ข่าว

 'จลาจลจิ๋ว' กองกำลัง..ป่วนเมือง

'จลาจลจิ๋ว' กองกำลัง..ป่วนเมือง

21 พ.ค. 2553

หลังจากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาอาสาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดง และเข้าพบแกนนำแล้วได้รับคำตอบว่า พร้อมจะเจรจาอย่างไม่มีเงื่อนไขกับรัฐบาล คำตอบของแกนนำถูกถ่ายทอดต่อไปยังการ์ดและผู้นำกลุ่มจลาจลภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้เสียงประทัดและระเบ

ทว่าความเงียบกลับเป็นเพียง "สันติภาพเสี้ยววินาที" เพราะช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เสียงระเบิดปะทะจากทั้ง 2 ฝ่ายก็ดังปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ชุมชนบ่อนไก่ ถนนพระรามสี่ ใกล้กับเวทีเสื้อแดงคลองเตย !?!

 นับตั้งแต่มีรายงานว่าผู้ที่ขึ้นไปจุดไฟเผาตึกร้างย่านดินแดงเป็นเพียงเด็กอายุเพียง 12 ขวบ ชาวบ้านในชุมชนบ่อนไก่ก็เริ่มให้ความสนใจกับเด็กๆ ที่มารวมตัวกันตามมุมถนน

 คิวมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณบ่อนไก่รายหนึ่งยืนยันว่า คำสั่งให้หยุดปะทะหรือเรื่องเจรจาแทบจะไม่มีผลหยุดยั้งการจลาจลที่ชุมนุมบ่อนไก่ เพราะตอนนี้ชาวบ้านรู้สึกว่าถูกรังแกฝ่ายเดียว ที่สำคัญคือมีกลุ่มวัยรุ่นออกมาร่วมด้วยจำนวนมาก ซึ่งช่วงแรกเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้สนใจเรื่องราวการชุมนุมมากนัก นิยมสุมหัวกันเป็นกลุ่มๆ ในตรอกซอกซอยกินเที่ยวเล่นไปวันๆ เท่านั้น

 แต่วันนี้เด็กวัยรุ่นเกือบทั้งหมดมารวมตัวกับพวกฮาร์ดคอร์หรือกลุ่มเสื้อแดงหัวรุนแรง เพื่อตอบโต้ที่เพื่อนของพวกเขาหลายคนถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะเมื่อหลายวันก่อน

 "ตั้งแต่เมื่อ 3-4 วันที่แล้วหลังรัฐบาลสั่งให้ทหารใช้กระสุนปืนจริงยิงที่บ่อนไก่ คนที่ถูกยิงตายและบาดเจ็บมีทั้งที่เป็นเสื้อแดงและชาวบ้านทั่วไป ที่สำคัญคือมีกลุ่มวัยรุ่นตายไปแล้วประมาณ 10 กว่าคน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เท่านั้นแหละพวกเพื่อนๆ เขาก็มาร่วมด้วย ทั้งโยนประทัด ทำระเบิดขวด ไม่รู้ไปขนมาจากไหนกันเยอะแยะ ปกติชาวบ้านก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้อยู่แล้ว" หนุ่มมอเตอร์ไซค์เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 เด็กชายวัยละอ่อนกลุ่มหนึ่งเปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่าตอนนี้วัยรุ่นที่ไปร่วมเหตุการณ์ชุลมุนตามจุดต่างๆ มี 2 แบบ คือ พวกที่ไม่มีอะไรทำ ติดยา หรือว่างงานก็ไปก่อกวนสนุกสนานไปวันๆ บางคนก็ได้ค่าจ้างมาซื้อยาบ้าเสพ พวกนี้จะฉวยโอกาสขโมยของหรือตะลุมบอนให้ข้าวของเสียหาย แต่ก็มีอีกกลุ่มที่อยากเป็นฮีโร่ เพราะตั้งแต่วันที่เกิดการปะทะที่แยกศาลาแดงเมื่อหลายวันก่อน มีชาวบ้านและเด็กวัยรุ่นโดนลูกหลงหลายคน เลยคิดจะแก้แค้นแทนเพื่อน

 "โชค" (นามสมมติ) วัยรุ่นชายวัย 17 ปี ควักกระเป๋านำปลอกกระสุน 2 ปลอกขึ้นมาโชว์เป็นหลักฐาน แล้วเล่าว่า เขาเก็บได้ในที่ทหารกับกลุ่มเสื้อแดงปะทะกันที่แยกศาลาแดง แล้วเพื่อนๆ ถูกยิง ทำให้รู้ว่ามีการใช้กระสุนจริงยิงกันไม่ยั้ง

 โชคยืนยันว่าคืนนั้นเขาเห็นกับตาว่าทหารยิงแบบหมดแม็ก ยิงทีเป็นชุดครั้งละประมาณ 30 นัด พอหมดแม็กก็เปลี่ยนแล้วยิงออกมาอีกเป็นชุดๆ ทั้งที่ประชาชนไม่ได้เป็นเสื้อแดง แค่มายืนมุงดูว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น

 "ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร แต่พวกผมก็ไปร่วมกับเสื้อแดงแล้ว พวกการ์ดสั่งให้ทำอะไรก็ช่วยๆ กันทำ แต่วัยรุ่นที่บ่อนไก่ไม่ค่อยรุนแรงเท่าพวกแฟลตดินแดง ถามว่าอยากให้รัฐบาลทำอะไรให้ ผมว่าขอให้ยุบสภาแล้วกัน" โชคตอบ

 ขณะที่ "ไอ้หัวทอง" เด็กหนุ่มวัย 14-15 ปี รู้สึกสนุกสนานกับการวิ่งเข้าไปด้านหลังของแนวยางรถยนต์ใกล้กับปั๊มน้ำมัน ปตท.บ่อนไก่ ซึ่งเป็นจุดปะทะระหว่างเสื้อแดงกับทหารอย่างหนัก จนได้รับการขนานนามว่า "คิลลิ่งโซน" หรือแดนสังหาร โดยไอ้หัวทองจะควักไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงขาสั้น ช่วยจุดประทัดให้รุ่นพี่โยนใส่ทหาร แม้การ์ดเสื้อแดงจะตะโกนห้าม หรือสั่งให้ออกมาจากบริเวณคิลลิ่งโซน แต่ไอ้หัวทองก็ไม่ได้สนใจฟัง เมื่อมีโอกาสก็วิ่งกลับเข้าไปใหม่

 ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า ไอ้หัวทองอาศัยอยู่กับพ่อแม่ในแฟลตบ่อนไก่ ตอนนี้พ่อแม่ไปร่วมกับเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ไอ้หัวทองก็เลยมามั่วสุมอยู่กับการ์ดเสื้อแดงทั้งวันทั้งคืน เพราะที่บ้านถูกตัดน้ำตัดไฟ เพื่อนบ้านก็ย้ายกระจัดกระจายไปอยู่ที่อื่นกันหมด พวกการ์ดเสื้อแดงก็พยายามห้ามไม่ให้ไอ้หัวทองเข้าไปยุ่งกับกลุ่มที่โยนประทัด เผายาง กับระเบิดขวด

 "ห้ามแล้วไม่ให้เอาเด็กหรือผู้หญิงออกมา เพราะแถวนี้มีนักข่าวมาถ่ายรูปกันเยอะ เดี๋ยวรัฐบาลจะหาว่าเราเอาเด็กมาเป็นกันชน" การ์ดเสื้อแดงกล่าวพร้อมหันไปต่อว่าไอ้หัวทองที่กำลังนั่งยิ้ม

 เด็กหนุ่มหน้าตาละอ่อนที่ย้อมผมเป็นสีทองทั้งหัวดูเหมือนจะยังไม่รู้ว่า การไปยืนกลางถนนแล้วโยนปะทัดใส่ทหารที่จุดคิลลิ่งโซนนั้นอันตรายแค่ไหน...วินาทีนี้ไม่มีใครสามารถกล่าวตักเตือนใครได้ ชาวบ้านทำได้เพียงสวดภาวนาให้เด็กเหล่านี้รอดพ้นจากวิถีกระสุนที่พุ่งตรงมา โดยเฉพาะในตอนค่ำที่ไม่เห็นว่าใครเป็นใคร

 อีกฝั่งหนึ่งของเมืองบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงจุดปะทะอย่างหนักหน่วงไม่แพ้บ่อนไก่ เด็กวัยรุ่นตัวผอมกระหร่องหัวกระเซิงหน้าตามึนซึมเหมือนไม่รับรู้อะไรสาละวนอยู่กับการจุดไฟใส่จรวดพื้นบ้านใส่ทหาร หรือแม้แต่เด็กชายเปลือยอกสูดดมสารระเหยหลังแนวบังเกอร์ยาง เห็นแล้วน่าสลดใจแทน เพราะพวกเขาเยาว์วัยเกินกว่าจะมาร่วมรับรู้ความรุนแรงเหล่านี้ที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดให้