
เพชรบุรี เมืองหวาน น้ำตาลโตนด
น้ำตาลโตนด เมืองเพชรบุรี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อรู้จักกันเป็นอย่างดี ยิ่งในเวลาที่เดินทางขึ้นล่องไปมาตามถนนเพชรเกษมผ่านเขตจังหวัดนี้ ต้นตาลที่เรียงรายอยู่สองข้างทางล้วนเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเพชรบุรีเป็นเมืองตาลขนานแท้ อาชีพทำน้ำตาลโตนดจึงนับเป็นอาชีพที่
จากข้อมูลเมื่อปี 2468 ใน “สมุดราชบุรี” ที่จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสเปิดสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ในปีนั้น กล่าวว่า น้ำตาลโตนดที่ทำกันมากในเพชรบุรี มีอยู่ 3 อำเภอ คือ อ.คลองกระแชง อ.ท่าช้าง อ.หนองจอก (ปัจจุบัน อ.คลองกระแชง ได้ย้ายอำเภอไปเป็นอำเภอเมืองเพชรบุรี แต่ยังคงมีชื่อ ต. คลองกระแชงไว้เป็นหลักฐาน และอีก 2 อำเภอโยกย้ายไปขึ้นกับ อ.บ้านลาด อ.ท่ายาง ตามลำดับและลดฐานะลงเป็นตำบล)
ชื่ออำเภอ “คลองกระแชง” คงมีที่มาจาก คลองที่มีต้นกระแชง (ต้นลานหรือต้นจากที่ใช้ใบมุงหลังคา) ขึ้นอยู่มาก หรืออาจหมายถึง คลองที่มีเรือกระแชงแล่นล่องจอดอยู่มาก ซึ่งที่เรียกว่าเรือกระแชงเพราะแต่เดิมใช้ใบกระแชงมาทำเป็นประทุนบังแดดฝน ส่วนชื่ออำเภอ “ท่าช้าง” เนื่องด้วยแต่เดิมบริเวณนี้มักมีช้างป่าและช้างเลี้ยงลงมาชุมนุมที่แหล่งน้ำมากจนเป็นที่เรียกขานของชาวบ้าน และชื่อ “หนองจอก” มีที่มาจากหนองน้ำในบริเวณที่ตั้งบ้านขึ้นนั้นมีจอกแหนขึ้นหนาแน่น
น้ำตาลโตนดนับเป็นสินค้าสำคัญประเภทหนึ่งของชาวบ้านที่ทำกันมานาน ความแตกต่างของน้ำตาลเมืองเพชร คือน้ำตาลฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรี จะมีรสหวานแต่ไม่มัน สีแดงไม่ค่อยขาว น้ำตาลฝั่งตะวันตก มีรสไม่หวานจัดแต่มีรสมัน มีสีขาว สีเขียว เหลือง เป็นที่นิยมกว่า
ประโยชน์ที่หลากหลายของต้นตาล นอกจากทำน้ำตาลแล้ว ยังสามารถผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคได้หลากหลายจากทุกส่วนของต้นไม้ชนิดนี้ ชวนสนับสนุนให้เกิด creative economy จากต้นตาล ช่วยเพิ่มรายได้กระจายอาชีพให้ชาวบ้านและประเทศไปพร้อมๆ กันได้อีกไม่น้อย
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน



