ข่าว

สศค.ประเมินม็อบแดงฉุดจีดีพี2%รับเสียหายรุนแรงแต่จบเร็ว-เร่งฟื้นเชื่อมั่นต่างชาติ

สศค.ประเมินม็อบแดงฉุดจีดีพี2%รับเสียหายรุนแรงแต่จบเร็ว-เร่งฟื้นเชื่อมั่นต่างชาติ

20 พ.ค. 2553

สศค.ชี้ผลกระทบม็อบแดงรุนแรงแต่จบเร็ว คาดฉุดจีดีพีประมาณ 2% หวังเหตุการณ์ไม่ยืดเยื้อ เร่งทำความเข้าใจต่างชาติดึงความเชื่อมั่น ดันเศรษฐกิจฟื้นตัว จี้รัฐต้องเร่งเยียวยาผู้รับผลกระทบให้ครอบคลุม

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น การเผาอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทั้งเมือง หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประมาณ 2-5% เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงมากแต่จบได้เร็ว ดังนั้น เมื่อเหตุการณ์ไม่ยืดเยื้อ จะทำให้ประเทศไทยกลับมาทำการค้าขาย การลงทุนกับนักลงทุนต่างชาติได้เสียที

 อย่างไรก็ตาม ทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องเร่งช่วยกันทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่างชาติให้ได้รับข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติได้แล้ว การค้าและการลงทุนกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ มีผลทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ ซึ่งสิ่งสำคัญคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ได้เจาะจงเฉพาะในพื้นที่แยกราชประสงค์เท่านั้น

 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้คาดการณ์ผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยระบุว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อกระทบไปยังส่วนต่างๆ เป็นเวลา 3 เดือน จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ 2% และหากยืดเยื้อนานเป็นเวลา 6 เดือน จะกระทบต่อเศรษฐกิจ 3% ขณะที่หากมีการปิดสนามบิน ปิดท่าเรือกระทบต่อเศรษฐกิจ 8% แม้ยังไม่ประเมินได้ชัดเจนนักต่อการกระทบทางเศรษฐกิจทั้งหมด

 ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ ในการเดินทางมายังประเทศไทย ส่วนการที่ประเทศต่างๆ ประกาศเตือนห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มนั้น จะทำให้จำนวนนักท่องที่ยวในปีนี้ ไม่มีการขยายตัว หรืออาจจะลดลง 10% หรือมีตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 12.7-14.1 ล้านคนเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 2 และ 3 ลดลง 20% ทำให้มีรายได้ทั้งปีลดลงจาก 6 แสนล้านบาท เหลือ 4.8 แสนล้านบาท หรือสูญเสียโอกาสไปกว่า 1.2 แสนล้านบาท มากกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของไทยในปีที่ผ่านมา ที่มีการปิดสนามบินและล้มการประชุมอาเซียน ที่พัทยา ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้ไป 1 แสนล้านบาท