ข่าว

กอร์ปศักดิ์ขอ2-3วันสรุปความเสียหายชงแผนเยียวยา

กอร์ปศักดิ์ขอ2-3วันสรุปความเสียหายชงแผนเยียวยา

20 พ.ค. 2553

"กอร์ปศักดิ์" ขอ 2-3วัน สรุปความเสียหาย เตรียมชงแผนเยียวยาเข้าครม.อังคารหน้า เชื่อบริษัทใหญ่มีประกันภัย ยันใช้เงินภาษีมาจ่ายไม่ใช่เอาเงินแม้วที่ยึดทรัพย์ไว้ แต่ยังประเมินตัวเลขไม่ได้ ชี้ ตึกพังซ่อมได้แต่คนตายเอาคืนไม่ได้ เชื่อเคอร์ฟิวอีก 3 วันเคลียร์เรีย

 เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 20 พ.ค.นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ถึงการเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์วานนี้ว่า เมื่อช่วงเช้ามีการประชุมกับนายกสมาคมบริษัทประกันภัย และคณะกรรมการกำกับธุรกิจประกันภัย ทั้งนี้ขอเวลาอีกประมาณ 2-3 วัน ที่จะเรียกประชุมคณะกรรมการเยียวยา เพราะเดิมมีการกำหนดพื้นที่ไว้ที่ราชประสงค์ ผ่านฟ้า และเขตสุขุมวิทซอย 31 บ้านนายกรัฐมนตรีที่ได้รับผลกระทบ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว จึงยังไม่สามารถดูแลทั้งหมดได้ คงต้องเอาเรื่องเข้าการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 25 พ.ค. เพื่อที่จะดูแลให้ครอบคลุมหมด โดยต้องทำให้ได้ โดย1.ต้องดูเรื่องการตกงาน ที่เดิมมีประมาณเพียง 700-800 คน แต่ตอนนี้เชื่อว่าจะคนตกงานมากขึ้น เพราะมีบางธุรกิจต้องปิดกิจการไปเลย โดยจะต้องดูแลตัวเลขทั้งหมด เพื่อหามาตรการช่วยเหลือต่อไป

 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการประกันภัยนั้นโดยทั่วไป บริษัทใหญ่ๆ ขณะนี้จะมีการประกันภัยที่ครอบคลุมครบหมด แม้กระทั่งเรื่องการจลาจล เพราะเคยมีเหตุการณ์ 911(เครื่องบินชนตึกเวิล์ดเทรด) ดังนั้นบริษัทใหญ่ๆปัญหาน้อย แต่บริษัทเล็กๆต้องมีการช่วยเหลือเพราะส่วนใหญ่ไม่มีประกันคุ้มครอง แต่สิ่งที่เรากำลังทำในตอนนี้ซึ่งได้มีการตั้งโจทย์เอาไว้ว่าน่าครอบคลุมได้หมด แต่ขอเวลา 2-3วัน เพื่อประเมินภาพรวมทั้งหมด เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพราะมีการยิงต่อต้านได้จึงไม่สามารถ ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

 “การเผาบ้านเผาเมืองครั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกกว่าทุกทีที่เผาเสร็จแล้วก็จะเดินหน้าต่อ แต่การเผาครั้งนี้เผาเสร็จแล้วพอรถดับเพลิงเข้าไปกลับถูกซุ่มยิง ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะปกติแล้วเผาเสร็จแล้วก็ไปต่อ ที่เรียกว่า อาฟเตอร์ช็อค แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ แต่น่าจะมีการวางแผนการที่ชัดเจนในการดำเนินการต่างๆ” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าการเยียวยาจะนำเงินที่ยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาดำเนินการเยียวยาหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก เพราะมันคนละเรื่องกัน เพราะแม้ไม่ยึดทรัพย์ก็มีเงิน เพราะว่าความเดือดร้อนของประชาชนก็เป็นเงินของประชาชนที่จ่ายภาษีมาเราก็จ่ายคืนไปเท่านั้นเอง ส่วนจะต้องใช้เงินกี่หมื่นล้านนั้นตนไม่สามารถพูดได้ เพราะเวลานี้แค่เข้าไปตรวจโครงสร้างว่าเสียหายแค่ไหนยังไม่กล้ากันเลย และถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของเซ็นทรัลเวิล์ด

