครสมานสามัคคี ” นายกฯ กล่าว

  ขอย้ำว่าปฏิบัติการที่ได้ทำมาทั้งหมดในขณะนี้ ได้ช่วยให้เราสามารถจัดการกับคนที่กระทำผิดกฎหมาย คนที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง แต่สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความเห็นแตกต่าง ที่มีความเดือดร้อนมีข้อเรียกร้อง ซึ่งรัฐบาลจะต้องตอบสนองนั้น เป็นเรื่องที่แผนฟื้นฟูปรองดองนั้นจะยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขให้ความ เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทุกคนจริงๆ

 “ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่า เราอยู่บ้านเดียวกัน บ้านของเราได้รับความเสียหาย บัดนี้เราได้แยกแยะคนที่จะมาเผาบ้านของเราออกไป ซึ่งคนเหล่านั้นจะต้องได้รับโทษ แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบ้านเดียวกันนี้ อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายว่าบ้านของเรานั้น ควรจะเป็นอย่างไร ระยะเวลาจากนี้ไป ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ว่าเราเป็นคนบ้านเดียวกันครับ อะไรที่เป็นความแตกต่างเราก็ต้องรับฟังซึ่งกันและกันและ มาช่วยกันไม่เพียงแต่ออกแบบแต่เราต้องมาช่วยกันสร้างลงแรงลงใจ ทำให้บ้านของเรานั้นกลับมาเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทุก คน กระบวนการนี้จะต้องเริ่มต้นนับตั้งแต่นาทีนี้”นายกฯกล่าว

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐได้ใช้วิจารณญานของการกลั่นกรองในเรื่องของข่าวสารต่าง ๆ ได้ ช่วยกันชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ระหว่างพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันเอง แต่ออกสู่ประชาคมโลก เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวนี้เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ทั้งนี้ตนขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความเข้าใจและความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ที่ให้กับรัฐบาลและ ศอฉ. เจ้าหน้าที่และฝ่ายต่าง ๆ มาโดยตลอดและจะได้รายงานสถานการณ์ ถ้าหากมีพัฒนาการอื่นใดเป็นระยะ ๆ ให้ประชาชนรับทราบต่อไป