
บช.น.สรุปเหตุปะทะรอบ6วันตาย50เจ็บ380คน
" โฆษกนครบาล " แจงภารกิจตำรวจ" ลำเลียงผู้ชุมนุม " กลับภูมิลำเนา แจ้งยอดเหตุปะทะยึดคืนพื้นที่ในรอบ 6 วัน "ตาย50-เจ็บ380 " ยันยังไม่พบแหล่ง " สะสมอาวุธปืน-อาวุธสงคราม " ในที่ชุมนุม จับมือ " ทหาร -กทม. " เร่งเครียพื้นผิวการจราจร 4 จุดหลัก " พระราม 4 สามย่าน
วันที่ 20 พ.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวภารกิจของตำรวจนครบาลในวันนี้ว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้าตรวจสอบผู้ชุมนุมที่ตกค้างในจุดที่มีการชุมนุมโดยรอบที่พักอาศัยในวัดและโรงเรียนใกล้เคียงโดยเฉพาะผู้ที่ตกค้างภายในวัดปทุมวนารามกลับภูมิลำเนาโดยเร็ว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นั้นเป็นเด็ก สตรีและคนชรา อยู่ในวัดปทุมวนารามประมาณ 3,000 คน โดยทยอยออกไปขึ้นทะเบียนประวัติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน จากนั้นได้พากันไปรวมตัวในกัน 2 จุดคือสนามศุภชลาศัยและถนนอังรีดุนังส์ ทยอยลำเลียงกลับภูมิลำเนา จ.ต่างๆ ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา
โฆษกนครบาล กล่าวต่อว่า ส่วนของผู้ที่นำรถส่วนตัวมาร่วมชุมนุมเองนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้ลงทะเบียนไว้แต่ยังไม่ให้นำรถกลับไป เนื่องจากต้องการตรวจสอบก่อนว่ารถคันดังกล่าวว่า มีประวัติการก่อคดีอะไรหรือไม่ในช่วงที่มีการชุมนุม หากไม่พบก็จะเรียกมารับรถกลับไป โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมอย่างเต็มที่และคอยอำนวยความสะดวกให้ในทุกเรื่องทั้งอาหารการกินและการเดินทางกลับ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาร่วมดำเนินการจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ รวมใช้กำลังชุดปฏิบัติการ 1 ชุด ประกอบด้วย ชุดสืบสวนหาข่าว ชุดเจรจาต่อรอง ชุดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อย ซึ่งคอยอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ชุดคุ้มกันชุดแพทย์ พยาบาล ชุดรถนำ และชุดขนส่ง จากการตรวจสอบทางการข่าว ยังไม่พบกองกำลัง ในการต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากภารกิจยึดคืนพื้นที่ของตำรวจทหาร จนเกิดการปะทะกันกับผุ้ชุทนุมยอีกว่า ตั้งแต่ วันที่ 14 พ.ค. จนถึง วันที่ 19 พ.ค. มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 50 ราย และบาดเจ็บ 384 ราย และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับการยันยันจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามว่า มีทั้งหมด 6 ศพด้วยกันอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อและสาเหตุการเสียชีวิต
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ภายหลังที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศเคอร์ฟิวพื้นที่ กทม. ตั้งแต่ เวลา 20.00 น. จนถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 19 พ.ค.ผ่านมา ตำรวจนครบาลได้สรุปผลหารจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมาย ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ บก.น.1- 9 ได้รวม 27 คน และกระทำความผิดกฎหมายอาญา เช่น การทำลายทรัพย์สินและการปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่นจำนวน 21 คน
"ในส่วนของเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวานที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้หลายแห่งทั้ง ห้างสรรพสินค้า อาคาร และบ้านเรือต่างๆ รวมแล้ว 28 แห่ง โดยมีการนำวิศวกร เข้าตรวจสอบโครงการอาคารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงตรวจสอบพื้นที่ หาหลักฐานในการดำเนินคดี กับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบ เบื้องต้น ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ติดอยู่ในอาคารแต่อย่างใดและยังไม่พบอาวุธสงครามแต่อย่างใด “ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวและว่า
โฆษกนครบาล กล่าวถึงการคืนพื้นผิวการจราจรบริเวณแยกราชประสงค์ ถนนพระราม 4 ตั้งแต่สามย่านถึงบ่อนไก่ ถนนราชปรารภ และแยกสามเหลี่ยมดินแดงว่า ยังไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ ยังปิดการจราจรอยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทหารว่า มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายติดอาวุธหลงเหลืออยู่หรือไม่ หากไม่พบก็ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและสำนักบรรเทาสาธารณะภัยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่ต่อไป ตอนนี้ยังมีอุปสรรค์ในการเข้าเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากในบางจุด เจ้าหน้าที่ทหาร ไม่อนุญาตให้เข้าไปได้ เนื่องจากเกรงว่า ยังไม่มีความปลอดภัย อยากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าวให้หลีกเลี่ยงเพราะอยู่ระหว่างการเครียพื้นที่ และตรวจสอบความเสียหาย หากพร้อมจะมีการคืนพิ้นผิวการจราจรเมื่อไหร่ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะแจ้งให้ท่านทราบทันที หากท่านมีข้อสงสัยในการเดินทางการสัญจรไปมาประการใดให้สอบถามได้ที่กองบังคับการตำรวจจราจรได้ตลอดเวลา
“ อยากเตือนให้ประชาชน อย่าเข้าใกล้พื้นที่จุดเสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 39 จุด เนื่องจากเกรงว่า จะได้รับอันตราย ล่าสุด ศอฉ. ได้ส่งมอบพื้นที่บางส่วนคืนแล้ว ให้ กทม. เข้าเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาดใน 2 จุดด้วยกันคือ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี และที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ส่วนพื้นที่อื่นๆ ต้องรอคำสั่งจากหน่วยงานความมั่นคงก่อนจะมีการประกาศให้ทราบเป็นระยะ “ โฆษก บช.น.กล่าวในที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของภารกิจตำรวจนครบาลในช่วงที่ผ่านมาตลอดทั้งวันของวันนี้นั้น พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเด็ก สตรีและคนชรา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกคนว่าจะกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย จนประชาชนหลายคนถึงกับดีใจร้องไห้ออกมาทีเดียวขณะที่บางคนก็อยู่ภาวะอิดโรย เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยประชาชนที่มาอยู่ในวัดแห่งนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความพยายามที่จะออกจากที่ชุมนุมแต่ไม่สามารถออกมาได้ รวมทั้งมีการปล่อยข่าวเป็นระยะว่าหากออกไปแล้วจะถูกยิงทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว



