
จับตาแดงเหนือมุดใต้ดินล้างสมองรากหญ้ารอปะทุรอบ2
พลันที่การชุมนุมของคนเสื้อแเดงที่ราชประสงค์ยุติลงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทว่า สถานการณ์ก็ยังบานปลาย แปรสภาพเป็นกองโจรรบนอกแบบ เผาบ้านเผาเมืองเกือบราบคาบ
น่าจับตาว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ บ้านเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมืองหลวงของคนเสื้อแดง สาขาภาคเหนือ กลับยิ่งน่าห่วงไม่น้อยไปกว่าหลายจังหวัดในภาคอีสาน
เห็นได้ว่า ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้กลายพันธุ์มาเป็นกองโจร ตระเวนก่อเหตุตามสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งจวนผู้ว่าฯ ธนาคาร ศาล รวมทั้งเผายางนับสิบจุด
แหล่งข่าวระดับเสนาธิการทหารในภาคเหนือวิเคราะห์ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จ.เชียงใหม่ เกิดขึ้นเพราะความเคียดแค้นที่มีต่อรัฐบาลในการใช้อำนาจกดดันจน นปช.ต้องพ่ายแพ้ แต่ความเคลื่อนไหวโดยไม่มีแกนนำในระดับพื้นที่หลงเหลืออยู่จากการหนีหมายจับ ประกอบกับ "ยาแรง" ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว ทำให้เชื่อว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะเริ่มลดระดับจนเข้าสู่ภาวะปกติภายในไม่ช้านี้
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ แม้จะไม่มีแกนนำหลักคอยสั่งการ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า น่าจะมีการตระเตรียมวางแผนมาล่วงหน้า เพราะมีรูปแบบจากการชุมนุมเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นแก๊งรถจักรยานยนต์กลุ่มละ 30-50 คัน แยกย้ายออกไปก่อเหตุตามสถานที่หลายแห่งในเวลาไล่เลี่ยกัน จนทำให้เจ้าหน้าที่ตามไม่ทัน ส่วนที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ นปช. กลับไม่ปรากฏเงาของคนเสื้อแดงแม้แต่คนเดียว เหมือนกับจะรู้ทันว่ามีทหารพร้อมอาวุธครบมือรอต้อนรับอยู่ภายใน
ณ นาทีนี้ แม้คนเสื้อแดงจะถอดเสื้อแยกย้ายกลับบ้านบางส่วนแล้ว แต่เชื่อว่า "สงคราม" ยังไม่จบเพียงเท่านี้
น่าสนใจว่า แกนนำหลายคน ทั้งระดับส่วนกลางและระดับภูมิภาค ต่างเคยเข้าป่าในยุคคอมมิวนิสต์ คนเหล่านี้มีประสบการณ์สงครามมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ "เกมจิตวิทยา" ปลูกฝังความเกลียดชังรัฐแก่ประชาชนระดับรากหญ้า
หลังจากนี้รัฐบาลจะต้องลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การรวมกำลังของประชาชนกลุ่มนี้เป็นคำรบสอง ทั้งการปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่มีสองมาตรฐาน โดยเฉพาะในคดีความของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ นปช. หากรัฐบาลจริงใจทำเรื่องนี้ เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
แต่หากเงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข สงครามมวลชนจะถูกนำมาใช้ใต้ดิน โดยเฉพาะหลายจังหวัดในภาคเหนือ ที่มีการเตรียมแผนการทำงานใต้ดิน ด้วยการปลูกฝังผ่านแกนนำในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อรอเวลาปะทุ
ถึงครานั้นแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะใช้กำลังเข้าปราบปรามหนักเพียงไร ก็ไม่มีวันชนะอย่างชอบธรรม



