
จนท.เริ่มเข้าตรวจพื้นที่ราชประสงค์เสียหายยับ
เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าตรวจสอบ พื้นที่ ราชประสงค์ เสียหายยับ ตร. เก็บหลักฐานหลังเวทีเตรียมดำเนินคดี ส่วนในวัดปทุมฯ พบระเบิดปิงปองสองลูก ระเบิดท่อประปา 6 ท่อน
(20พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณ สี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงเช้ายังคงมีเปลวเพลิงที่อาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถฉีดน้ำฉีดเลี้ยงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางคืนที่ผ่านมาและมีเสียงอาคารถล่ม สองครั้งเมื่อเวลา 10.00 น. และ 12.00 น. ขณะที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราชดำริ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดับเพลิงภายในตัวอาคารหลังจากสังเกตเห็นว่ายังมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อฉีดน้ำเข้าควบคุมเพลิงก็จะมีเศษปูนร่วงออกมาโดยตลอด ขณะที่บริเวณร้านค้าย่อย และธนาคาร ที่ติดถนนราชดำริฝั่งห้างบิ๊กซี หลายร้านถูกทุบกระจกและทรัพย์สินภายในถูกรื้อค้นและมีร่องรอยของการถูกเผา และตู้เอทีเอ็มเกือบทั้งหมดก็มีร่องรอยการถูกทุบทำลาย และบางตู้กล่องใส่เงินได้หลุดกระจายออกมา
อย่างไรก็ตามได้มีประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้ามาดูเก็บแผงขายของที่ตั้งทิ้งไว้ และห้างร้านบางแห่งก็ได้เริ่มออกมาสำรวจความเสียหายและทำความสะอาดบ้างแล้ว ขณะที่บริเวณด่าน นปช. บริเวณประตูน้ำได้พบขวดเครื่องดื่มชูกำลังบรรจุน้ำมันเป็นจำนวนมากด้วย
เมื่อเวลา 11.10 น.บริเวณเวทีปราศรัย พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้เดินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบพร้อมกับสั่งให้นำกำลังมากั้น ไม่ให้คนเข้าพื้นที่โดยรอบและห้ามเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆออกจากพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากต้องรอการเก็บหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนบางส่วนมารื้อค้นสิ่งของและนำสิ่งที่สามารถติดมือไปได้เช่น เก้าอี้ น้ำดื่ม ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะเดียวกันตู้คอนเทนเนอร์ ที่แกนนำใช้ประชุมภายในก็ถูกรื้อค้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงบ่ายมีเจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ ทั้งในส่วนของเวทีและอุปกรณ์เครื่องขยายเสียงที่ใช้ในการปราศรัย แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาขนอุปกรณ์ ทั้ง เต็นท์ เครื่องปั่นไฟ เครื่องขยายเสียง และจอโปรเจคเตอร์ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลไว้แล้วว่ามีจำนวนเท่าใดและจากนี้จะได้ไปติดตามของกลางทั้งหมดกลับคืน พร้อมดำเนินคดีกับคนที่ลักลอบนำออกไป เพราะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อย่างก็ตามขณะนี้ได้ให้ทหารเข้ามารื้อเครื่องขยายเสียงและเก็บเครื่องปั่นไฟและเต็นท์ ที่ยังเหลือทั้งหมดไปไว้ที่ ศอฉ. เพื่อตรวจสอบว่า เป็นของใครและจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเนื่องจากถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ร่วมสนับสนุนในการทำผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าในส่วนของเวที เจ้าหน้าที่จะกั้นเป็นเขตหวงห้าม ห้ามคนภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาดเนื่องจากบริเวณรอบเวทีจะมีเจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาตรวจสอบหาพยานหลักฐาน โดยเฉพาะสารตั้งต้นเกี่ยวกับระเบิด และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบวา พยานหลักฐานบางส่วนถูกทำลายเป็นจกนวนมาก เนื่องจากมีประชาชนที่ไม่ทราบเข้ามารื้อค้นและนำสิ่งของออกไป ซึ่งหากเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานได้ครบถ้วนก็จะเร่งรื้อถอนในทันที
จนกระทั่งเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกาศผ่านเครื่องเสียงขอให้ประชาชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์ทันทีและหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้ปิดกั้นห้ามคนภายนอก รวมถึงยานพาหนะเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด ก่อนดำเนินการตรวจค้นอย่างละเอียด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเช้าที่วัดปทุมวนารามนั้น พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้อธิบายกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวัด จนเกิดความสบายใจและไว้ใจให้นำกำลังเข้าไปในวัด จากนั้น พล.ต.ต.วิชัย จึงขอให้ผู้ชุมนุมเก็บข้าวของทั้งหมดใส่กระเป๋า และให้ย้ายเข้ามาพักที่ลานหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจำนวนประมาณ 1 พันคน และจากนั้นจึงให้พักและนำรถส่งไปยังสนามศุภชลาศัย พร้อมทำประวัติ ก่อนส่งไปยังสถานีขนเพื่อเดินทางกลับบ้านต่อไป โดย 1 ในกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในวัดปทุมฯมีนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ 1 ในแกนนำ นปช.