ข่าว

รวบลูกส.ส.อุดรเผาเมืองแกนนำแดงอุบลขอมวลชนสงบ

รวบลูกส.ส.อุดรเผาเมืองแกนนำแดงอุบลขอมวลชนสงบ

20 พ.ค. 2553

ทหารแจงจับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง 45 รายเข้าคุมขังมีลูกชาย ส.ส.อุดรฯ พรรคเพื่อไทยด้วย หลังก่อเหตุบุกเผาศาลากลาง-เทศบาลนครอุดรธานี จนได้รับความเสียหายบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิตอีก 1 ราย นำตัวแกนนำนปช.อุบลแถลงข่าว ขอให้มวลชนอยู่ในความสงบ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ที่ห้องประชุมกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง ผบ.พล.ร.3 ผอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 , นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี , พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.อ.อรรถสิทธิ์ โชติรัตน์ ผบก.กรมทหารราบที่ 13 , น.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบก.กองบิน 23 ร่วมกันแถลงสถานการณ์ความไม่สงบเหตุกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเผาศาลากลาง จ.อุดรธานี และสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี ได้รับความเสียหาย จนทหารต้องใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 พล.ต.ชาญชัย กล่าวว่า ในการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ได้สนธิกำลังทั้งจากทหารบก ทหารอากาศ ตำรวจภูธร ตำรวจ ตชด.และ อส.เข้าทำการสลายการชุมนุม จนสามารถทำให้ผู้ชุมนุมสลายตัว และสามารถควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ทั้งหมดรวม 50 คน มีโดยแยกนำมากักขังในค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา 45 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คือ นายอภิชาติ ราชีวะ อายุ 36 ปี , นายโจ นามสมมุติ (ประชา พลลวง) อายุ 17 ปี , และนายวิกรานต์ ไชยสาคร อายุ 51 ปี โดยมีผู้เสียชีวิต 1 คนจากการโดยยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ไหล่ซ้ายกระสุนทะลุปอด คือ นายเพลิน วงษ์มา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 4 ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี

 "การสลายการชุมนุมครั้งนี้ เป็นไปตามหลักสากล ที่เริ่มต้นจากการเจรจาแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และจุดไฟเผาศาลากลาง ยึดรถดับเพลิงและเผาทำลาย เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังพยายามกดดันผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ศาลากลาง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงไปเผาสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี ก่อนที่เตรียมจะลงมือเผาที่ว่าการอำเภอและจวนผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงต้องตอบโต้ โดยการยิงปืนขึ้นฟ้า การใช้กระสุนยาง และกระสุนจริงในขั้นสุดท้าย เนื่องจากไม่สามารถควบคุมผู้ชุมนุมได้

 นายอำนาจ ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า สำหรับผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวนั้น ญาติสามารถเข้ามาเยี่ยมได้ แต่ครั้งละไม่เกิน 5 คน เนื่องจากอุดรธานียังอยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหากจะมาเป็นจำนวนมาก จะต้องแจ้งให้แจ้งให้ทราบก่อน ส่วนการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ต้องขอให้มีการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะทางเคเบิลทีวีและวิทยุกระแสหลัก จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนห้ามออกจากบ้านในเวลา 21.00 น.ถึงเวลา 05.00 น.จนถึงวันที่ เช้าของวันที่ 23 พฤษภาคม เนื่องจากเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ ศอฉ.ประกาศ

 ต่อมานายอำนาจ ได้ไปเยี่ยมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้ บริเวณหมวดเสนารักษ์ กองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี โดยผู้ชายจะถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงอาหาร ส่วนผู้หญิงจะอยู่ที่ห้องตรวจโรค ซึ่งผู้หญิงที่ถูกควบคุมตัวต่างมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 โดยนายอำนาจ ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่และอาหารการกิน การเจ็บป่วย โดยเฉพาะในเรื่องจะมีการดำเนินคดี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของ ศอฉ.ซึ่งจะมีการส่งพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด เพื่อจีการแจ้งความดำเนินคดี

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในผู้ถูกควบคุมตัวนั้นมี นายปรมินทร์ พิมานเมฆินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.อุดรธานี บุตรชาย พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศจะเป็น เสธ.ดำ แทนเสธ.แดง ที่เสียชีวิต รวมอยู่ด้วย

ทหารนำตัวแกนนำแดงอุบลราชธานีในพื้นที่แถลงข่าว

 14.30 น.วันที่ 20 พ.ค.  ที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22  อุบลราชธานี  พล.ต.ชวลิต  ชุนประสาน  ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.อุบลราชธานี  แถลงข่าวการจับกุมตัวนายพิเซษฐ์  ทาบุดดา  แกนนำกลุ่ม นปช.อุบลราชธานี  ที่บ้านพักซอยบูรพาใน  เทศบาลนครอุบลราชธานี  อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี

 พล.ต.ชวลิต กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ พรบ.ฉุกเฉินในจังหวัด   และได้มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อตัวชุมนุมและก่อเหตุเผาศาลากลางจังหวัด ในเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ค.  ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายเป็นจำนวนมาก  กองกำลังรักษาความสงบกองทัพภาคที่ 2และกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดอุบลราชธานี  ได้ร่วมกันนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการทางกฏหมาย  ได้แก่นายพิเชษฐ์  ทาบุดดา หรือ ดีเจต้อย  จึงขอให้ทางประชาชนที่ให้การสนับสนุนนายพิเชษฐ์  ได้รับทราบว่าไม่ได้ถูกควบคุมหรือกระทำการใดๆ  ที่เกินกว่าเหตุแต่อย่างใด

 ด้านนายพิเชษฐ์ กล่าว ในการแถลงข่าวว่า อยากจะขอให้มวลชนอยู่ในความสงบ   อย่าสร้างความวุ่นวาย

 นายชวน  ศิรินันท์พร  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายสุรพล  สายพันธ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนที่ทำงานอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีได้หาพื้นที่เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานได้ตามปกติ ซึ่งได้เลือกสถานที่เอาไว้ 2 ที่คือที่ศูนย์พัฒนาชุมชนเขตที่ 3  และที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุบลราชธานี