
โลกประณามแดงเผาเมืองสหรัฐวอนฝ่ายค้านช่วยห้าม
วอชิงตัน-โลกไม่ประณามรัฐบาลไทยแต่พร้อมใจประณามกลุ่มเสื้อแดงที่ก่อยุทธการเผาเมือง สหรัฐวอนแกนนำ รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายค้านช่วยเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนหยุดป่วนเมือง
นายมาร์ติน เนซีร์กี โฆษกของนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้แสดงความวิตกอย่างลึกซึ้งเมื่อวันพฤหัสบดี (20 พ.ค.) ต่อสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศไทย รวมไปถึงการวางเพลิงและการปล้นสะดม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน นอกจากนี้ นายบันยังได้เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ประท้วง ใช้ทุกมาตรการเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตมากไปกว่านี้ รวมไปถึงการหาทางแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
ด้านสหภาพยุโรป (อียู) ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาปรองดองกัน และแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ โปเลนกี ผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี พร้อมกับระบุว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงเวลาที่การประนีประนอมไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแนวทางที่ต้องนำมาปฏิบัติใช้
ขณะที่นายเจอร์ซี่ บูเซ็ค ประธานรัฐสภาอียูแสดงความหวังว่าการเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้ประท้วงจะยุติลงได้ในที่สุด พร้อมกับแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมทั้งนายฟาบิโอ โปเลนกี ด้วย
นายบูเซ็คกล่าวด้วยว่า รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวชาวอิตาลี ซึ่งเรื่องนี้ได้เป็นสิ่งเตือนใจถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวแทนของวงการสื่อทั่วโลก
ส่วนนางแคทเธอรีน แอชตัน ประธานฝ่ายกิจการต่างประเทศของอียู ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้เหตุผลและอดกลั้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย รัฐบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ก็มีหน้าที่ต้องให้ความเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอย่างไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประท้วงเองก็ต้องอดกลั้นไม่ออกไปก่อความรุนแรงด้วย
ขณะเดียวกัน นายกอร์ดอน ดูกิด โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้ประณามการวางเพลิงกรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ประท้วงในไทย พร้อมเรียกร้องให้แกนนำช่วยหยุดยั้ง กลุ่มผู้ประท้วงให้ยุติการก่อเหตุ โดยในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐมีความวิตกอย่างยิ่งต่อการที่คนเสื้อแดงได้ก่อเหตุวางเพลิง และมุ่งเป้าทำลายสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า และสื่อมวลชน รวมทั้งโจมตีนักข่าวเป็นรายตัว
"เราขอประณามพฤติกรรมเยี่ยงนี้ และเรียกร้องให้แกนนำ รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายค้านช่วยเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนหยุดการกระทำเช่นนี้" นายดูกิดกล่าว
อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้ชมเชยการกระทำของแกนนำส่วนหนึ่งที่เข้ามอบตัว และสนับสนุนให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านอย่างสันติ
นายดูกิดแถลงด้วยว่า สถานทูตสหรัฐจะยังคงปิดต่อไป หลังปิดมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม รวมทั้งเรียกร้องให้พลเมืองอเมริกันคอยติดตามเว็บเพจของสถานทูตเพื่อทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากเมื่อวันเสาร์ สถานทูตสหรัฐได้เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทยโดยไม่จำเป็น และเริ่มอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่มีความจำเป็น กับครอบครัวเนื่องจากความไม่สงบในประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายเคิร์ต แคมพ์เบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายเอเชียตะวันออกของสหรัฐแถลงว่า กำลังพบปะกับเจ้าหน้าที่ไทย และพูดคุยกับนักการทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมครั้งนี้
กลุ่มฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ซึ่งรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน และมีฐานอยู่ที่นิวยอร์ก ได้แถลงตำหนิทั้งฝ่ายทหารและกลุ่มคนเสื้อแดงว่าต่างก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ระหว่างการปราบปรามการประท้วงตามท้องถนนในกรุงเทพฯ
นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของกลุ่มนี้ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อการกระทำของทั้งสองฝ่าย การที่สถานการณ์ในกรุงเทพฯ อยู่นอกเหนือการควบคุมก็เพราะการดำเนินการที่ผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย ทางกลุ่มจึงขอให้ทั้งสองฝ่ายให้ความเคารพและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉิน ส่วนฝ่ายนักรบที่สู้รบ ก็ให้หยุดใช้อาวุธอันตรายผิดกฎหมาย และรับประกันเรื่องเส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัยสำหรับคนที่พยายามหลบหนีออกจากความรุนแรง และกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาล ก็ควรหยุดเล็งเป้าไปที่ผู้สื่อข่าวโดยทันที
ในช่วงก่อนเกิดความรุนแรง กลุ่มนี้ได้วิจารณ์รัฐบาลที่ปิดกั้นสื่อมวลชนและไม่ยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ถูกจับ ขณะที่ญาติของผู้ที่ถูกจับก็ยังไม่สามารถติดต่อกับคนเหล่านี้ได้ ขณะเดียวกันก็ตำหนิกลุ่มเสื้อแดงที่ใช้เด็กเป็นโล่มนุษย์ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวทราม



