ข่าว

"กอร์ปศักดิ์"เล็งเปิดลงทะเบียนเหยื่อเผากรุง

"กอร์ปศักดิ์"เล็งเปิดลงทะเบียนเหยื่อเผากรุง

21 พ.ค. 2553

"กอร์ปศักดิ์"เล็งเปิดทำเนียบลงทะเบียนเหยื่อเผากรุง ยันช่วยเหลือทุกคน ขวางกระทรวงที่คิดโร้ดโชว์ตปท.ทั้งที่ประเทศยังบอบช้ำ แนะรบ.แก้ปัญหาการเมืองจริงจัง ชี้แผนปรองดองเดินหน้าเหมือนเดิมเหลือแค่นายกฯกำหนดวันเลือกตั้ง มั่นใจมีคนไม่อยากให้นายกฯลาออก

(21พ.ค.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ทางFM97.0 เมกะเฮิร์ซ ถึงการเยียวยาความสูญเสียที่เกิดจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายเผาตึกอาคารร้านค้าหลายจุดในกทม.และต่างจังหวัดว่า วันอังคารนี้คณะทำงานการเยียวยาฯที่ครม.มีการแต่งตั้งจะมีการนำเสนอมาตรการต่อที่ประชุมครม.เนื่องจากที่เกิดเหตุมีมากกว่าที่ครม.เคยมอบหมายไว้มาก อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นด้วยที่จะมีกระทรวงไหนเสนอที่จะโรดโชว์ต่างประเทศในขณะนี้เพราะสภาพของประเทศบอบช้ำมากดังนั้นจะเอาของที่บุบสลายไปโชว์นั้นคงไม่ได้ ทั้งนี้ถ้าเราซ่อมของที่บุบสลายให้หายดี100%ถึงไม่ต้องโชว์เขาก็เข้ามาเองเพราะเขารักประเทศไทยอยู่แล้ว

 “ส่วนการเยียวยานั้นผมจะไม่ให้เขารอมากโดยจะรีบให้เข้ามาลงทะเบียนและเซทระบบแต่กำลังดูอยู่ว่าจะให้ตรงไหนเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ขณะนี้งานอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพราะยังมีชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่ได้มีกลุ่มหรือเครือข่าย ทั้งนี้เบื้องต้นจะใช้ทำเนียบรัฐบาลจุดรับเรื่องสำหรับทุกคน”นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่ากลุ่มที่เคยลงทะเบียนรอบแรกสามารถลงทะเบียนซ้ำได้หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เป็นคนละความเสียหายที่แตกต่างกัน เดิมทีส่วนของเซ็นทรัลเวิลด์จะพูดถึงเพียงเรื่องของเงินเดือนพนักงานเพียง 1 เดือน เวลานี้ก็หมดไปเลย ดังนั้นก็ต้องมานั่งคุยกันว่าเขาจะเลย์ออฟคนหรือจะดำเนินการอย่างไรเพราะเดิมเขาเก็บคนของเขาไว้ ส่วนโรงแรมก็ชดเชยให้ 1 เดือนเช่นกันซึ่งอีก 1-2 วันก็คงเปิดบริการได้ที่คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เฉพาะเซ็นทรัลเวิลด์และจุดใหญ่ ๆ หนักหน่อยจะต้องคุยว่าเป็นอย่างไร

 “เคยมีคนบอกว่าการเมืองก็เรื่องหนึ่ง เศรษฐกิจก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าการเมืองไม่เรียบร้อยเราก็วนไปที่เก่า เพราะวันที่เราเข้ามาเราก็มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจจากข้างนอกเราก็ทำกันจนกระทั่งเกือบจะได้ก็เจอเหตุการณ์เดือนเม.ย.ก็มานับหนึ่งกันใหม่ ก็ทำมาจนเกือบจะได้ก็กลับมานับหนึ่งกันใหม่อีก เพระฉะนั้นตราบใดที่เราจะทุ่มเทเงินงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าเราไม่สนใจทางการเมืองเราก็จะมีรอบที่สามรอบที่สี่ได้ แล้วก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นรัฐบาลพึงให้ความสำคัญเรื่องทางการเมืองให้มากขึ้นกว่าเดิมคือลุยเต็มที่"

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเปิดเผยถึงแนวทางเยียวยาทางการเมืองต้องทำอย่างไร นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็นเลขาธิการนายกฯไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แต่การปรองดองเท่าที่ตนฟังจากนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็เดินโดยปกติอยู่แล้วทุกข้อ มีเพียงอันเดียวคือเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งที่ไม่ได้กำหนดตามคำเรียกร้องของผู้ชุมนุมทั้งหมด แต่เรากำหนดโดยใช้หลักว่าเศรษฐกิจดี บ้านเมืองสงบ รัฐบาลและสภาทำงานได้ ถ้าบรรยากาศเป็นอย่างนี้นายกฯก็บอกว่าเมื่อทำงบประมาณเสร็จก็จะยุบสภา นี่คือหลักเกณฑ์เก่า แต่ถ้าสงบได้ไม่ถึงสี่เดือนเราก็เลือกตั้งไม่ได้

 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการกับกลุ่มคนก่อการร้ายและหมิ่นสถาบันฯต้องดำเดินการทั้งหมด แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าคนที่สวมเสื้อแดงทั้งหมดจะเป็นแบบนั้น ฉะนั้นถ้าเราอยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ก็ต้องให้อภัยกับคนหลงผิด ทั้งนี้ตั้งแต่ตนเด็กจนโตเห็นการต่อสู้แล้วมุดเข้าไปใต้ดินหรือเข้าป่าและทุกครั้งท้ายที่สุดตนก็เห็นการนิรโทษกรรมกันทุกครั้ง ทำไมเราต้องรอถึงวันนั้นด้วย

 “ผมย้ำว่าเราจะไม่ได้นิรโทษกรรมใครเลยผมกำลังจะบอกแต่เพียงว่าคนที่เขาหลงผิดอย่าผลักเขาไปเลย มีคนถามผมว่าแล้วถ้าเขาหลงผิดอีกผมก็บอกว่ามันเป็นธรรมชาติในเรื่องของความคิดของเขามันไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เวลา”นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าอีก1-2 วันเหตุการณ์จะนิ่งขึ้นหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า อย่าประมาทเพราะถ้าทำได้ขนาดนี้ก็แสดงว่าเขาทำได้มากกว่านี้

 เมื่อถามว่าคืนนี้จะมีเครือข่ายของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดงประมาณ 2 พันคนจะเข้ากทม.เพื่อเอาคืนให้เสธแดง นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าพูดอย่างนี้จะเป็นช่วยกระพือข่าวลือให้หรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าแม้รัฐบาลไม่ทราบรัฐบาลก็ต้องเฝ้าระวังเราถึงประกาศเคอร์ฟิวเพิ่มสามวัน ถ้าหากเรียบร้อยก็เข้าสู่ภาวะปกติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลไหนที่มีความสูญเสียชีวิตของผู้คนโดยที่ไมได้ดูว่าใครผิดใครถูกผู้นำทางการเมืองต้องแสดงออกอะไรบางอย่างเช่นลาออกหรือยุบสภาหรือทำอะไรสักอย่าง นายกอร์ปศักดิ์ ปฏิเสธที่จะออกความเห็น

 ต่อข้อถามที่ว่ายังมีกระแสอยากให้นายกฯลาออก นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการเมืองก็จะเป็นแบบนี้ แล้วก็ยังมีกระแสให้ท่านอยู่ตลอดด้วยเช่นกัน เพราะมันมีทั้งสองด้าน เพราะในระบอบประชาธิปไตยมีการใช้ระบบการลงคะแนนเขาไม่ลุกขึ้นมากล่าวกันไปมา