
เติ้ง"แนะรัฐเคลียร์พื้นที่-เดินหน้าปรองดอง
บรรหารแนะรัฐเร่งเคลียร์พื้นที่-ช่วยห้างที่ถูกเผา เตรียมถกพรรคร่วมฯเดินหน้าแผนปรองดองแห่งชาติ วอนบ้านเลขที่ 111 หยุดป่วน ย้อนถามเป็นคนไทยหรือเปล่า ลั่นพร้อมช่วยคนที่ไมได้รับความเป็นธรรม
(21พ.ค.) เวลา 11.30 น.นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไปเซียงไฮ้ แต่ไม่ได้หลบหนี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองไทยติดตามตลอดและคาดว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบนี้ แต่ได้ภาวนาให้เกิดเหตุสูญเสียน้อยที่สุด ไม่คิดว่าจะเกิดเผามากมายขนาดนี้ ทั้งห้างสรรพสินค้า ธนาคาร รู้สึกเสียใจพอสมควร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคิดว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการแบบนี้ ซึ่งทำตามขั้นตอนของกฎหมายจากเบาไปหาหนักแล้ว และถ้าพวกเรารู้เรื่องลึก ๆ ไม่เพียงแค่นั้นความต้องการไม่ได้อยู่แค่ตรงนี้ ไปหนึ่งจะไปสอง ไปสองจะไปสาม
ตนขอฝากไปยังรัฐบาล สิ่งแรกที่ต้องทำคือเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุด อย่าให้คนที่ต่างประเทศมองเห็นมันจะไม่ดี สิ่งที่สองคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับห้างสรรพสินค้า รัฐบาลจะช่วยเหลือเขาอย่างไร จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือไม่ต้องคิดดอกเบี้ย หรือจะช่วยเป็นเงินเพราะไม่แน่ใจว่าจะมีประกันภัยหรือไม่ รวมทั้งพนักงานที่หยุดงานไป 2 เดือนต้องดูแลด้วยว่าจะทำอย่างไร ส่วนผลกระทบในด้านอื่น เช่นการท่องเที่ยว ตนจะนัดหารือกับนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวในวันที่ 22 พ.ค.นี้ว่าจะทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเราจะให้ความมั่นใจกับเขาได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก รวมทั้งจะมีการประชาสัมพันธ์ทั้งเอเชียและยุโรป
นายบรรหารกล่าวว่า สำหรับโรดแมปควรเดินหน้าต่อไป ไม่ควรหยุด เพราะเรื่องความปรองดองสำคัญมาก สำคัญที่สุด อย่าถือว่าเราชนะแล้วคงไม่ถูกต้อง แต่เป็นการคลี่คลายเหตุการณ์ให้เข้าสู่ความสงบและพยายามอย่าให้คนที่มีอารมณ์โกรธแค้นหรือการสลายไปด้วยความไม่พอใจเกิดการประทุขึ้นมาอีกได้ ถ้าประทุขึ้นมาอีกอาจจะทำให้เกิดการทำงานแบบใต้เดินเกิดขึ้นมาอีกได้ ฉะนั้นต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจในท้องที่ทั้งหมดในกทม.ต้องดูแลเป็นพิเศษ และตรวจตราอย่างเข้มงวดเพราไม่แน่ใจว่าจะมีการทำลายถังน้ำมัน แก๊ส หลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่ถ้าไม่หลงเหลือแสดงว่าจบไม่มีแล้ว แต่ก็ต้องคอยมั่นตรวจตรา เพราะเรื่องของวัตถุระเบิดอย่างเอ็ม 67 หรือเอ็ม 79 มันพกง่ายเหลือเกินพกใส่กระเป่าก็ได้แล้ว
เมื่อถามว่านายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯออกมาระบุว่าที่เคยระบุว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย.นั้นคงต้องเลื่อนออกไป นายบรรหารกล่าวว่า สิ่งที่นายกอร์ปศักดิ์พูดเป็นเรื่องจริง เพราะวันที่ 14 พ.ย.จะเร็วเกินไป ตอนที่พูดไว้ตอนโน้นคือไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขั้น แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องเยียวยากันหลายเดือน ไม่ใช่ 1-2 เดือน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปแต่จะเป็นเมื่อไหร่ไม่สามารถตอบได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเริ่มแผนปรองดองแล้วจะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าตนจะนัดพรรคร่วมรัฐบาลหารือ เพื่อหาแนวทางในการปรองดอง เช่นผู้ชุมนุมที่เดินทางกลับยังภูมิลำเนา ก็อยากฝากผู้ว่าราชการดูแลด้วยไม่ใช่ไปเล่นงานเขา ถ้าทำแบบนี้ก็พอที่จะเยียวยาได้
เมื่อถามว่าแผนปรองดองจะเริ่มได้อย่างไร เพราะพรรคฝ่ายค้านเองก็ยังออกมาตอบโต้รัฐบาล นายบรรหารกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าใครเหลืองใครแดง แต่ตนคิดว่าเวลาจะพูดอะไรควรจะถนอมน้ำใจกันดีกว่า อย่าถือเขาถือเรา ลืมเหตุการณ์ต่างๆ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องทำไปตามกฎหมาย
ต่อข้อซักถามที่ว่าจะมีอดีตบ้านเลขที่ 111 จะมีการรวมตัวกันขึ้นมาเป็นนปช.รุ่นสอง นายบรรหารกล่าวว่า อย่าเลย อย่าให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกเลย ขอร้องเถอะ บ้านเมืองมันแย่แล้ว เราเป็นคนไทยหรือเปล่า นี่ประเทศไทยหรือเปล่าหรืออิรัก เลิกเถอะ แล้วหันมาปรองดองกันดีกว่า อยากให้ความแค้นที่มีอยู่ลดราวาศอกกันบ้างและอย่าทำให้ความแค้นเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลับมาวันนี้ท้องฟ้าเปิดไหม นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ดีขึ้น ตนว่าดีกว่าเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา หรือนักข่าวอยากให้อยู่อย่างนั้นทั้งเดือนเอาไหม ยิงกันทุกวัน ตายกันทุกวันแบบนี้ดีไหม เมื่อมีการสลายมันก็ต้องมีการสูญเสียหนีไม่พ้นหรอก ถ้านักข่าวเป็นรัฐบาลตอนนี้จะทำอย่างไร ต้องถามใจเขาใจเราด้วย รัฐบาลไม่ทำก็ถูกว่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็ถูกด่า วันนั้นที่ตนแถลงก็คิดจะทำจริง ๆ แต่พอตกเย็นแกนนำนปช.ไม่เอา แต่พออีกวันรุ่งเช้าโทรมาหานายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์เลยบอกว่าช่วยไม่ได้แล้ว และรัฐบาลก็เดินหน้าต่อไปแล้ว
เมื่อถามว่าที่เคยบอกว่าจะช่วยเรื่องกระบวนการยุติธรรมตอนนี้ยังจะช่วยหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ก็คงต้องทำแต่ก็ต้องดูด้วยว่าอะไรที่ผิดกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็คงช่วยลำบาก แต่อันไหนไม่ได้รับความยุติธรรมก็ต้องไปช่วยดูแลให้ พูดแล้วก็ต้องทำ