หลบอยู่ด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นหากลุ่มผู้ก่อการร้ายและอาวุธสงครามในพื้นที่วัด โดยนำสุนัขตำรวจหาสารระเบิดและสารเสพติด จำนวน 3 ตัว เข้ามาร่วมตรวจค้นด้วย หลังจากใช้เวลาตรวจค้นประมาณ 2 ชั่วโมง พบระเบิดปิงปอง 2 ลูก และระเบิดที่ทำจากท่อน้ำประปา จำนวน 6 ท่อน ซุกไว้ใต้ต้นไม้หน้าลานเอนกประสงค์ และหน้าตึกอำนวยการของวัด อีก 1 ลูก นอกจากนี้ยังพบเสื้อเกราะและเสื้อสีดำจำนวนหลายชุดหมกอยู่ตามใต้ต้นไม้หลังวัด โดยสันนิษฐานว่า เสื้อเกราะและชุดดังกล่าวเป็นของคนร้ายที่ออกมาก่อเหตุและพรางตัว จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับภายในวัดยังมีรถกระบะบรรทุกสิ่งของของกลุ่มผู้ชุมนุมจอดตั้งแต่หน้าประตูจำนวนประมาณ 30 คัน คาดว่าเป็นรถที่เตรียมจะออกจากพื้นที่ชุมนุม แต่ไม่สามารถออกได้ทัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้นำรถออก ให้นำเฉพาะสมบัติส่วนตัวกลับบ้าน แล้วเมื่อเรื่องจบแล้วให้ติดต่อมารับรถคืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดกำลังเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมถึงให้ผู้ชุมนุมที่เอารถส่วนบุคคลมา ให้นำมาจอดในที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะมีการมีการทำทะเบียนประวัติด้วย
ต่อมาในเวลา13.00 น. ที่บริเวณแยกเฉลิมเผ่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัว นายอุ่นใจ พิราแหวน อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี พร้อมของกลาง ประกอบด้วยจอแอลซีดี 21 นิ้ว 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายแบรนด์เนม 4 ใบ ราคาใบละประมาณ 7 พันกว่าบาท กระเป๋าถือ 5 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แอมป์ขยายเสียง 2 ตัว มาส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี เนื่องจากเข้าไปขโมยสิ่งของในพื้นที่ชุมนุม เบื้องต้นนายอุ่นใจให้การว่า พักอาศัยอยู่ย่านหัวลำโพง มีอาชีพขายของอยู่ที่สยามและราชประสงค์
เปิดใจผู้อยู่ในเหตุการณ์สังหารในวัดปทุมฯ
นายวสันต์ สายรัศมี อาสาสมัครร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ การเสียชีวิตที่ วัดปทุมวนารามเปิดเผยว่า ตนและเพื่อนรวม 4 คน ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครพยาบาลให้กับทาง นปช.เพื่อแจกจ่ายยาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ป่วยไข้อยู่บริเวณเต๊นท์พยาบาล บริเวณหน้าประตูวัด โดยช่วงเกิดเหตุก่อนเวลา 18.00 น.เล็กน้อย มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอาวุธครบมือเคลื่อนกำลังมาอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส และบริเวณด้านล่าง โดยขณะนั้นผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้ามาหลบภายในวัด ส่วนตนและเพื่อนหลบอยู่บริเวณภายในเต๊นท์พยาบาล จังหวะเดียวกันนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นออกมาจากฝั่งกำลังทหาร และมีผู้ชุมนุมถูกยิงล้มลง 1 คน เป็นผู้ชาย
เจ้าหน้าที่หน่วยอาสาสมัครพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงจึงวิ่งออกไปช่วยเหลือชายคนดังกล่าว แต่ขณะนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นอีกชุดหนึ่ง เมื่อมองออกไปก็เห็นเจ้าหน้าที่อาสาคนดังกล่าวถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือโดยลากผู้บาดเจ็บเข้ามาปฐมพยาบาลที่เต๊นท์ ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงปืนออกจากทางทหารอย่างต่อเนื่อง ทําให้อาสาที่มาช่วยต่างก้มหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น นานประมาณ 10 นาที ก่อนเสียงปืนสงบลง จังหวะนั้นอาสาพยาบาลซึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่ในเต๊นท์ได้ชะโงกศรีษะขึ้นมามองสถานการณ์ข้างนอกก็ได้ถูกกระสุนยิงเข้าบริเวณศรีษะและลําตัว จนเสียชีวิตคาที่ภายในเต๊นท์ และมีอาสาอีก 2 คน ถูกยิงศีรษะพร้อมกันและเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณวัดปทุมวนาราม มีผู้เสียชีวิต 7 คน โดย 1 คนได้ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในวัดจำนวน 6 ศพ ทราบชื่อภายหลังว่า 1.นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 7 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 2.นายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/24 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง 3.นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 11 ต.โพนทราย อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด 4.นางกมล หรือหมอเกดที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียก ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 40 - 45 ปี ซึ่งเป็นอาสาพยาบาล ส่วนผู้เสียชีวิตที่เหลือ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเอกสารแสดงตนใดๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรอให้ญาติของผู้เสียชีวิตมาติดต่อ ทั้งนี้สภาพศพของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์
ด้านนางสมจิต สุขประเสริฐ อายุ 51 ปี พี่สาวนางมงคล กล่าวว่า น้องชายของตนเป็นเจ้าหน้าที่อาสาของมูลนินิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้ามาช่วยเหลือด้านการพยาบาลให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนรู้สึกผิดสังเกตเพราะน้องชายไม่ได้กลับบ้าน เพราะปกติ ไม่ว่ามีเหตุรุนแรงอย่างไรก็ต้องกลับบ้าน จึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้ จนตอนเช้ามีคนมาบอกว่าน้องชายเสียชีวิต จึงเดินทางมาตรวจสอบแล้วพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นน้องชายของตนจริง
"ทราบเรื่องแล้วก็เสียใจ แต่ก็ยังภูมิใจที่น้องชายสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าจะเป็นสีไหน ไม่ว่าเป็นผู้ชุมนุมหรือเจ้าหน้าที่ จากนี้ไปจะรอรับศพน้องไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป"นางสมจิต กล่าว



