
โจรเผาเมือง
ถึงแม้การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์จะยุติลง เมื่อ "จตุพร พรหมพันธุ์" กับ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ตัดสินใจเข้ามอบตัวในวินาทีสุดท้าย ก่อนทหารจะบุกประชิดเวทีราชประสงค์
แต่ความวุ่นวายกลับไม่จบลง ตรงกันข้ามกลับทวีความยุ่งเหยิงจนเกินจะควบคุม
บทเรียนหนึ่งที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐต้องตระหนัก คือ มาตรการป้องกันการเผาบ้านเผาเมือง ที่แดงฮาร์ดคอร์และแนวร่วมกลุ่มก่อการร้ายนำมาใช้ในครั้งนี้
หากมีการชุมนุมครั้งต่อไปอาจจะต้องควบคุมการนำยางรถยนต์เก่าเข้าพื้นที่ชุมนุมอย่างรัดกุม
ปฏิบัติการของแดงฮาร์ดคอร์แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ชัดแจ้งว่า ต้องการจะสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง
เป้าหมายโจมตีมีตั้งแต่สถานที่ราชการ ธนาคาร ภาคเอกชน รวมไปถึงตึกรามบ้านช่องประชาชน
ยุทธวิธีนี้ขยายวงไปสู่แดงต่างจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ปทุมธานี ขอนแก่น โคราช ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อุดรธานี ฯลฯ
ทุกคนกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างใกล้ตัว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ ความสูญเสีย และความเป็นเอกราชของชาติไทย
เหมือนกับทุกคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน ไม่ใช่คนไทย เป็นคนนอกที่มุ่งทำลายล้างประเทศที่ไม่ใช่แผ่นดินเกิด ที่ปู่ย่าตาทวดบรรพบุรุษหวงแหนและรักษาไว้ด้วยชีวิตเลือดเนื้อ
เห็นแล้วก็เศร้าใจนึกย้อนไปถึงสมัยเสียกรุงศรีอยุธยา 2 ครั้ง 2 ครา บ้านเมืองถูกเผาพินาศวอดวาย
นั่นไม่กระไรเพราะเป็นสงคราม คนเผาก็เป็นข้าต่างด้าว ท้าวต่างแดน ไม่ใช่คนไทยด้วยกันเหมือนอย่างเช่นตอนนี้
เงินแค่ไม่กี่บาทจะเทียบได้กับความเป็นชาติหรือ
ประชาธิปไตยต้องแลกมาด้วยเลือดและซากปรักหักพังเท่านั้นหรือ
ความภักดีต่อใครคนหนึ่งยิ่งใหญ่กว่าดวงใจภักดิ์ต่อชาติบ้านเมืองกระนั้นหรือ
นั่นคือบทเรียนอันทรงคุณค่า เชื่อว่าพ้นวันนี้ไปแล้วการเมืองไทยยังจะล้มลุกคลุกคลานต่อไปอีกยาวไกล
อยากฝากให้ทุกคนตั้งคำถามแล้วตอบตัวเองให้ได้ ระหว่างตัวเองกับชาติอันไหนสำคัญกว่ากัน
คนเราตายได้ แต่ชาติต้องอยู่ต่อ ?!!
แต่ชาติจะอยู่ได้ทุกคนต้องเสียสละ สมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันพัฒนาหรืออย่างน้อยก็อย่าได้ทำลายอย่างที่กำลังเป็นอยู่
ถ้าใครทำไม่ได้แล้วยังบอกว่า 'รักชาติ' ถือเป็นคนเนรคุณ เป็นโจรที่ต้องการเห็นบ้านเมืองฉิบหาย ไม่สมควรเป็นคนไทย
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