 เมื่อถามว่ารัฐไทยจะอยู่ในภาวะแบบนี้ไปอีกนานเท่าใดและสิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลรู้เรื่องหน้าหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าเขาจะทำ แต่นึกไม่ถึงมากนักว่าจะถึงขนาดนี้ แต่แม้ว่ารัฐบาลรู้แล้วถามว่าทำไมไม่เตรียมตัว คงตอบได้ว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกทม.พื้นที่กว้าง และเจ้าหน้าที่มีไม่มากนัก

 “แต่ส่วนตัวเห็นว่าปัญหาเฉพาะหน้าเห็นว่าความเสียหายที่เป็นอาคารสิ่งของสามารถซ่อมแซมได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ชีวิตของคนที่ต้องรักษาให้เกิดความสูญเสียน้อยให้ที่สุด เราเน้นที่จะรักษาชีวิตคนไว้ก่อน เพราะอาคารสิ่งของใช้เงินซื้อได้” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าที่ห่วงตอนนี้คืออะไร นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าขั้นต่อไปของเขาเป็นอย่างไร แต่ก็หวังว่าคงมีแค่นี้เพราะรัฐบาลไม่แน่ใจจึงประกาศเคอร์ฟิวเพื่อให้ทหารเข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้หมดเพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอาวุธทิ้งไว้ตรงไหนบ้าง อย่างไรก็ตามหวังว่าสัปดาห์หน้าสถานการณ์จะดีขึ้นเพราะวันจันทร์จะต้องเปิดทำงานแล้ว ซึ่งเขามีเวลาดำเนินการภายในช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิวอีก สามวัน แต่ถ้าเสร็จก่อนก็ต้องยกเลิกเคอร์ฟิว แต่ตนคิดว่าภายในสามวันจะเรียบร้อย เมื่อถามว่าตอนนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างไร เครียดหรือไม่ เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า นายกฯไม่เครียดหรืออาจจะเครียดในใจแต่ท่านไม่เคยแสดงออกมาอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เครียดเลยตนคิดว่าคงไม่ใช่

 เมื่อถามว่าที่แกนนำนปช.ระบุว่าไม่สามารถเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณได้หมายถึงเขายอมรับถึงสาเหตุที่เขาเอาม๊อบลงไม่ได้ใช่หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะพูดว่าเขายอมรับ แต่ว่าทุกครั้งที่ตนคุยคนที่เป็นแกนนำก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเข้าสู่กระบวนการปรองดอง แต่ทั้งนี้เขาก็ได้ตามเป้าหมายคือมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ขณะเดียวกันเรื่องของการไปดูเรื่องของการปรองดองในส่วนของคดีทางการเมืองที่ไม่ใช่คดีอาญาที่จะสามารถพูดคุยกันได้และท่านนายกฯก็เดินต่อโดยเอาเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งไปให้กับสถาบันพระปกเกล้าเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นแผนปรองดองก็เดินอยู่ เพราะฉะนั้นเขาก็แฮปปี้ ทุกอย่างเขาได้ เขาชนะ แต่พอถึงเวลาจริงๆก็มีโต้กันอีก อย่างไรก็ตามนายกฯเคยพูดว่าคนต่างประเทศเขาไม่ได้อะไรจากการเจรจาครั้งนี้

 เมื่อถามว่าจริงหรือไม่ที่มีการพูดคุยกับนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า ตนได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่าตนไม่เคยคุยกับคุณยิ่งลักษณ์ เมื่อถามว่าวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของนายกฯ ถ้าหากจากวันนี้มันไม่มีเรื่องอะไรเลย ทุกคนเข้ามาอยู่ในกระบวนการปรองดองมันก็ทำได้

 เมื่อถามว่าภาพที่เกิดขึ้นยังปรองดองกันได้อีกหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เราก็คนไทยด้วยกัน ถ้าหากเราเห็นว่าเขาหลงผิดเราก็พยายามพูด “ผมคิดว่าเราต้องเอื้อมมือออกไปมากกว่าที่จะไปผลักเขา แต่ว่าคนที่จะไปเอื้อมมือต้องไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ต้องไม่ใช่คนที่ไปเผาบ้านเผาเมือง ผู้ก่อการร้ายคนเผาบ้านเผาเมืองไม่ได้มีเป็นแสน เป็นหมื่น อาจจะเป็นพัน แต่ว่าคนที่ชื่นชมคนเสื้อแดงหรือเห็นชอบในแนวทางหรือชอบพรรคเพื่อไทยก็เป็นล้าน เราผลักคนเหล่านี้ออกไปไม่ได้ ผมคิดว่าเราต้องเอื้อมมือไปบอกเขาว่าเข้ามาสู่กระบวนการปรองดอง ถ้าอย่างนี้คนเหล่านี้จะเป็นคนช่วยกดดันด้วยซ้ำให้กับคนที่เขารุนแรงให้เขาหมดพลังไป แต่ถ้าหากว่าทางรัฐบาลคิดว่าเขาเป็นฝ่ายค้านหรือคนอีกหลายล้ายคนเป็นคนละพวกกันแล้วก็ผลักไป เขาก็จะไปรวมกันมันก็ไม่เกิดการปรองดองอย่างแท้จริง”

 เมื่อถามว่าแล้วยังหวังว่าจะทำเรื่องปรองดองได้อยู่อีกหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยยอมแพ้อยู่แล้ว และไม่ทำได้อย่างไร เพราะถ้าไม่ทำประเทศมันก็อยู่ไม่ได้หรอก ดังนั้นแผนปรองดองยังอยู่ และไม่ต้องปรับอะไรเลยจากที่เราเคยวางไว้ 4 เดือนกว่าก็ยังเป็นเป้าหมายเดิม ซึ่งเราเคยประกาศวันเลือกตั้งว่าเป็นวันที่ 14 พ.ย.แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว แต่เราบอกว่าเป็นดุลพินิจของท่านนายกฯ

 “เพียงแต่ความเห็นส่วนตัวของผมคิดว่า จากวันนี้ไปอีกสี่เดือนหรือสามเดือนครึ่งถ้าหากว่าทุกอย่างกลับเข้าไปสู่กระบวนการปรองดอง ดุลพินิจของท่านนายกฯท่านก็คงคิดหนักว่าท่านอยากจะยุบหรือไม่ยุบสภา เพราะท่านเคยพูดอยู่เสมอว่าถ้าเศรษฐกิจดี ทุกอย่างเรียบร้อย” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าเศรษฐกิจไม่เห็นดีเลย นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จริงหรอก อย่ามองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป ถ้าหากว่าเข้าสู่กระบวนการปรองดอง คิดดูว่าถ้าสัปดาห์ต่อไปเหตุการณ์เงียบ สมมติอีก 1 เดือนนายกฯไปอีสานได้ความเชื่อมั่นก็จะมีมาทันที นักท่องเที่ยวก็กล้าเข้ามา ถ้าหากไม่ได้มันก็ไม่ได้เลือกตั้งอยู่แล้วทุกอย่างก็ต้องใช้เวลามากกว่านั้น เพราะโจทย์มีอยู่ 4 เดือนว่าเราจะทำได้หรือเปล่า ซึ่งเราก็ต้องวัดกันทุกสัปดาห์ “บางทีอาจจะทำดีมากสองเดือนแล้วพอเดือนที่สามเปลี่ยนใจแล้ว ไม่เอาแล้ว แล้วก็มาชุมนุมกันเกิดเรื่องอย่างนี้อีกมันก็ต้องยกเลิกไป”

 เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ได้หรือไม่ได้จะเป็นการตัดสินใจของท่านนายกฯใช่หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่ามีส่วนสำคัญ เพราะเท่ากับว่ารัฐบาลทำงานได้ อย่าลืมว่าในแผนปรองดองระบุด้วยว่าถ้ารัฐบาลและรัฐสภาต้องทำงานได้ เมื่อถามถึงกรณีที่บริษัทเอสซีแอสเซทขอศอฉ.ทำธุรกรรมทางการเงิน 800 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานและจ่ายนี้สิน นายกอร์ปศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว