ข่าว

ตำรวจตรวจเข้มรถกดดันผู้คิดก่อการวุ่นวาย

ตำรวจตรวจเข้มรถกดดันผู้คิดก่อการวุ่นวาย

21 พ.ค. 2553

นครบาล ขานรับแนวทางปฏิบัติ ศอฉ.เร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การออกหมายจับนปช.วางเพลิงเผากรุง-ปล้นสดมภ์ ตั้งจุดตรวจเข้มแข็งเพิ่มอีก 12 จุดรอบบริเวณที่มีการยึดคืนพื้นที่ ตรวจเข้มรถต้องสงสัย-กดดันผู้คิดก่อการวุ่นวายซ้ำซ้อน "

(21พ.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงภารกิจปฏิบัติงานของตำรวจนครบาล ภายหลังขอคืนพื้นที่ชุมนุมกลุ่ม นปช. ว่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)มอบหมายให้ตำรวจนครบาล ปรับยุทธศาสตร์ในการตั้งจุดตรวจเข้มแข็ง 24 ชั่วโมง ซึ่งจากเดิมมี 13 จุด ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและเฝ้าระวังการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายจากผู้ไม่หวังดี เพิ่มขึ้นอีก 12 จุด คือ 1.หน้าบีทีเอสหมอชิต 2.หน้ากรมศุลกากรคลองเตย 3.แยก อสมท. 4.ใต้ทางด่วนรามอินทรา-ลาดพร้าว 5.พระราม4 ซ.งามดูพลี 6.เซ็นทรัลบางนา 7.ถ.พระราม4 แยกหัวลำโพง 8.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 9.เซ็นทรัลพระราม3 10.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 11.ใต้ทางด่วนดินแดง 12.เซ็นทรัลพระราม2โดยแต่ละจุดจำทหน้าที่ตรวจเข้มบุคคลที่ผ่านไปมาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิก

 " จุดตรวจเข้มแข็งทั้ง 12 จุดนั้น มีการปฏิบัติต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง กำลังพลผู้ปฏิบัติเตรียมพร้อมอุปกรณ์ประจำกาย เช่น อาวุธปืนพก วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย พร้อมรถยนต์ติดสัญญาณไฟวับวาบในเวลากลางคืน เน้นการตรวจค้นยานพาหนะบุคคล บังคับใช้กฎหมายและความผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน พร้อมทั้งให้ตำรวจระดับ บก.และสน.ในพื้นที่ตั้งจุดตรวจจัดเตรียมอุปกรณ์เช่น แผงไฟ กรวยยาง แผงเหล็ก เพื่อสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชนที่มาปฏิบัติหน้าที่เพราะส่วนใหญ่เป็นกำลังสนับสนุนจากต่างจังหวัด จัดเตรียมพนักงานสอบสวนให้พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดที่สามารถจับกุมได้ และส่งไปยังสถานที่ควบคุมตามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน และรายงานการปฏิบัติงานให้ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยส่วนหน้า บช.น.( ศปก.น.) ทราบทุก 1 ชั่วโมงหากมีเหตุเร่งด่วนให้รายงานทันที" พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวและว่า

 ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนในวัดปทุมวนารามวันนี้เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 06.00น. จนถึงขณะนี้นั้น สามารถส่งประชาชนที่อยู่ในวัดปทุมวนารามกลับภูมิลำเนาจำนวน 3,650 คน เป็นหญิงร้อยละ 80 ชายร้อยละ 20 พบผู้เสียชีวิต 6รายที่ถูกเคลื่อย้ายมาไว้ที่เดียวกันในวัดปทุมวนารามทังหมดถูกยิงเสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ 3 คน จากการถูกยิง โรคหอบหืด และน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งโรงพยาบาลรามา วชิระและจุฬาลงกรณ์ ส่วนการตรวจสอบพื้นที่แยกราชประสงค์นั้น ตำรวจพบอาวุธของกลางต่างๆ เป็นจำนวนมาก ได้แก่ อาวุธปืนเอ็ม 16 1 กระบอก ระเบิด 6 ลูก กระสุนปืนชิดต่างๆ 32 นัด ระเบิดแก๊สน้ำตา 2 ลูก ระเบิดปิงปอง 6 ลูก หนังสติ๊ก 32 อัน ระเบิดเพลิง 10 ขวด ระเบิดดินดำชนิดแสวงเครื่อง 7 ลูก ประทัดยักษ์ 50ลูก ประทัดยักษ์แสวงเครื่องพันด้วยตะปู 4 ลูก ดอกไม้เพลิง 27 อัน ลูกแก้ว 200 ลูก และวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง โดยส่งของกลางทั้งหมดให้ท้องที่และกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบในรายละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับผุ้ที่กระทำความผิดต่อไป

 "นอกจากนี้ยังพบอาวุธสงครามอีกจำนวนหนึ่งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้หลบหนีนำเข้ามาซุกซ่อนไว้ ภายในอาคารโภชนาคารโรงพยาบาลตำรวจ พบแก๊สน้ำตาชนิดขว้าง CS จำนวน 2ลูก เครื่องกระสุนปืนเอ็ม16 จำนวน 49 นัด เครื่องกระสุนปืนอาก้า 1 นัด ซองกระสุนปืนเอ็ม16 1ซอง และระเบิดสังหารชนิดขว้าง 1 ลูก บริเวณลานจอดศรียานนท์ พบแก๊สน้ำตาชนิดขว้าง CS 2ลูก อาวุธปืนลูกซองยาวเรมินตัน870 ไม่ทราบทะเบียน 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุน 1 อัน บริเวณหน้าสวนหย่อมหน้าตึกพิเศษอาคารราชการ ตร. พบถุงพลาสติกภายในมีธนบัตรชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน 46,900 บาท และอาคารเนอกประสงค์วิทยาลัย ตร. พบแท่งเหล็ก 1 อัน หนังสติ๊ก 16 อัน ลูกหิน 23 ลูก อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ไม่มีทะเบียน 1 กระบอกพร้อมกระสุนเบอร์12 อีก 4 นัด ลูกแก้วและผ้าแดงอย่างละ 1 ถุง ทั้งหมดเก็บรวบรวมดำเนินคดีต่อไป " โฆษกนครบาลกล่าวและว่า

 โฆษกนครบาล กล่าวต่อว่า ตำรวจนครบาลรับมอบนโยบายจาก ศอฉ.ให้ทำงานร่วมกับทหาร และเจ้าหน้าที่ กทม. เข้าตรวจชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงการชุมนุม ทั้งในย่านคลองเตย บ่อนไก่ ประตูน้ำ ดินแดง ราชประสงค์ ตรวจสอบกรณีผู้ก่อความวุ่นวายหลบซ่อนตัวอยู่ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ต่อไป ส่วนแนวทางการทำงานของตำรวจหลังรับมอบพื้นที่ หลังจากเข้าสู่ภาวะปกติก็ต้องติดตามจับกุมผู้มีหมายจับ และออกหมายจับเพิ่มเติมกรณีการวางเพลิง บุกอาคารต่างๆ ซึ่งหลายแห่งมีภายวิดีโอ ภาพนิ่ง ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับติดตามจับกุมต่อเนื่อง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วระดับ บก.น. สน. เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว ประสานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการดูแลสถานที่ต่างๆ พร้อมปฏิบัติการแยกแยะระหว่างผู้กระทำผิดกฎหมายกับสุจริตชน และประสานเร่งทำความเข้าใจชุมชนต่างๆ ให้เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงร่วมกันดูแลบ้านเมืองต่อไป